ขณะที่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนกำลังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ธุรกิจข้ามชาติหลายอย่างเลือกประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่จะมาเปิดสาขา เพราะความพร้อมในด้านต่าง ๆ และบริษัท แบงคอก บาวซ์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายตุ๊กตาและของชำร่วยแฮนด์เมดจากฝ้ายออร์แกนิกธรรมชาติก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยเพิ่งเปิดตัวร้าน “ออร์แกนิกไอส์แลนด์” ณ อาคารออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ ออร์แกนิกไอส์แลนด์ สาขาออลซีซั่นส์เพลส ไม่เพียงเป็นสาขาแรกของเอเชียแต่ยังถือเป็นร้านจำหน่ายสินค้าอย่างเป็นทางการสาขาแรกของโลก โดยบริษัท ชังกี้ชิลลี จำกัด ผู้ผลิตสินค้าประเภทถักทอรายใหญ่ของอังกฤษ หนึ่งในผู้นำด้านธุรกิจการจัดจำหน่ายสินค้าในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศจีน และมีเครือข่ายร้านค้าปลีกระดับสูงทั่วประเทศจีน โดยเฉพาะร้านค้าระดับไฮเอนด์ภายในโรงแรมชื่อดัง อาทิ บันยันทรี, รีเจ้นท์, เจดับบลิว แมริออท, เลอ เมอริเดียน, แมริออท, เชอ ราตัน, ริทซ์ คาร์ลตัน, พูลแมน, ฮอลิเดย์อินน์, และโนโวเทล ขณะที่กรุงเทพฯ มีความเหมาะสมอย่างมากเนื่องจากมีชื่อเสียงในฐานะเมืองท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของโลก อีกทั้งแบรนด์ ออร์แกนิกไอส์แลนด์ ยังเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในหมู่นักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีสัดส่วนสูงมากที่เดินทางมาท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ โดยชังกี้ชิลลี ผู้จัดจำหน่ายสินค้าเฉพาะทางอินเทอร์เน็ต วางแผนสร้างแบรนด์ร้านค้าออร์แกนิกไอส์แลนด์ขึ้นในเอเชีย เพื่อขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่มนักท่องเที่ยว สินค้าในแต่ละสาขาจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สะท้อนถึงศิลปวัฒนธรรมตามสถานที่ตั้งของสาขานั้น โดยร้านออร์แกนิกไอส์แลนด์ สาขากรุงเทพฯ เกิดจากความร่วมมือกับ บริษัท แบงคอก บาวซ์ จำกัด เพื่อนำเสนอรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่มีเฉพาะในประเทศไทย รวมถึงตุ๊กตาสัตว์สวมชุดไทยและตุ๊กตาช้างมวยไทย เป็นต้น “เราสร้างแบรนด์ ออร์แกนิกไอส์แลนด์สำหรับตลาดเอเชียโดยเฉพาะ เพื่อให้เป็นแบรนด์สินค้าแห่งภูมิภาคที่มีรูปแบบผลิตภัณฑ์เฉพาะตัว พร้อมด้วยบริการสั่งทำของชำร่วยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละประเทศ สำหรับสาขาในเมืองไทยจะมี สินค้าสไตล์จีนดั้งเดิม และสินค้าแบบไทย” ทิม วิลสัน เจ้าของบริษัท แบงคอก บาวซ์ จำกัด ระบุ ออร์แกนิกไอส์แลนด์นำเสนอประสบการณ์การชอปปิงรูปแบบใหม่สู่ตลาดของขวัญในเมืองไทย ด้วยช่องทางอินเทอร์เน็ตและสื่อผสมหลายรูปแบบ ควบคู่กับการเปิดตัวร้านจำหน่ายสินค้าสาขากรุงเทพฯ พร้อมนำเสนอความแปลกใหม่ในประสบการณ์การชอปปิงของขวัญ ด้วยกิจกรรมการออกแบบอี-การ์ดแบบแฮนด์เมดฟรี เพื่อให้วิดีโอภาพเคลื่อนไหวช่วยบอกเล่าความรู้สึกของผู้ส่งของขวัญแก่ผู้รับได้ในสไตล์เฉพาะตัว โดยมีแผนจะเปิดสาขา 2 ที่ภูเก็ตในช่วงต้นปีหน้า.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แห่งแรกในเอเชีย – ลูกเล่น/ลีลา
เดือน: พฤศจิกายน 2013
-

แห่งแรกในเอเชีย – ลูกเล่น/ลีลา
-

กสท เชื่อไอพีทีวี ชิงส่วนแบ่ง ‘ทีวีดิจิทัล’
ปัจจุบันเทคโนโลยีถือเป็นปัจจัยที่ 5 ของการดำรงชีวิต ทุกคนต่างหาเทคโนโลยีมาดำเนินธุรกิจของตนเอง เพื่อความอยู่รอดขององค์กร ในงานเสวนา “IPTV กับธุรกิจเคเบิลทีวีไทยในอนาคต” จัดโดย บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ได้เชิญกลุ่มภาคธุรกิจเคเบิลทีวีมาร่วมรับฟังข้อมูลของการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีให้อยู่รอดในยุคปัจจุบัน นายวิโรจน์ โตเจริญวาณิช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดและการขาย กสท เล่าว่า การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจปัจจุบัน โดยเฉพาะในเรื่องของเทคโนโลยี กสท ถือเป็นผู้ให้บริการระบบโทรคมนาคม จึงจัดให้มีการเช่าช่องไอพีทีวี ด้วยการลงทุนระบบซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ พร้อมเปิดตัว “แคท อี-เอ็นเตอร์เทนเม้นท์” ที่ลงทุนเฟส 1 เป็นจำนวน 30 ล้านบาท และตั้งเป้าสิ้นปี 57 จะมีลูกค้า 30 ช่องรายการ และคืนทุนในปี 57 ด้วย สำหรับ แคท อี-เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จะเป็นการเปิดให้เช่าช่องสัญญาณเครือข่ายอินเทอร์ เน็ต เพื่อให้บริการโทรทัศน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต หรือไอพีทีวี กสท จะลงทุนด้านโครงข่ายและช่องทางการออกอากาศให้กับลูกค้า และดูแลรักษาโครงข่ายให้ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังมีบริการเสริม อาทิ บริการเก็บค่าใช้บริการจากผู้ใช้บริการเข้าชม บริการพื้นที่โหลดเพลง และชอปปิง ออนไลน์ เป็นต้น ซึ่งการให้บริการไม่จำเป็นต้อง ผ่านบริการอินเทอร์เน็ตของ กสท แต่จะเปิดกว้างสำหรับทุกเครือข่ายอินเทอร์ เน็ตปัจจุบันมีผู้ที่สนใจอยู่ระหว่างเจรจาเพื่อนำไปสู่การเปิดใช้บริการ จำนวน 14 ช่องรายการ แบ่งเป็นการออกอากาศแบบความคมชัดสูง (เอชดี) 4 ราย แบบความคมชัดปกติ (เอสดี) 10 ราย อาทิ ช่องการศึกษาทางไกล ช่องรายการของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และช่องกรีนทีวี เป็นต้น ทั้งนี้ เชื่อว่าธุรกิจไอพีทีวี จะชิงส่วนแบ่งการตลาดจาก ทีวีดาวเทียม หรือทีวีดิจิทัลได้ส่วนหนึ่ง เนื่องจากใช้บริการผ่านอินเทอร์เน็ตที่ผู้รับชมไม่ต้องลงทุนเพิ่มเติมมากนัก สามารถชมได้ผ่านมือถือ โดยหากเนื้อหารายการเป็นที่ต้องการของตลาดก็จะประสบความสำเร็จได้ ด้านนายเกษม อินทร์แก้ว ที่ปรึกษานายกสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย กล่าวถึงมุมมองและจุดเปลี่ยนเคเบิลทีวีมาเป็นไอพีทีวีว่า เทรนที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทำให้ธุรกิจเคเบิลทีวีได้รับผลกระทบไปด้วย โดยเฉพาะการเกิดทีวีดิจิทัล ที่จะมีการเปิดประมูลในเร็ว ๆ นี้ โดยผู้ประกอบการขนาดใหญ่อย่าง ทรูวิชั่นส์ หรือแม้แต่ซีทีเอช ก็ได้มีการปรับเป็นระบบดิจิทัลแล้ว เคเบิลทีวีจะทำอย่างไรจากภัยที่จะเกิดขึ้นจากทีวีดิจิทัล อีกทั้งไอพีทีวีกำลังจะเข้ามาแทน ซึ่งการที่เคเบิลทีวีจะอยู่ได้สิ่งสำคัญคือคอนเทนต์ต้องดี ถึงจะยืนหยัดได้ในยุคที่มีการแข่งขันที่รุนแรงสิ่งที่ผู้ให้บริการเคเบิลทีวีต้องตระหนักคือคนดูต้องจ่ายเงิน เพราะไม่ใช่ช่องฟรีทีวี ดังนั้น จึงต้องมีการพัฒนา เพราะดิจิทัลเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ ที่อยากดูเมื่อไหร่ก็ดูได้ อีกทั้งความละเอียดของภาพก็คมชัดด้วย “เคเบิลทีวีต้องเปลี่ยนเทคโนโลยี ต้องเหนือกว่า 3 ชั้น ที่ต้องเน้นทั้งคอนเทนต์ และบริการหลังการขายที่รวดเร็ว ดังนั้นการลงทุนเงินหลักล้านบาทก็คงจะไม่พอ เพราะเทคโนโลยีปัจจุบันถือเป็นนวัตกรรมใหม่” นายเกษมกล่าวเชื่อว่าเคเบิลทีวีจะยังคงอยู่ได้ถ้ามีการปรับตัว เพราะฐานการรับชมของคนไทยทั่วประเทศยังกว้างอยู่ จะเห็นได้จากการปรับเข้าสู่ระบบ 3จี และ 4จี แต่ปัจจุบันคนไทยจำนวนมากยังคงใช้ 2จี อยู่ ดังนั้น การรับชมทีวีปัจจุบัน ประชาชนจะเป็นผู้เลือกเอง หากผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับคอนเทนต์ที่ตรงใจ ในยุคที่การแข่งขันรุนแรงไปตามพฤติกรรมผู้บริโภค. กัญณัฏฐ์ บุตรดี Kanyanat25@gmail.com
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสท เชื่อไอพีทีวี ชิงส่วนแบ่ง ‘ทีวีดิจิทัล’ -

ใบอนุญาตช่องรายการเคเบิล-ดาวเทียม – คู่ขนาน
เมื่อคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) พิจารณาต่อใบอนุญาตช่องรายการให้ทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวี ซึ่งเป็นกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ ออกไปอีก 2 ปี จากเดิมที่กำหนดไว้ไม่เกิน 14 ปีนั้น พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)และประธาน กสท. ระบุถึงเรื่องนี้ว่าเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม ยังเข้าสู่การกำกับดูแลที่ไม่สมบูรณ์ พบว่ามีการโฆษณาอาหารและยาที่ผิดกฎหมายอยู่ โดยเมื่อไม่นานมานี้ กสท.สั่งระงับโฆษณาไปแล้ว 3 ช่อง ได้แก่ ช่อง OHO Channel (โอ้โห้ แชนแนล) ขายยา แต่แสดงสรรพคุณยาเท็จหรือเกินความเป็นจริง ช่อง มงคล แชนแนล โฆษณาสรรพคุณ คุณภาพ คุณประโยชน์ของอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาต และ ช่อง เอ็มวี ฮิตสเตชั่น มีข้อความอ้างสรรพคุณที่ทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับเครื่องสำอาง จึงเป็นตัวการันตี ว่าใบอนุญาต 1 ปีที่ผ่านมา สะท้อนกลไกที่ยังเป็นปัญหาอยู่ ดังนั้นการออกใบอนุญาตครั้งที่ 1 เป็นใบอนุญาต 1 ปี เพื่อนำผู้ประกอบการช่องรายการเข้าสู่กระบวนการกำกับดูแล ส่วนการต่ออายุอีก 2 ปี จำเป็นต้องควบคุมเนื้อหา การร้องเรียนของผู้บริโภค ซึ่งมั่นใจว่า 2 ปีนี้ผู้ประกอบการช่องรายการจะไม่มีการกระทำที่ผิดกฎหมายอีก จึงค่อยออกใบอนุญาตระยะยาวต่อไปได้ สุดท้ายแล้ว ช่องรายการเคเบิลทีวี และทีวีดาวเทียม ถือว่าเป็นอีกช่องทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภค ที่สามารถรับชมข่าวสารความบันเทิง โดยมีจำนวนกว่า 800 ช่องรายการ ฉะนั้นการกำกับดูแลคาดว่าต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร นับว่า เป็นก้าวที่ดี ของกลไกการขับเคลื่อนวงการโทรทัศน์.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ใบอนุญาตช่องรายการเคเบิล-ดาวเทียม – คู่ขนาน