วันนี้(13 พ.ย.) นายชูเกียรติ ไทยจรัสเสถียร หัวหน้าเวรพยากรณ์อากาศประจำวัน กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า ลักษณะอากาศที่มีฝนตกในพื้นที่ภาคกลางและกรุงเทพฯ มีอิทธิพลมาจากความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุม ทำให้มวลอากาศเย็นปะทะกับลักษณะอากาศร้อนจนทำให้เกิดฝนตกในพื้นที่ภาคกลางและกรุงเทพฯประมาณร้อยละ 60 ของพื้นที่ เป็นปกติที่เกิดขึ้นบ่อยในช่วงที่เข้าสู่ปลายฤดูฝนต้นฤดูหนาว ซึ่งในวันพรุ่งนี้(14 พ.ย.) ฝนในพื้นที่ภาคกลางและกรุงเทพก็จะลดลง เปลี่ยนไปตกในพื้นที่ภาคตะวันตก คือ จ.กาญจนบุรี และตาก สำหรับในส่วนของพายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่างนั้น โอกาสที่จะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นจนเป็นพายุไต้ฝุ่นนั้นมีน้อยมาก คาดว่าจะเคลื่อนเข้าฝั่งประเทศเวียดนามในวันที่ 15 พ.ย. และจะกลายเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ ซึ่งจะมีอิทธิพลทำให้เกิดฝนตกเพิ่มมากขึ้น และฝนตกหนักบางแห่งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบนในระหว่างวันที่ 15-17 พ.ย.นี้ ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้นโดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อากาศเย็นปะทะร้อนทำฝนตกกรุงเทพ-ภาคกลาง
เดือน: พฤศจิกายน 2013
-

อากาศเย็นปะทะร้อนทำฝนตกกรุงเทพ-ภาคกลาง
-

หุ้นไทยภาคเช้าวันที่ 13 พฤศจิกายน 2556 ปิดร่วง 7.84 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (13 พ.ย.) ดัชนียังคงแกว่งตัวผันผวน ซึ่งปรับลดลงทันทีที่เปิดตลาด จากนั้นก็สามารถฟื้นตัวขึ้นได้ ก่อนอ่อนตัวลงอีกครั้ง ตามแรงเทขายทำกำไร เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่ๆ เข้ามากระตุ้นการลงทุน อีกทั้งเคลื่อนไหวตามตลาดหุ้นต่างประเทศที่ปรับลดลง หลังนักลงทุนกลับมากังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะชะลอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (คิวอี) นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเรื่องสถานการณ์การเมืองในประเทศที่มีการชุมนุมของกลุ่มต่างๆ เพื่อขับไล่รัฐบาล ส่งผลให้หุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าที่ 1,405.24 จุด ลดลง 7.84 จุด หรือ 0.55% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 12,786.35 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยภาคเช้าวันที่ 13 พฤศจิกายน 2556 ปิดร่วง 7.84 จุด -

“สามารถ”ชูไอโมบายทำกำไรโตกว่า 5 เท่า
วันนี้ (13 พย.) ที่โรงแรมเรอเนซอง กรุงเทพฯ กลุ่มสามารถฯ แถลงผลประกอบการไตรมาส 3 ของปี 2556 โดยนายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทสามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของกลุ่มสามารถ ในไตรมาส 3 ปี 2556 มีรายได้รวมทั้งสิ้น 5,937 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์ มีกำไรสุทธิ 393 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43 เปอร์เซนต์ เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน รวม 9 เดือน มีรายได้ ทั้งสิ้น 16,778 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38 เปอร์เซนต์ กำไรสุทธิ 1,104 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ ปัจจัยหลักมาจากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและความแข็งแกร่งของทุกสายธุรกิจในการสร้างรายได้ประจำและกำไรที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ได้เซ็นสัญญาโครงการจัดหาระบบและอุปกรณ์บริหารการจราจรทางอากาศกับบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย มูลค่าทั้งสิ้น 1,720 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังประกาศเปิดตัวเสาอากาศและกล่องรับสัญญานทีวีดิจิตอล พร้อมรุกตลาดในไตรมาส 4 ตั้งเป้าเริ่มต้น 200,000 ชุด ในสิ้นปีนี้ สำหรับสายธุรกิจโมบายมัลติมีเดีย หรือไอโมบาย นั้น นายวัฒน์ชัย กล่าวว่า ยังถือเป็นพระเอกของกลุ่มธุรกิจ โดยในไตรมาส 3นี้ มีรายได้รวม ถึง 2,678 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 66 เปอร์เซนต์ กำไรสุทธิ 221 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่าจากไตรมาสเดียวกันปีก่อน เนื่องจากการทำตลาดที่เน้นสมาร์ทโฟนมากขึ้นโดยในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา มียอดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือรวมแล้วประมาณ 2.8 ล้านเครื่อง คิดเป็น สมาร์ทโฟน 1.2 ล้านเครื่อง หรือประมาณ 47เปอร์เซนต์ และทำให้ราคาเครื่องโดยเฉลี่ยขยับตัวสูงขึ้นเป็น 2,889 บาทต่อเครื่อง คาดว่าในไตรมาส 4 รวมถึงต้นปีหน้า จะมีอัตราส่วนในการขายสมาร์ทโฟนมากกว่า ฟีเจอร์โฟนอย่างไรก็ดี ในไตรมาส 4 นี้ จะมีการเปิดตัวสมาร์ทโฟน ใหม่ อีก 9 รุ่น ในระดับพรีเมียม ราคาประมาณ 10,000 บาท ทำให้มั่นใจว่าในปีนี้จะมียอดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือโดยรวมไม่ต่ำกว่า 3.6 ล้านเครื่อง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “สามารถ”ชูไอโมบายทำกำไรโตกว่า 5 เท่า