เดือน: พฤศจิกายน 2013

  • ตีข่าวแตก : ประเมินผลกระทบทางธุรกิจ คดีพระวิหาร

    ตีข่าวแตก : ประเมินผลกระทบทางธุรกิจ คดีพระวิหาร

    เมื่อวันที่ 8 พ.ย. รายการตีข่าวแตก ยังคงเกาะติด ประเด็นคำตัดสินในคดีปราสาทพระวิหาร ที่จะมีขึ้นในวันจันทร์ที่ 11 พ.ย.นี้ โดยตลอดทั้งสัปดาห์มีการนำเสนอข้อมูลที่หลากหลายแง่มุม ทั้งมุมมองความสัมพันธ์เชิงประวัติศาสตร์ สภาพความเป็นอยู่และการเตรียมความพร้อมของชาวบ้านและนักเรียนในพื้นที่ อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ที่เคยตกอยู่ในแนวปะทะ ระหว่างทาหรไทยและกัมพูชา รวมถึงวงเสวนาวิชาการจากจุฬาลงกรณ์ โดยคณะนิติศาสตร์ จัดขึ้น มีนักวิชาการทั้งทางรัฐศาสตร์ และนิติศาสตร์ มาร่วมเสวนาวิเคราะห์แนวทางคำตัดสิน และผลกระทบที่จะเกิดขึ้น กระทั่งวานนี้ ทีมกฎหมายสู้คดีพระวิหาร นำโดยท่านทูตวีรชัย พลาศรัย หัวหน้าทีมกฎหมายคดีพระวิหาร และคุณณัฏฐวุฒิ โพธิสาโร รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมทีมงาน ได้มาให้ข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทางไปรับฟังคำตัดสิน ซึ่งทางรายการตีข่าวแตก ได้เชิญทั้งสองท่าน มาสัมภาษณ์เพื่อตรวจสอบความพร้อมในโค้งสุดท้ายและในวันนี้ อีกหนึ่งประเด็นที่พลาดไม่ได้ คือ ผลกระทบต่อภาคธุรกิจ โดยได้เชิญ “คุณดวงใจ จันทร” รองประธานอนุกรรมการ ส่งเสริมเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน ด้านกัมพูชา สภาหอการค้าไทย ซึ่งคุณดวงใจเป็นนักธุรกิจไทยในกัมพูชามายาวนานกว่า 32 ปี ผ่านประสบการณ์การค้าการลงทุนในกัมพูชามายาวนาน ได้มาสะท้อนมุมมอง ต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้น หลังทราบผลคำพิพากษา รายละเอียดจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ในรายการ ตีข่าวแตก วันนี้ ในประเด็น “ธุรกิจไทยในกัมพูชา จับตาชี้ชะตาพระวิหาร”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ตีข่าวแตก : ประเมินผลกระทบทางธุรกิจ คดีพระวิหาร

  • ชาวนาเฮ ธ.ก.ส.เตรียมจ่ายเงินจำนำข้าวรอบใหม่สัปดาห์หน้า

    ชาวนาเฮ ธ.ก.ส.เตรียมจ่ายเงินจำนำข้าวรอบใหม่สัปดาห์หน้า

    แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีมติเห็นชอบให้ ธ.ก.ส. นำสภาพคล่อง 55,000 ล้านบาท จากเงินทั้งหมด 82,000 ล้านบาท ที่สำนักงบประมาณได้จัดสรรให้ธ.ก.ส. เพื่อชดเชยส่วนต่างจากโครงการรับจำนำข้าวในฤดูกาลผลิตที่ผ่านมา เป็นเงินสำรองจ่ายให้เกษตรกรที่นำข้าวมาจำนำฤดูการผลิต 56/57 จำนวน 1.2 ล้านตัน แต่ยังไม่ได้รับเงินไปก่อน ในระหว่างที่รอสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะหรือสบน.จัดหาแหล่งเงินกู้สำหรับใช้ในโครงการรับจำนำรอบใหม่วงเงิน 140,000 ล้านบาท โดยมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกัน คาดว่าจะเริ่มจ่ายเงินให้เกษตรกรได้ในสัปดาห์หน้า นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ยังเห็นชอบให้มีการเพิ่มกรอบวงเงินเพื่อใช้ในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาล เป็นการชั่วคราว เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวรอบใหม่ เพราะที่ผ่านมาครม.มีมติว่ากรอบการรับจำนำข้าวต้องไม่เกิน 500,000 ล้านบาท แต่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านธ.ก.ส.จ่ายเงินในโครงการรับจำนำข้าวไป 679,452 ล้านบาท ซึ่งเกินกรอบวงเงิน 179,452 ล้านบาท ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ระบายข้าวและคืนให้ธ.ก.ส.เพียง 130,000 ล้านบาทจึงจำเป็นต้องจัดหาเงินทุนหมุนเวียนมาใช้ภายในวันที่ 31 ธ.ค.นี้ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรก่อน โดยจะเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาก่อนจะเสนอให้ครม. เห็นชอบต่อไป นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.การคลัง กล่าวว่า ธนาคารจะเร่งดำเนินการจ่ายเงินให้เกษตรกรที่นำข้าวเข้าร่วมโครงการรับจำนำรอบใหม่ได้ภายในวันที่ 14 พ.ย. นี้ ส่วนของการกู้เงินเพื่อใช้ในโครงการรับจำนำข้าวนั้น สบน. จะเริ่มดำเนินการกู้เงินในช่วงต้นปี 57 ส่วนวงเงินอีก 130,000 ล้านบาท จะต้องมาจากการระบายข้าวในสต็อกของกระทรวงพาณิชย์ “ได้หารือกันชัดเจนแล้วว่า ไม่ว่าจะเป็นโครงการรับจำนำข้าวรอบเก่าที่ผ่านมาหรือรอบใหม่ที่กำลังดำเนินการ วงเงินดำเนินการทั้งหมดสุดท้ายจะต้องอยู่ในกรอบที่ ครม. กำหนดคือ 500,000 ล้านบาท โดยเป็นวงเงินจากการกู้ของกระทรวงการคลัง 410,000 ล้านบาท และจาก ธ.ก.ส. 90,000 ล้านบาท แต่ถ้าเงินไม่พอและจะดึงเงินสภาพคล่องของ ธ.ก.ส. มาใช้อีกหรือไม่นั้น จะใช้ในกรณีที่จำเป็นจริง ๆ เท่านั้น”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชาวนาเฮ ธ.ก.ส.เตรียมจ่ายเงินจำนำข้าวรอบใหม่สัปดาห์หน้า

  • สั่งแก้ทีโออาร์รถเมล์เอ็นจีวีตามข้อเสนอผู้พิการ

    สั่งแก้ทีโออาร์รถเมล์เอ็นจีวีตามข้อเสนอผู้พิการ

    พลเอก พฤณท์ สุวรรณทัต รมช.คมนาคม เปิดเผยหลังหารือร่วมกับตัวแทนจากกลุ่มผู้พิการภาคีเครือข่ายรถเมล์ว่า กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และคณะกรรมการพิจารณาร่างทีโออาร์โครงการจัดซื้อรถโดยสารใช้เอ็นจีวี 3,183 คัน ดำเนินการปรับปรุงร่างทีโออาร์ใหม่ ในส่วนของรถโดยสารธรรมดาตามข้อเสนอแนะของตัวแทนจากกลุ่มผู้พิการ โดยให้ปรับสเปครถโดยสารธรรมดาเป็นลักษณะกึ่งชานต่ำ และมีความสูงจากพื้นถนนถึงพื้นรถไม่เกิน 60 ซม. ประตูขึ้น-ลงมีความกว้างไม่น้อยกว่า 90 ซม. เพื่อให้สามารถรองรับผู้พิการ เนื่องจากสภาพถนนในกรุงเทพฯ มีความลาดชันสูง ทั้งนี้ ปัจจุบันคณะกรรมการพิจารณาร่างทีโออาร์ ซึ่งมีนายนเรศ บุญเปี่ยม รองผู้อำนวยการ ขสมก. เป็นประธานคณะกรรมการฯ อยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำทีโออาร์ โดยจะพิจารณาอย่างระมัดระวังและรอบคอบ โดยพิจารณาส่วนประกอบของรถ (แคซซี) ให้ถูกต้องตามประเภทของรถที่ระบุไว้ในทีโออาร์ ซึ่งในเรื่องนี้ กระทรวงคมนาคม มีนโยบายในการจัดซื้อรถโดยสารเอ็นจีวี เพื่อให้บริการประชาชนได้ทุกประเภท ซึ่งจากทีโออาร์เดิมจะจัดซื้อรถโดยสารธรรมดาและรถปรับอากาศ โดยพิจารณาเรื่องความเหมาะสมในการใช้งานตามลักษณะของรถ อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการฯ จะพิจารณาปรับปรุงร่างทีโออาร์ให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า และจะนำขึ้นเว็บไซต์เพื่อรับฟังความเห็น ครั้งที่ 6 ต่อไป หากไม่มีข้อเสนอและความคิดเห็นเพิ่มเติม จะนำขึ้นเว็บไซต์ ครั้งที่ 7 เพื่อยืนยันร่างทีโออาร์ ก่อนประกาศเปิดขายซองประกวดราคา คาดว่าขั้นตอนทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณ 37 วัน ซึ่งในต้นเดือนก.พ. 57 บริษัทที่ได้รับการคัดเลือกจะส่งรถมาทำการทดสอบ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สั่งแก้ทีโออาร์รถเมล์เอ็นจีวีตามข้อเสนอผู้พิการ