shoplri.com ธุรกิจขนาดกลาง ธุรกิจขนาดย่อม ธุรกิจsme
ธุรกิจขนาดกลาง ธุรกิจขนาดย่อม ธุรกิจsme

Archives for ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

แบงก์ไทยพาณิชย์แต่งตั้งผู้บริหาร


นายอานันท์ ปันยารชุน นายกกรรมการธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารมีมติปรับเปลี่ยนโครงสร้างผู้บริหารระดับสูงโดยแต่งตั้งนายอาทิตย์ นันทวิทยา จากรองผู้จัดการใหญ่เป็น รองประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายญนน์ โภคทรัพย์ จาก รองผู้จัดการใหญ่เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.58เป็นต้นไปและผู้บริหารทั้งสองจะรายงานตรงต่อนายวิชิต สุรพงษ์ชัยประธานกรรมการบริหาร สำหรับนางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ จะสิ้นสุดการดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ในวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี58ซึ่งจะตรงกับวันที่2เม.ย.58และหลังจากนั้นจะแต่งตั้งให้นางกรรณิกาดำรงตำแหน่งกรรมการและกรรมการบริหารโดยการปรับโครงสร้างครั้งนี้จะนำไปสู่คลื่นลูกใหม่ครั้งที่2หรือมูฟเชนจ์เวฟในปี63ซึ่งจะเป็นธนาคารดิจิตอลและเป็นธนาคารทางเลือกที่ดีที่สุดของลูกค้าพนักงาน ผู้ถือหุ้นและสังคม นายวิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่าองค์กรของธนาคารไทยพาณิชย์ต่อไปมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นดังนั้น ผู้บริหารใหม่ทั้งสองคนต้องทำอย่างใกล้ชิดเพื่อให้องค์กรเดินไปทิศทางเดียวกันและรับผิดชอบการดำเนินธุรกิจของธนาคารโดยตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่จะทำงานบริหารการจัดการองค์กรทั้งหมดส่วนประธานเจ้าหน้าที่บริหารจะทำงานเกี่ยวกับการวางนโยบายและรกำหนดยุทธศาสตร์ของธนาคารที่จะเดินต่อไป นายญนน์ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างครั้งนี้รองรับการเติบโตแบบก้าวกระโดดเน้นลูกค้าเป็นจุดศูนย์กลางและนำระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาให้บริการลูกค้าพร้อมปรับปรุงภาพลักษณ์สาขาและเน้นให้บริการดิจิตอลมากขึ้นเพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่และปรับการให้บริการตามพฤติกรรมของลูกค้าซึ่งหากธนาคารมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นจะเนื้อหอมและเป็นทางเลือกให้กับนักลงทุนต่างประเทศที่จะเข้ามาลงทุนในไทย

ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แบงก์ไทยพาณิชย์แต่งตั้งผู้บริหาร


Posts related

“หม่อมอุ๋ย”ยังหวังปีหน้าจีดีพีโต5%

ม.ร.ว.ปรีดิยาธรเทวกุล รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจเปิดเผยว่า ในปีหน้าเศรษฐกิจขยายตัวถึง5%ถ้ากระทรวงคมนาคมเดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะระบบขนส่งให้เป็นรูปธรรมตามแผนที่วางไว้เช่น โครงการรถไฟรางคู่จากที่ก่อนหน้านี้ประเมินว่าจีดีพีจะเติบโต4% ขณะที่การส่งออกจะเป็นตัวเสริมเศรษฐกิจนอกเหนือจากการลงทุนและบริโภคในประเทศส่วนปีนี้เศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำ1.6-1.9%เพราะในช่วงที่มีปัญหาการเมืองไม่มีเม็ดเงินจากภาครัฐอัดฉีดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจรวมถึงการส่งออกชะลอตัวแต่เศรษฐกิจไทยยังเป็นบวกเนื่องจากการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมาจากภาคเอกชนเป็นหลักดังนั้นไม่จำเป็นต้องมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ2เนื่องจากการช่วยเหลือชาวนาไร่ละ1,000 บาทจำนวน 3.4ล้านครัวเรือนและงบประมาณที่เหลือค้างท่อจากปี57 ประมาณ23,000ล้านบาทเพื่อสร้างงาน ซ่อมแซมโรงเรียนและโรงพยาบาลจะเข้าระบบในเดือนธ.ค.นี้และคาดว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจจะเห็นผลเต็มที่ไตรมาส1 ปี58 “ความไม่แน่นอนทางการเมืองมีผลต่อเศรษฐกิจบ้างแต่ไม่มากนักเพราะเศรษฐกิจไทย 80%จีดีพีอยู่ที่ภาคเอกชนและการประท้วงช่วง6เดือนที่ผ่านมาเศรษฐกิจยังไปได้แม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวแต่ที่เศรษฐกิจโตช้าเนื่องจากภาครัฐไม่ได้อัดฉีดเงินลงทุนเข้าระบบมากกว่า” ทั้งนี้ยืนยันว่ารัฐไม่มีการใช้นโยบายประชานิยมด้านพลังงานแต่ได้ลดการอุดหนุนราคาพลังงานมากกว่าโดยปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้เป็นไปตามกลไกตลาดและเป็นธรรมมากที่สุดคาดว่าจะใช้เวลาทยอยลดการอุดหนุนราคาพลังงาน1 ปีหลังจากที่รัฐบาล 3ชุดที่ผ่านมาใช้นโยบายอุดหนุนพลังงานมาโดยตลอดซึ่งเห็นว่าการปฏิรูปพลังงานเป็นเรื่องที่ต้องทำเพราะการใช้พลังงานของเราสูงถึง18%ของจีดีพีถ้าเทียบกับโลกมีสัดส่วนเพียง10%ของจีดีพี นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่าการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยมาจากภาคเอกชนและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐซึ่งหากไม่มีปัญหาการเมืองหรือการทะเลาะกันเกิดขึ้นในช่วงต้นปีที่ผ่านมาจีดีพีของไทยจะโตมากกว่า1.5-1.6%ส่วนปีหน้าคาดว่าจีดีพีโตที่4%ถือเป็นระดับปานกลางและถ้ารัฐมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหญ่ๆ ออกมาก็จะช่วยหนุนให้เศรษฐกิจเติบโตได้เพิ่มขึ้น แม้ว่าในปีหน้าการส่งออกยังไม่ดีนักแต่หวังว่าการประกาศยกเลิกกฏอัยการศึกจะช่วยให้การท่องเที่ยวของไทยฟื้นตัวโดยเฉพาะในกลุ่มประเทศยุโรปและสหรัฐอเมริกา สำหรับการช่วยเหลือกลุ่มคนระดับล่างยังเป็นเรื่องจำเป็นโดยเฉพาะเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากพืชผลทางการเกษตรตกต่ำเพราะจะให้คนระดับล่างหรือรากหญ้าอดตายคงไม่มีใครเขาทำกันไม่ว่าจะใช้ชื่อโครงการอะไรแต่การช่วยเหลือคนกำลังจมน้ำเป็นเรื่องที่ต้องทำซึ่งเห็นว่าการแก้ปัญหาระยะยาวคือให้คนสามารถเลี้ยงตัวเองได้ และแก้ปัญหาที่ยั่งยืนคือต้องแก้ที่โครงสร้างเช่น ระบบ ชลประทาน และการจัดสรรที่ดิน เป็นต้นส่วนกรณที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นใช้มาตรการคิวอีนั้นไม่กระทบต่อความผันผวนของค่าเงินบาทไทยมากนักเนื่องจากค่าเงินบาทมีเสถียรภาพ

ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “หม่อมอุ๋ย”ยังหวังปีหน้าจีดีพีโต5%

“บิ๊กตู่”กล่อมต่างชาติลงทุนในไทย

พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)เปิดเผยภายหลังการหารือกับคณะนักธุรกิจสภาธุรกิจอาเซียน-สหรัฐฯ กว่า 34 บริษัท เมื่อวันที่ 3พ.ย.ที่ผ่านมา ว่า ได้ยืนยันถึงหลักการทำงาน และเหตุผลของการเข้ามาบริหารประเทศของรัฐบาลให้กับนักลงทุนรับทราบ เพราะบริษัทส่วนใหญ่ก็ลงทุนอยู่ในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก โดยรัฐบาลพร้อมรักษาผลประโยชน์ของนักลงทุนทุกชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยให้ดีที่สุดและจะแก้ไขปัญหาที่เป็นอุปสรรคในด้านการค้า ซึ่งนักลงทุนก็เข้าใจ และยืนยันที่จะลงทุนในประเทศไทยต่อไป ร.อ.ยงยุทธมัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯได้ขอให้ภาคเอกชนเข้ามาส่งเสริมภาคธุรกิจของไทยหลายด้าน พร้อมทั้งชี้แจงถึงแผนโรดแม็พของรัฐบาลในช่วง 10 ปี ที่เน้นการวางรากฐานทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมการค้า และการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมโยงการคมนาคมขนส่ง การบริหารจัดการน้ำและพลังงานสีเขียว ก็อยากให้นักลงทุนเข้ามาช่วยถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับไทย รวมทั้งการตลาดใหม่ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไทย โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนความร่วมมือ และปรับปรุงกติกาต่างๆให้เหมาะสม ควบคู่ไปกับการจัดระเบียบแรงงานต่างด้วยให้เกิดประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจด้วย อย่างไรก็ตามรัฐบาลไทยยังอยากให้ภาคธุรกิจขยายความร่วมมือทางการเงิน และอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งช่วยส่งเสริมภาคการท่องเที่ยวและบริการและเข้ามาร่วมลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษที่จะเกิดขึ้น 5 แห่งในปีนี้ เพื่อส่งเสริมการค้าเช่นเดียวกันอุตสาหกรรมเอสเอ็มอีที่ต้องการให้นักลงทุนเข้ามาเชื่อมโยงถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ขณะเดียวกันในเรื่องที่เป็นอุปสรรค เช่น เรื่องของวีซ่า ก็ได้สั่งให้กระทรวงการต่างประเทศไปแก้ไขปัญหาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุน  “นายกฯ ยังเน้นเรื่องของทุจริต คอรัปชั่นที่ไม่ใช่ทำแค่เจ้าหน้าที่แต่ให้ทำเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งยุทธศาสตร์นี้ต้องเดินหน้าโดยส่งเสริมหลักธรรมาภิบาลการปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นในทุกมิติ และหากนักธุรกิจ พบว่า มีการเรียกรับผลประโยชน์ก็ขอให้แจ้งเข้ามารัฐบาลจะเข้าไปจัดการทันที” ทั้งนี้นายอเล็กซานเดอร์ซี เฟลด์แมน ประธานสภาธุรกิจฯ ยืนยันว่า ได้เข้าใจสถานการณ์ในไทยและยืนยันถึงความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศว่าจะยังคงทำการค้า การลงทุนต่อไป ซึ่งนักลงทุนเองได้สนใจที่จะเข้าร่วมมือกับไทยหลายเรื่องเช่น การสนับสนุนภาคเอสเอ็มอี การสนับสนุนให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านการดูแลสุขภาพและสาธารณสุขการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ด้านพลังงาน ยานยนต์ โครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และการส่งเสริมตลาดส่งออกสินค้าเกษตรของไทยซึ่งนักลงทุนจะหาโอกาเข้าหารือกับหน่วยงานที่รับผิดชอบของไทยในด้านต่างๆ ต่อไป นอกจากนี้ นักลงทุนส่วนใหญ่ยังได้เสนอให้รัฐบาลพิจารณาปรับปรุงกฎระเบียบรวมทั้งภาษีการพัฒนาเขตอุตสาหกรรม รวมทั้งการสนับสนุนสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่เอื้อต่อการลงทุนเพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุนของไทยและต่างประเทศ ซึ่งรัฐบาลได้ชี้แจงว่า ล่าสุดอยู่ระหว่างการปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบต่างๆโดยเฉพาะกฎระเบียบของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)เพื่ออำนวยความสะดวกนักลงทุนเพิ่มขึ้น  

ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “บิ๊กตู่”กล่อมต่างชาติลงทุนในไทย

Page 2 of 1552:« 1 2 3 4 5 »Last »