น.ส.ภัทรพร เพ็ญประพัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทเซ็นทรัล ฟู๊ด รีเทล จำกัด ผู้บริหารเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์,ท็อปส์ มาร์เก็ต ,ท็อปส์ ซูเปอร์ และท็อปส์ เดลี่ เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดกระเช้าของขวัญปีนี้ คาดว่าจะยังคึกคัก แม้ช่วงปลายปีจะประสบปัญหาการเมืองและเศรษฐกิจ แต่เนื่องจากเทศกาลปีใหม่เป็นช่วงเวลาการเฉลิมฉลองในระยะสั้น ๆ ประชาชนจึงยังให้ความสำคัญ ขณะเดียวกันยังเห็นตัวอย่างจากสถานการณ์น้ำท่วมในปี 54 ที่ผู้ประกอบการคาดว่ากำลังซื้อจะชะลอตัว แต่ความต้องการซื้อของผู้บริโภคยังเป็นปกติ จนทำให้สินค้าขาดตลาด ดังนั้นจึงมั่นใจว่า แม้จะอยู่ในภาวะวิกฤติ แต่คนไทยยังพร้อมจะซื้อกระเช้าของขวัญไปเพื่อมอบแก่คนสำคัญ และคาดว่าปีนี้ตลาดฯ จะเติบโตเพิ่มขึ้น 15-20% จากปีก่อน หรือเป็นมูลค่า 1,200 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทจึงทุ่มงบกว่า 80 ล้านบาท จัดแคมเปญกระเช้าปีใหม่ โดยชูจุดเด่นด้านความหลากหลายของสินค้า พร้อมทั้งจัดกระเช้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่ม เพื่อกระตุ้นและดึงดูดใจผู้บริโภค และมอบส่วนลดสูงสุดถึง 33% มากที่สุดตั้งแต่เคยจัดงานมา มั่นใจระหว่างการจัดงานจะสร้างรายได้ 500 ล้านบาท หรือเติบโต 20% ได้อย่างแน่นอน ด้านแนวโน้มกำลังซื้อปีนี้ คาดว่าจะยังดีต่อเนื่อง เพราะลูกค้าส่วนมาก เป็นผู้ที่มีรายได้ระดับกลางขึ้นไป ซึ่งอ้างอิงจากตัวเลขรายได้ของท็อปส์ ซูเปอร์ ในช่วงที่ผ่านมามีอัตราเติบโตสูงกว่าตลาด ซึ่งเติบโต 8% จึงมั่นว่าไม่ได้รับปัญหาจากกำลังซื้อที่ละตัว ขณะเดียวกันช่วงเวลาการซื้อกระเช้าของขวัญในปีนี้เริ่มต้นเร็วขึ้น เป็นต้นเดือนต.ค.จากปกติที่เริ่มในช่วงปลายเดือนต.ค. ทำให้มีระยะเวลาการขายที่ยาวขึ้น จึงเชื่อว่ารายได้จากการขายกระเช้าของขวัญจะเป็นไปตามเป้าหมายอย่างแน่นอน “ดูจากภาพรวมแล้ว เชื่อว่าผู้บริโภคยังมีกำลังซื้อดีอยู่ ปีนี้บริษัทจึงจัดแคมเปญเข้มข้นกว่าปีที่ผ่านมา ประกอบกับปีนี้บริษัทมีช่องทางการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นคือช่องทางออนไลน์และร้านแฟมิลี่มาร์ท จึงคิดว่าปีนี้จะเป็นอีกปีที่จะทำรายได้ได้ดี” นายศุภวุฒิ ไชยประสิทธิ์กุล ผู้จัดการใหญ่ บริหารสินค้าซุปเปอร์มาร์เก็ต บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ผู้บริหารกูร์เมต์ มาร์เก็ต และโฮมเฟรช มาร์ท เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทจะจัดแคมเปญกระเช้าปีใหม่เข้มข้นขึ้น เพื่อเป็นการกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภค หลังได้รับผลกระทบจากปัญหาความไม่แน่นอนทางการเมือง ที่ส่งผลในแง่ความรู้ของผู้บริโภค ทำให้ไม่ออกมาใช้จ่าย แต่ทั้งนี้เชื่อว่าผู้บริโภคยังมีกำลังซื้ออยู่ จึงต้องจัดแคมเปญการตลาดออกมากระตุ้น ทั้งนี้บริษัทได้ทุ่มงบประมาณ 15 ล้านบาท จัดงาน กูร์เมต์ มาร์เก็ต แอนด์ โฮม เฟรช มาร์ท บลิซฟูล แฮมเปอร์ 2014 จำหน่ายกระเช้าปีใหม่ โดยในปีนี้จะใช้จุดเด่นของสินค้าตามไลฟ์สไตร์ของลูกค้ามากขึ้น พร้อมทั้งเน้นสินค้าพรีเมี่ยม ที่นำเข้าจากแหล่งผลิตชั้นนำทั่วโลก เพราะเชื่อว่าแนวโน้มผู้บริโภคปัจจุบันหันมาให้ความสำคัญกับสินค้าเฉพาะกลุ่ม และสินค้าคุณภาพมากขึ้น ขณะเดียวกันยังมอบส่วนลดกว่า 36% และสามารถผ่อนกระเช้าปีใหม่ 0% นาน ถึง 10 เดือน ซึ่งถือว่าเป็นส่วนลดสูงสุดในรอบ 3 ปี ทั้งนี้มั่นใจจะสามารถสร้างรายได้ 200 ล้านบาทตลอดการจัดงาน หรือเติบโตเพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน “การแข่งขันของกระเช้าปีใหม่เริ่มรุนแรงมากขึ้น ผู้ประกอบการจึงต้องหาจุดเด่นที่ดึงดูด ซึ่งบริษัทก็จะเน้นทำสินค้าที่เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น ขณะเดียวกันต่อจากนี้ก็จะพยายามผลักดันให้กระเช้าของขวัญเป็นสินค้าที่ขายได้ทั้งปี เพื่อเพิ่มโอกาสทางการขาย โดยอาจจะปรับเปลี่ยนสินค้าข้างในรวมถึงบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้เป็นสินค้าที่สามารถมองหรือนำมาใช้ได้ตลอดทั้งปีแทน”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ตลาดกระเช้าของขวัญยังคึกคัก
เดือน: พฤศจิกายน 2013
-

ตลาดกระเช้าของขวัญยังคึกคัก
-

นายกฯเป่ากระหม่อมภาคท่องเที่ยวเข้าเป้าหมาย
นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับนายกรัฐมนตรี เพื่อรับทราบสถานการณ์การท่องเที่ยวในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี รวมถึงสถานการณ์ด้านการเมือง ว่า ผู้ประกอบการยังเชื่อมั่นสถานการณ์การท่องเที่ยวของไทยในปัจจุบัน จะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่า ทั้งปี 56 จะมีปริมาณนักท่องเที่ยวที่ 26.2 ล้านคน สร้างรายได้เข้าประเทศ 1.18 ล้านล้านบาท เพราะส่วนใหญ่โรงแรมที่พักได้ถูกจองล่วงหน้า รวมทั้งมีสายการบินทำการบินมายังไทยอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าล่าสุดจะมีเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองเกิดขึ้นก็ตาม “นายกฯบอกว่าทำทุกอย่างแล้ว และก็อดทน ส่วนผู้ประกอบการเองอยากให้ประเทศเดินหน้าไปต่อได้ ไม่ใช่ปล่อยให้มีการชุมนุมไปเรื่อย ๆ อาจสุ่มเสียงให้เกิดสถานการณ์บานปลาย ใช้ความรุนแรง โดยเอกชนทุกคนไม่อยากให้เกิดการเลือดตกยางออกกัน เพราะถ้าเป้นอย่างนั้นคงส่งผลเสียหาย ขณะที่ผู้ประกอบการเองก็ให้ข้อมูลลูกค้า บอกความจริงให้เกิดความเชื่อมั่นอยู่แล้ว และในกรณีที่ 16 ประเทศได้ประกาศเตือนนักท่องเที่ยวให้ระมัดระวังสถานการณ์ในไทย ก็เป็นเพียงการเตือนระดับต่ำสุด ไม่ได้รุนแรงอะไร” นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯ ได้แสดงความเห็นว่าไม่อยากให้ธุรกิจได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์การชุมนุม โดยย้ำว่าภาครัฐตั้งมั่นอยู่ในการใช้กรอบของกฎหมายดูแลประชาชนให้ปลอดภัย ขอให้เจ้าหน้าที่ที่ดูแลประชาชนไม่มีการใช้กำลังความรุนแรง และอยากเปิดเวทีการพูดคุย รับฟังปัญหาจากทุกอุตสาหกรรม เพื่อร่วมแก้ปัญหา ขณะเดียวกันอยากให้เอกชนระมัดระวังข่าวลือที่กระทบภาคการท่องเที่ยว เพื่อสร้างความมั่นใจ และขอให้เสนอความจริงไม่จำเป็นต้องบอกชอบรัฐบาลก็ได้ ด้านนางพรทิพย์ หิรัญเกตุ รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และเลขาธิการสมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ กล่าวว่า นักท่องเที่ยวในกลุ่มยุโรปยังไม่ตก และยังมีกลุ่มประชุมที่จะเข้ามาประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง แต่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติสอบถามเข้ามาบ้าง ซึ่งไม่มีเหตุการณ์อะไรรุนแรง แต่ที่กลัวอย่างเดียวคือการปิดสนามบินเท่านั้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : นายกฯเป่ากระหม่อมภาคท่องเที่ยวเข้าเป้าหมาย -

“เบญจา”ยันตรวจสอบภาษีตามปกติ
นางเบญจา หลุยเจริญ รมช.การคลัง เปิดเผยถึงกรณีที่แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลประกาศยกระดับการต่อสู้ โดยเชิญชวนให้ประชาชนกระทำอารยะขัดขืนอย่างเข้มแข็งทั่วประเทศ 4 มาตรการ โดยเฉพาะการขอให้เจ้าของธุรกิจ ห้างร้าน เอกชน และประชาชนชะลอการจ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลว่า การเสียภาษีถือเป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคน ดังนั้นเมื่อประชาชนออกมาร่วมชุมชนทางการเมืองเป็นการแสดงออกว่ารักชาติก็ควรเสียภาษีเพื่อประเทศชาติด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ในส่วนของการปราศรัยของแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมนั้น มองว่า เป็นเรื่องที่ต่างคนต่างทำหน้าที่ โดยในส่วนของกระทรวงการคลัง โดยยืนยันว่ากรมสรรพากรจะไม่เข้าไปตรวจสอบการเสียภาษีของแกนนำและกลุ่มผู้ขุมนุมเป็นพิเศษ แต่หากมีการยื่นแบบการเสียภาษีไม่ถูกต้อง และเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรตรวจพบก็ต้องเสียค่าปรับ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ทำอยู่แล้วและไม่ได้กลั่นแกล้งแน่นอน และเชื่อว่าการที่มีระบบการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพจะทำให้สามารถตรวจพบผู้เลี่ยงภาษีได้รวดเร็วขึ้น “ประชาชนที่มาร่วมชุมนุมทั้งหมดเป็นผู้ที่มีการศึกษา มีความรับผิดชอบ รักชาติ ทำเพื่อประชาธิปไตย ก็ต้องทำหน้าที่ของประชาชนที่ดีในการเสียภาษี โดยเฉพาะประชาชนที่มีรายได้ ถ้าต้องการให้บ้านเมืองดี ก็ต้องทำตามหน้าที่ของตนเอง ” นางเบญจา กล่าว การชุมนุมประท้วงที่เกิดขึ้นในขณะนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บภาษีของรัฐบาล โดยเฉพาะภาษีในส่วนของกรมสรรพากร อาทิ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) โดยการจัดเก็บรายได้ในเดือน ต.ค. 56 ยังจัดเก็บรายได้เกินเป้าถึง 7,000 ล้านบาท ขณะที่การท่องเที่ยวของประเทศไทยก็ยังขยายตัวได้เป็นอย่างดี นักท่องเที่ยวต่างชาติยังเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.การคลัง กล่าวว่า แกนนำผู้ชุมนุมเป็นถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้ที่มีการศึกษาและมีจริยธรรม จิตสำนึก จึงเชื่อว่าจะไม่หลีกเลี่ยงการเสียภาษีแน่นอน และ คงเป็นวลีที่ใช้ในการปราศรัยหรือเป็นการพูดแบบกลอนพาไปเท่านั้นเอง เท่านั้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “เบญจา”ยันตรวจสอบภาษีตามปกติ