เมื่อไอทีของโลกกำลังเคลื่อนที่เข้าสู่ยุคเล็กลงเร็วขึ้นแล้วมีรูปแบบการประยุกต์ที่แปลกๆและอาจเข้ามาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค จึงควรเริ่มตามไปดูแนวโน้มเพื่อเตรียมความพร้อมปรับตัวกันให้ทัน และก่อนที่ไอทีตัวใหม่นั้นอาจไปสร้างผลกระทบด้านอื่นๆตามมาด้วยเช่น ภาษี พรบ.กฏหมายที่เกี่ยวข้อง สิทธิและการคุ้มครองผู้บริโภค ทั้งนี้ เพราะเมื่อครั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ยุคแรกๆเข้ามาเมืองไทย เช่น แอปเปิลทู(Apple II) เครื่องแปดบิตจนถึงสิบหกบิตของไอบีเอ็มรุ่นแรกใช้งานพิมพ์เวิร์ดรามาฯ เวิร์ดราชวิถีก่อนหน้าที่จะมี MS Word ของไมโครซอร์ฟท์ให้ใช้พิมพ์รายงาน นับเวลาได้อยู่ในช่วงเพียงสามทศวรรษจึงมามี “เครื่องคอมพิวเตอร์มือถือ” ที่ใช้ทั้งทำงานและโทรคุยได้ด้วยแล้ว ขณะที่เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตตามมาติดๆ เพียงไม่ถึงสองทศวรรษพัฒนาการได้กระโดดจากการรับส่งข้อมูลในระบบเครือข่ายปิด ขยายจากโมเด็มต่อผ่านสายโทรศัพท์บ้านสู่การใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์ 3 จีที่ใช้ได้ทุกที่(ที่มีสัญญาณ) และทุกเวลา(เมื่อมีเงินจ่าย ไม่ถูกตัดสัญญาณหรือระบบล่ม) ซึ่งทุกเทคโนโลยีที่ผ่านมาเมืองไทยก็ยังต้องนำเข้าเป็นหลักและซื้อแบบที่ทะเลาะกันเองจนได้ใช้งานตามหลังประเทศเพื่อนบ้าน …ทั้งกฏเกณฑ์ ระเบียบหรืออื่นๆจิปาถะเพียงการได้จ่ายเงินค่าเทคโนโลยี…เราก็แย่กันแล้ว ! ทั้งคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตนี้คือตัวอย่างเทคโนโลยีที่ดูแปลกและน่าตื่นเต้นมากหากย้อนเวลากลับไปเป็นคนที่อยู่ในช่วงเริ่มแรกยุคเกิดใหม่นั้น แต่ไม่นานก็ได้มาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน แล้วเจ้าไอทีที่จะขี่อยู่บนเทคโนโลยีควอนตัมและแปลกกว่ามากนั้นหล่ะจะมีพัฒนาการเป็นอย่างไร เริ่มออกตัวก็จะรู้สึกได้แล้วว่า “แปลก…แปลกเกินกว่าจะบรรยายได้ (ในเวลาอันสั้น)” ความพยายามของนักวิทยาศาสตร์ที่จะนำหลักการของ “กลศาสตร์ควอนตัม” มาประยุกต์ใช้งานร่วมกับ “เทคโนโลยีสารสนเทศ” ให้มนุษย์ได้ใช้เลยขอบเขตจำกัดทั้งความเร็วและขนาดจากสิ่งที่มีในโลกไอทีปัจจุบัน กำลังแพร่ขยายและมีความก้าวหน้าอยู่ทุกมุมโลกแล้วก็เริ่มพูดถึง “ควอนตัมคอมพิวเตอร์ กับ รหัสลับควอนตัม” สองคำนี้กันมากมายทีเดียว ขณะที่หลายบริษัทด้านไอทีและโทรศัพท์เคลื่อนที่ของโลกกำลังลดขนาดและปลดพนักงานกับผลประกอบการที่ดิ่งลง เหลือเพียงรายใหญ่เด่นดังอยู่น้อยแห่ง แต่กลับมีการแสดงตัวออกข่าวกันมากขึ้นของสองบริษัทเด่นเจ้าของสองนวัตกรรมด้านควอนตัมนั้น นั่นคือ D-Wave systems สัญชาติแคนาดาผู้สร้างควอนตัมคอมพิวเตอร์ขนาดยักษ์ที่ยังคงน่ากังขา และ iDQuantique จากสวิสที่ขายเครื่องเข้ารหัสลับควอนตัมสมบูรณ์แบบมาร่วมทศวรรษแล้ว …ของจริงหรือของปลอม ?…ใช้ได้ขายจริงหรืออิงนิยาย ? … ตามไปพิสูจน์ดูกันลึกๆ แล้วในอนาคตจะมีห้างควอนตัมไอทีมอลล์เกิดตามมาด้วยใช่ไหม? ก่อนหน้าที่จะมีเครื่องใช้ไอทีสองชนิดใหม่นี้ในร้านที่บ้านหม้อ พันธ์ทิพย์ หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้จะได้รีบไปจองพื้นที่ขายเครื่อง สร้างแอพ หรือเปิดร้านซ่อมกัน รู้ก่อนแล้วรวยก่อนจริงหรือเปล่า? เนื่องจากยังไม่เห็นมีภาพหลุดข่าวลือสินค้าตัวใหม่นี้มากนัก และแทบไม่ได้ยินเสียงนักวิจารณ์ไอทีพูดถึงเรื่องนี้เลย ดังนั้น หากอนาคตไม่มาแจ้งเกิดเปิดตัวสินค้าได้จริงในเมืองไทยก็อาจเสียเวลาสนใจไปเปล่าๆ … ไอทีที่จะมากับ “ควอนตัม” จึงยังคงตอกย้ำความลึกลับที่ควรต้องติดตามอย่างลึกซึ้งกัน…ในตอนต่อๆ ไป เกียรติศักดิ์ ศรีพิมานวัฒน์ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ facebook.com/oqc.nectec “แสง-ควอนตัม-สื่อสาร-แอลอีดี”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไอทีสาขาใหม่ … สารสนเทศเชิงควอนตัม (2) – OQC/LED
เดือน: พฤศจิกายน 2013
-

ไอทีสาขาใหม่ … สารสนเทศเชิงควอนตัม (2) – OQC/LED
-

พม.เล็งล้างหนี้การเคหะฯ
นางปวีณา หงสกุล รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้สั่งการให้การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ไปพิจารณาแนวทางการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินที่มีอยู่นำมาบริหารให้มีประโยชน์ เพื่อช่วยแก้ไขภาระหนี้สะสมของการเคหะแห่งชาติที่มีอยู่ 40,000 ล้านบาท เบื้องต้นกคช.มีที่ดินเปล่าอยู่ 7,000 ไร่ กระจายอยู่ในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในเชิงพาณิชย์ 2,000 ไร่ อาจนำไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบเดียวกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) นำที่ดินไปให้กระทรวงการคลังบริหาร และให้เอกชนเช่าในระยะยาว “การเคหะแห่งชาติไม่มีรายได้เข้ามาตั้งแต่ปี 49 ขณะที่ต้องรับภาระเงินกู้จากการดำเนินการตามโครงการของรัฐบาล เช่น โครงการบ้านเอื้ออาทรทำให้ภาระหนี้สะสมเพิ่มขึ้น จึงต้องเริ่มวางแผนในการชำระหนี้โดยใช้ทรัพย์สินที่มีอยู่ อย่างไรก็ตามแนวทางคือจะให้เอกชนเช่าที่ดินของการเคหะฯไม่ใช่การขายขาด โดยขณะนี้มอบหมายให้ผู้บริหารของการเคหะฯทำแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินในเชิงพาณิชย์มาเสนอแล้ว” สำหรับแนวทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยให้แก่ผู้มีรายได้น้อยถึงผู้มีรายได้ระดับปานกลางนั้น ล่าสุดอยู่ระหว่างการดำเนินการโครงการบ้านมั่นคงสำหรับผู้มีรายได้น้อย 90,000 หน่วย ภายใน 10 ปีโดยจะสร้าง20,000 หน่วยต่อปีเพื่อสนับสนุนให้ผู้มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง ส่วนโครงการบ้านเอื้ออาทรซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายในระดับรายได้ปานกลาง ปัจจุบันมีจำนวนคงเหลืออีก 21,000 หน่วยทั่วประเทศ กคช.จะเร่งรัดจำหน่ายให้หมดเพื่อปิดโครงการบ้านเอื้ออาทรจากนั้นจะมีการดำเนินโครงการใหม่โดยร่วมกับหน่วยราชการเพื่อขยายโอกาสให้กับผู้มีรายได้ระดับปานกลางมีโอกาสมีที่อยู่อาศัยโดยจะเข้มงวดในเรื่องของการเข้ามาซื้อบ้านในโครงการให้เป็นประชาชนที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยจริงๆไม่ใช่เป็นนายหน้าที่เข้ามาซื้อบ้านแล้วไปปล่อยเช่าเพื่อแสวงหากำไรเหมือนปัญหาที่ผ่านมา
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พม.เล็งล้างหนี้การเคหะฯ -

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในลาว
“รายงานตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว” ฉบับล่าสุด ของคอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ระบุ ปัจจุบันมีนักลงทุนต่างชาติจำนวนมากเข้าไปลงทุนในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ทั้งในรูปแบบของการขยายธุรกิจเพิ่มเติม หรือว่าเป็นการเข้าไปลงทุนใหม่ สุรเชษฐ กองชีพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย จากคอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่า “นักลงทุนจากประเทศเวียดนาม จีน และไทย เป็นนักลงทุนต่างชาติที่ลงทุนในประเทศลาวมากที่สุดสามอันดับแรก เพราะทั้งสามประเทศนี้มีชายแดนติดกับประเทศลาว นอกจากนี้แปดในสิบอันดับแรกเป็นนักลงทุนจากประเทศในอาเซียน แม้ว่าลาวจะไม่มีทางออกไปสู่ทะเล แต่ว่าทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างมหาศาล และเศรษฐกิจที่อยู่ในภาวะขยายตัวในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้กลายเป็นแม่เหล็กชั้นดีที่ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ” จำนวนของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไปในสาธารณรัฐประชา ธิปไตยประชาชนลาวในปีพ.ศ.2555 มีประมาณ 3 ล้านคน มากกว่าปีพ.ศ.2554 สูงที่สุดเท่าที่มีการบันทึกมา เนื่องจากนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาลที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาได้มากขึ้น เช่น การงดเว้นการขอวีซ่า เส้นทางการบินใหม่ ปีการท่องเที่ยวลาว 2555 มีการคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวในปีพ.ศ.2556 มากถึง 3.7 ล้านคนเพิ่มขึ้นประมาณ 14% จากปีพ.ศ.2555 ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ ด้วย โดยเฉพาะ “ธุรกิจโรงแรม” ตอนนี้มีโรงแรมที่กำลังก่อสร้างหลายแห่ง โดยมีห้องพักรวมกันประมาณ 990 ห้อง โดยทั้งหมดมีกำหนดที่จะเปิดให้บริการในปี พ.ศ.2557 นักลงทุนชาวต่างชาติหลายรายลงทุนพัฒนาโครงการโรงแรมระดับ 4–5 ดาวในเวียงจันทน์ เช่น กลุ่ม HAGL จากเวียดนาม กลุ่มเดอะรีกัล โกลบอลอินเวสท์เม้นท์ และดีเวลลอปเม้นท์ ของสิงคโปร์ โครงการขนาดใหญ่หลายโครงการของนักลงทุนชาวต่างชาติที่มีแผนจะพัฒนาในอนาคตในเวียงจันทน์ ก็มีโรงแรมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ เช่น โครงการ Vientiane New World ตามแนวแม่น้ำโขง โครงการ The World Trade Centre ในใจกลางเวียงจันทน์ โครงการ Vientiane Complex และอีกโครงการที่พัฒนาโดยกลุ่ม BIM ของเวียดนาม “ตลาดอาคารสำนักงานให้เช่า” ก็น่าสนใจไม่แพ้ธุรกิจโรงแรม เพราะนักลงทุนชาวต่างชาติหลายรายที่ลงทุนในเวียงจันทน์ในหลายอุตสาหกรรม ต้องการพื้นที่อาคารสำนักงานคุณภาพที่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี ที่จอดรถเพียงพอ และการบริหารอาคารที่มีคุณภาพ แม้ว่าจะมีนักลงทุนชาวต่างชาติหลายรายที่เช่าบ้านเดี่ยว หรืออาคารพาณิชย์เพื่อใช้เป็นสำนักงาน อาคารสำนักงานแห่งแรกในเวียงจันทน์เปิดให้บริการในปี พ.ศ.2536 ใน Chantabuly ซึ่งการขาดแคลนที่ดิน และราคาที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้น เป็นอุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางการการพัฒนาตลาดอสังหาริมทรัพย์ใน Chantabuly ดังนั้นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ใหม่ ๆ จึงอยู่ในพื้นที่อื่น ค่าเช่าเฉลี่ยของอาคารสำนักงานในเวียงจันทน์อยู่ที่ 5–15 ดอลลาร์ สหรัฐต่อเดือน ขึ้นอยู่กับสิ่งอำนวยความสะดวก และทำเลที่ตั้ง อาคารสำนักงานส่วนใหญ่ในเวียงจันทน์มีอัตราการเช่าค่อนข้างสูง แม้ว่าจะมีพื้นที่ในอาคารสำนักงานที่ยังคงว่างอยู่ โดยเฉพาะในอาคารสำนักงานที่ตั้งอยู่ไกลจากพื้นที่ธุรกิจ “พื้นที่ค้าปลีก” ก็เป็นอีกหนึ่งตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่น่าสนใจสำหรับชาวต่างชาติ แม้ว่าจำนวนประชากรในเวียงจันทน์จะไม่มาก และไม่เหมาะกับโครงการศูนย์การค้าขนาดใหญ่ อุปทานพื้นที่ค้าปลีกในเวียงจันทน์มีอยู่ไม่มาก ซึ่งส่วนใหญ่สร้างเสร็จ และเปิดให้บริการในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเท่านั้น แต่ว่าโครงการเหล่านี้ยังคงมีมาตรฐานต่ำกว่าโครงการอื่น ๆ ในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะการแบ่ง และจัดพื้นที่เช่า โครงการพัฒนาขนาดใหญ่บางโครงการในเวียงจันทน์เป็นการเพิ่มความต้องการพื้นที่ค้าปลีก เพราะในโครงการเหล่านี้มีการพัฒนาพื้นที่ค้าปลีก โรงแรม อาคารสำนักงาน และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ดังนั้น เวียง จันทน์มีความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวแห่งใหม่ในอนาคต ไม่ใช่แค่ศูนย์กลางการเดินทางไปหลวงพระบาง เมื่อโครงการเหล่านี้สร้างเสร็จ “ผู้ประกอบการซูเปอร์สโตร์ มอลล์ และศูนย์การค้าในประเทศไทยก็กำลังมองหาลู่ทางในการเปิดศูนย์การค้าแห่งแรกของตนเองในลาว โดยเฉพาะในเวียงจันทน์ และหลวงพระบาง แต่อาจจะมาในรูปแบบที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก เนื่องจากประชากรในลาวยังคงมีไม่มาก” สุรเชษฐ กองชีพ กล่าวสรุป.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในลาว