เดือน: พฤศจิกายน 2013

  • รร.เอกชนเร่งรัฐพัฒนาครูภาษาไทย

    รร.เอกชนเร่งรัฐพัฒนาครูภาษาไทย

    เครือข่ายโรงเรียนเอกชนกรุงเทพมหานคร ย้ำภาครัฐ ให้ความสำคัญด้านภาษาไทยให้มากขึ้น ระบุแม้จะเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558 “ภาษาไทยยังต้องเป็นภาษาชาติ” พร้อมหนุนโยบาย “ปีการศึกษา 2556 เป็นปีแห่งการเพิ่มคุณภาพการศึกษา” อ.จินดา ตันตราจิณ ในฐานะประธานกลุ่มเครือข่ายโรงเรียนเอกชนกรุงเทพมหานครและผู้อำนวยการโรงเรียนจินดาพงศ์ กล่าวว่า แม้จะมีการเตรียมความพร้อมด้านภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ หรือภาษาประจำชาติของอาเซียน เช่นคำทักทายง่าย ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่เออีซีในปี 2558 แล้ว แต่เด็กไทยยังต้องศึกษาภาษาไทยให้แตกฉาน เนื่องจากเป็นภาษาประจำชาติมีการสืบทอดมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย และประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นสมาชิกอาเซียนหลายประเทศ อาทิ พม่า ลาว กัมพูชา ก็มีการจัดให้บุคลากรในประเทศเรียนภาษาไทยอย่างขะมักเขม้น เพราะแต่ละประเทศเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับการเปิดเสรีเออีซีในอีก 2 ปีข้างหน้า “กลุ่มเครือข่ายโรงเรียนเอกชนได้จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการเรื่อง “ภาษาไทย ภาษาชาติ” เพื่อต้องการสนับสนุนนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่ประกาศให้ “ปีการศึกษา 2556 เป็นปีแห่งการเพิ่มคุณภาพการศึกษา” และพัฒนาครูเอกชนให้มีความรู้ ความเข้าใจตลอดจนทักษะที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอนในวิชาภาษาไทยเพื่อนำไปถ่ายทอดให้แก่ผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะอนาคตในส่วนของภาคการศึกษากับอาเซียน เรามีการสนับสนุนแนวคิดเรื่อง Education Hub ในการเป็นศูนย์กลางการศึกษาในภูมิภาคนี้ ไม่ว่าจะเป็นโครงการแลกเปลี่ยนนักเรียนและการปรับหลักสูตรให้เป็นหลักสูตรสากลมากขึ้น” โดยกลุ่มเครือข่ายโรงเรียนเอกชนกรุงเทพมหานครอยากให้ภาครัฐได้เข้ามามีบทบาทในการตรวจสอบดูแลธุรกิจการศึกษาภายในประเทศด้วย โดยเฉพาะในเรื่องของโรงเรียนเอกชนของไทย ที่ต้องหันมาแข่งขันกับโรงเรียนนานาชาติ ที่เริ่มมีเพิ่มมากขึ้นทั้งในกรุงเทพมหานครและจังหวัดใหญ่ๆ ซึ่งจุดอ่อนของผู้ประกอบการโรงเรียนเอกชนของไทยคือมีทุนหรือแหล่งเงินทุน ไม่มากเพียงพอที่จะแข่งขันกับโรงเรียนนานาชาติได้.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รร.เอกชนเร่งรัฐพัฒนาครูภาษาไทย

  • ผลกระทบนักบัญชีในเออีซี – เออีซีกับม.หอการค้าไทย

    ผลกระทบนักบัญชีในเออีซี – เออีซีกับม.หอการค้าไทย

    “วิชาชีพบัญชี” ถือเป็นหนึ่งในสาขาที่จะเปิดเสรีในอันดับต้น ๆ ภายหลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 58 ซึ่งหากเปิดเสรีทางสาขาวิชาชีพแล้ว ต่อไปจะทำให้ตลาดอาชีพต่าง ๆ เกิดการไหลเวียนเคลื่อนย้ายกันอย่างเสรีใน 10 ประเทศ ทำให้หลาย ๆอาชีพต่างตื่นตัวตั้งรับมือกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น จะมีทั้งผลดี และผลเสีย แต่ถ้ามีการตั้งรับมือก่อน เชื่อว่าน้ำหนักจะไปทางผลดีมากกว่า ที่ผ่านมาทาง “สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์” ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่ดูแลนักบัญชีทั่วประเทศ ได้ตื่นตัวในผลกระทบที่จะเกิดขึ้น จึงได้ตั้ง “คณะอนุกรรมการการศึกษาและติดตามผลกระทบของเออีซีต่อวิชาชีพบัญชี” เพื่อนำผลการศึกษาที่ได้แจ้งเตือนให้นักบัญชีของไทยได้ตั้งรับมือปรับตัว “ดร.ษิรินุช นิ่มตระกูล” อาจารย์ประจำคณะบัญชี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย หนึ่งในทีมวิชาการของคณะอนุกรรมการฯ ระบุถึงการเตรียมความพร้อมในการเปิดเออีซีของวิชาชีพบัญชี ในรายการ “เศรษฐกิจติดจอ” ทางช่องเดลินิวส์ ในวันที่ 8 พ.ย ว่า วิชาชีพบัญชี ถือเป็นวิชาชีพที่มีความสำคัญกับทุกองค์กรธุรกิจ เป็นเสมือนหลังบ้าน ที่คอยสนับสนุนทุกแผนกในองค์กรให้ก้าวไปอย่างมั่นคง ซึ่งความสามารถของนักบัญชีไทยในปัจจุบันไม่แพ้ชาติใดแน่นอน โดยมีหน่วยงานสภาวิชาชีพบัญชีฯ เป็นผู้ดูแล และมาตรฐานบัญชีของไทยทุกประเภทได้มาตรฐานสากล และมีการปรับเปลี่ยนให้สอดคล้อง และมีการอบรมนักบัญชีไทยอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาของนักบัญชีไทยคือ “ภาษาอังกฤษ” เพราะนักบัญชีไทยใช้แต่ภาษาไทย เช่น มาตรฐานการรายงานทางการเงิน (ไอเอฟอาร์เอส) ของไทย ยังใช้ภาษาไทย จึงทำให้ไทยมีคู่แข่งสำคัญจาก 10 ประเทศในอาเซียน ในเรื่องนักบัญชี คือ สิงคโปร์ และมาเลเซีย แม้เศรษฐกิจไทยจะไม่ได้ด้อยไปกว่าทั้ง 2 ประเทศ แต่เขาใช้ภาษาอังกฤษ จึงทำให้เป็นคู่แข่งที่สำคัญของไทย หากมีการเปิดเออีซี “ตอนนี้สิ่งที่ต้องจับตาคือ เมื่อเปิดเออีซีแล้ว โอกาสนักบัญชีของทั้ง 10 ประเทศ จะเป็นการเปิดโอกาสการไหลเข้า หรือไหลออกมากกว่ากัน ซึ่งตนมองว่า ในช่วงแรกอาจมีการไหลเข้ามากกว่าไหลออก เพราะความได้เปรียบในเรื่องภาษา โดยเฉพาะในประเทศสิงคโปร์ และมาเลเซีย จะมีการมาตั้งขยายสาขาในไทยมากขึ้น เพราะฉะนั้นตอนนี้ บริษัทบัญชีขนาดใหญ่ของไทยจะไม่ค่อยน่าห่วง แต่บริษัทบัญชี ขนาดกลางที่ทำบัญชีให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี มีความน่าเป็นห่วงมากกว่า จึงต้องเร่งปรับตัว และฝึกฝนคือ ภาษาอังกฤษ สำคัญที่สุด รองลงมาคือ กฎหมายของประเทศต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบัญชี ส่วนเรื่องอื่น ๆ เช่น โปรแกรมเรื่องบัญชี ทางสภาวิชาชีพบัญชีฯ ได้มีการช่วยเหลือ โดยการทำโปรแกรมฟรีให้แล้ว” ส่วนวิธีที่นักบัญชีต่างชาติจะเข้าดำเนินการกันคือ ติดตามนักลงทุนประเทศของเขาที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศอื่น เช่น นักลงทุนมาเลเซียจะเข้ามาลงทุนในไทย นักบัญชีของมาเลเซียบางครั้งก็จะติดตามมาด้วย ซึ่งหากนักบัญชีไทยเตรียมความพร้อม โดยเฉพาะในเรื่องภาษา ก็จะเป็นโอกาสในการดำเนินธุรกิจร่วมกันได้ ยิ่งในประเทศที่ไทยยังมีความพร้อมมากกว่า เช่น กัมพูชา พม่า ลาว เวียดนาม อินโดนีเซีย ยิ่งเป็นโอกาสที่นักบัญชีไทยสามารถเข้าไปขยายช่องทางการดำเนินอาชีพได้ เพราะเรื่องวิชาชีพบัญชีไม่ต้องมีการปรับตัวมากหากมีความพร้อมในเรื่องภาษา เนื่องจากมาตรฐานบัญชีของไทยทุกประเภทเป็นมาตรฐานเดียวกับสากล ชนิดที่ว่า แปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยตัวต่อตัวเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามในปัจจุบันสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ก็ได้เห็นถึงความสำคัญในประเด็นนี้ โดยมีหลักสูตรทั้งภาคภาษาอังกฤษ (อินเตอร์) ส่วนหลักสูตรไทยก็จะให้ความสำคัญในเรื่องภาษาอังกฤษมากขึ้น ซึ่งตัวนักศึกษาเองก็ได้เห็นถึงความสำคัญในเรื่องภาษามากขึ้น เพราะจากประสบการณ์ต่าง ๆ ที่รุ่นพี่ หรือตัวเขาเองประสบคือ บริษัทบัญชีใหญ่ ๆ สิ่งแรกที่ให้ความสำคัญคือ เรื่องภาษาอังกฤษ จะมีการสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษก่อนเลย นอกจากนี้จุดเด่นที่สำคัญของไทยคือ เรื่องจรรยาบรรณในวิชาชีพ ซึ่งตรงจุดนี้สภาวิชาชีพบัญชีให้ความสำคัญอย่างมาก และขณะนี้ทางมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่สอนบัญชีก็ให้ความสำคัญเน้นส่งเสริมในวิชาการเรียนในนักศึกษาทุกคนปลูกฝังในเรื่องจรรยาบรรณ ความโปร่งใส ยุติธรรม ไม่ให้มองเรื่องผลประโยชน์มากกว่าคุณธรรม ซึ่งตรงจุดนี้ จะช่วยลดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นได้ และการตรวจสอบนักบัญชีไทยก็จะมีสภาวิชาชีพบัญชีฯ เป็นผู้คอยตรวจสอบอยู่แล้ว ซึ่งปัจจุบันก็จะมีการร้องเรียนเข้ามา หากพบว่านักบัญชีรายไหนทำงบการเงินบริษัทส่อไปในทางไม่ถูกต้อง ทางสภาวิชาชีพบัญชีจะมีบทลงโทษ ไล่ตั้งแต่เบา จนถึงหนัก เช่น ตักเตือน ระงับใบอนุญาตชั่วคราว จนถึงถอนใบอนุญาตถาวร ต้องยอมรับว่า “วิชาชีพบัญชีของไทย” ตื่นตัวในการเปิดเออีซีอย่างใกล้ชิดทีเดียว จะเห็นได้ว่าธุรกิจสาขานี้ เรื่องเงื่อนไขกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ไทยมีความพร้อมแล้ว เหลือแต่ตัวนักบัญชีไทยเองเท่านั้นที่ต้องเร่งเสริมอาวุธในเรื่องภาษา เชื่อว่าหากยิ่งพร้อมในเรื่องนี้เท่าไร นักบัญชีไทยไปไกลระดับโลกแน่นอน. จิตวดี เพ็งมาก

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ผลกระทบนักบัญชีในเออีซี – เออีซีกับม.หอการค้าไทย

  • ภาษาเดียวกัน วันที่ 13 พฤศจิกายน 2556

    ภาษาเดียวกัน วันที่ 13 พฤศจิกายน 2556

    แบรนด์โรงแรมไทยสู่สากล มนทาระ ฮอสพิตาลิตี้ กรุ๊ป เผยความพร้อมในการนำเอกลักษณ์ด้านความอบอุ่นและจิตบริการอันเลื่องชื่อของการต้อนรับแบบไทยสู่เอเชียและทั่วโลก นำด้วย “ตรีสราและโบ๊ทเฮ้าส์” พร้อมจัดตั้ง “ตรีสรา อะคาเดมี” ในพ.ศ. 2557 ขึ้นในจังหวัดภูเก็ต เพื่อเป็นสถานฝึกอบรมด้านการบริหารโรงแรมให้แก่ผู้สนใจทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ระบุเสน่ห์การบริการแบบไทย ๆ เป็นที่ประทับใจของแขกและนักท่องเที่ยวที่มาเยือนประเทศไทยมาช้านาน เป็นข้อได้เปรียบสำคัญในการขยายธุรกิจในประเทศต่าง ๆ คาดเพิ่มจำนวนรีสอร์ทภายใต้แบรนด์ “ตรีสรา” และแบรนด์ มนทาระ อีก 10 แห่งในอีก 3–4 ปีข้างหน้า หลักทรัพย์ฯรุกหัวเมืองเหนือ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สร้างความรู้ด้านการเงินและการลงทุนแก่ชาวเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง มุ่งปรับปรุงและพัฒนาศูนย์เรียนรู้การลงทุน (SET Investment Center : SET IC) ให้เป็นศูนย์กลางบริการความรู้และข้อมูลการลงทุนแก่ นักเรียน นักศึกษา ผู้ลงทุน และประชาชนทั่วไป รวมถึงผู้ประกอบวิชาชีพในธุรกิจหลักทรัพย์ ปัจจุบันมีศูนย์เรียนรู้การลงทุน (SET IC) แล้วทั้งหมด 5 แห่ง ได้แก่ ม.เชียงใหม่ ม.นเรศวร ม.ขอนแก่น ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี และจะเปิดให้บริการอีก 2 แห่งในปลายปีนี้ที่ ม.อุบลราชธานี และม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ติดตามรายละเอียดและกิจกรรมของศูนย์ SET IC ได้ที่ www.tsi-thailand.org/SETIC ประกวดสุดยอดโรงแรมบูติกไทย เคทีซีร่วมกับสายการบินบางกอก แอร์เวย์ส ไทยเร้นท์อะคาร์ และ TripAdvisor จัดโครงการ “Thailand Boutique Awards Season 3 (2014-2015)” ปรับมาตรฐานการประกวดให้ทัดเทียมระดับสากล เน้นคอนเซปต์การใส่ใจสิ่งแวดล้อม “Think Green” มากยิ่งขึ้น โดยจะเฟ้นหาสุดยอดโรงแรมบูติกขนาด 3-49 ห้อง ที่มีคุณภาพโดดเด่นด้านต่าง ๆ จากทั่วทุกภูมิภาค ในด้านสถาปัตยกรรม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และแนวคิดและวัฒนธรรม แบ่งเขตการประกวดตามที่ตั้งเป็น 4 เขต ได้แก่ ทะเล /ภูเขา ป่าไม้ และพื้นที่สีเขียว/แม่น้ำและทะเลสาบ/ เมือง หวังช่วยให้ผู้ประกอบการโรงแรมบูติกไทยให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น พร้อมช่วยพัฒนาต่อยอดธุรกิจโรงแรมบูติกให้เติบโตอย่างยั่งยืน มีศักยภาพพร้อมแข่งขันในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและในเวทีโลกต่อไป สนใจสมัครเข้าร่วมประกวดได้ทางwww.thailandboutiqueawards.com และประกาศผลรางวัลในเดือนสิงหาคม 2557.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ภาษาเดียวกัน วันที่ 13 พฤศจิกายน 2556