เดือน: พฤศจิกายน 2013

  • ทอท.ปรับดอนเมืองรับท่องเที่ยวไฮซีซั่น

    ทอท.ปรับดอนเมืองรับท่องเที่ยวไฮซีซั่น

    ว่าที่ ร.ท. จตุรงคพล สดมณี ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง เปิดเผยว่า มีนโยบายปรับปรุงการให้บริการที่รวดเร็ว หรือฟาสต์ แอร์พอร์ต เพื่อรองรับช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวหรือไฮซีซั่นปีนี้ โดยได้เตรียมอำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารมากขึ้น ทั้งการเพิ่มเครื่องเอ็กซเรย์ จุดตรวจค้น รวมทั้งเพิ่มเจ้าหน้าที่เพื่อความรวดเร็วในการใช้บริการสนามบิน โดยเชื่อว่าทั้งปีจำนวนผู้โดยสารจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ไม่ต่ำกว่า 16 ล้านคน ส่วนการปรับปรุงสนามบินดอนเมือง ขณะนี้กำลังปรับปรุงอาคารผู้โดยสารภายคาดว่า จะเปิดให้บริการได้เดือนพ.ค.57 สามารถรองรับจำนวนผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้นเป็น 28-30 ล้านคนต่อปี โดยอาคารที่จะเปิดเพิ่มเติมจะรองรับการให้บริการสายการบินที่เข้ามาบินใหม่ เช่น สายการบิน ไลอ้อน แอร์ ที่จะเปิดให้บริการในหลายเส้นทางปลายเดือนพ.ย.นี้ ด้านนายสันติสุข คล่องใช้ยา ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ สายการบินแอร์เอเชีย กล่าวว่า ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวนี้ได้เตรียมพร้อมให้บริการกับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ โดยได้เปิดให้บริการฟลาย-ทรู บริการต่อเที่ยวบิน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารที่เดินทางมาถึงสนามบินดอนเมือง และต้องการเดินทางไปยังปลายทางอื่น ซึ่งผู้โดยสารสามารถเช็กอินสัมภาระจากต้นทางและรับสัมภาระครั้งเดียวที่ปลายทางสุดท้าย โดย บริการฟลาย-ทรู จะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.นี้เป็นต้นไป ครอบคลุมการให้บริการกว่า 34 เส้นทาง ทั้งการเปิดเส้นทางบินใหม่ การจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง และวางแผนการออกโปรโมชั่นสำหรับการเดินทางในปีหน้า ส่วนความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบ ซึ่งเชื่อว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เข้าใจถึงการชุมนุมที่เกิดขึ้น

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทอท.ปรับดอนเมืองรับท่องเที่ยวไฮซีซั่น

  • คลังชงครม.ลดหย่อนภาษีให้ประชาชนเพิ่มเติม

    คลังชงครม.ลดหย่อนภาษีให้ประชาชนเพิ่มเติม

    นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่า เดือนพ.ย.นี้ กระทรวงการคลังจะเสนอให้ที่ประชุมครม. พิจารณาเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) แก้ไขอัตราโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาฉบับใหม่ ให้มีผลบังคับใช้ได้ทันในปีภาษี 56 นี้ เพราะล่าสุดร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ตามมาตรการปรับปรุงโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพื่อส่งเสริมความเป็นธรรมและให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งผ่านการเห็นชอบจากครม.แล้วนั้น ยังไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการพิจารณาจากรัฐสภาได้ทัน จึงจำเป็นต้องเสนอครม.เพื่อออกเป็นร่างพ.ร.ฎ.แทน “การพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ เสนอเป็นพ.ร.บ.ให้รัฐสภาพิจารณาต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง จึงทำให้ล่าช้า แต่จะแก้ไขโดยเสนอเป็นร่างพ.ร.ก.ให้ครม.แทน เพื่อให้มีผลในปีหน้า หรือคิดเป็นในปีภาษี 56 ซึ่งรายละเอียดก็ไม่ได้แก้ไขอะไรเพิ่มเติม ยังคงใช้รูปแบบเดิมที่ครม.เห็นชอบไปแล้ว และจะเป็นการผ่อนผันการเก็บภาษีในอัตราที่ต่ำลงด้วย ซึ่งมั่นใจว่า จะผ่านความเห็นชอบจากครม.และสามารถบังคับใช้ในปีภาษีใหม่ได้ทันแน่นอน” ทั้งนี้กระทรวงการคลัง รายงานว่า การปรับปรุงบัญชีอัตราภาษีเงินได้ครั้งนี้ จะมีผลกระทบต่อรายได้ภาษีอากรในปีงบ 56 ประมาณ 27,000 ล้านบาท แต่จะมีส่วนช่วยกระตุ้นการบริโภค และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว โดยร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ได้กำหนดให้บุคคลธรรมดาที่มีรายได้สุทธิไม่เกิน 150,000 บาท ได้รับการยกเว้นภาษี ,ผู้มีรายได้ตั้งแต่ 150,001 บาทถึง 300,000 บาท เสียภาษีในอัตรา 5% ลดลงจากเดิมที่เสียอัตรา 10% ส่วนผู้ที่มีรายได้ตั้งแต่ 300,001 บาทขึ้นไปถึง 500,000 บาท เสียในอัตรา 10% , ตั้งแต่ 500,001 บาทขึ้นไปถึง 750,000 เสียในอัตรา 15% , ตั้งแต่ 750,001 บาทขึ้นไปถึง 1 ล้านบาท เสียในอัตรา 20% , ตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไปถึง 2 ล้านบาท เดิม 30% เหลือ 25%, ตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไปถึง 4 ล้านบาท เสียในอัตรา 30% และตั้งแต่ 4 ล้านบาทขึ้นไป เดิมเสียในอัตรา 37% ลดเหลือ 35% ส่วนห้างหุ้นส่วนสามัญเสียในอัตรา 20% ขณะที่คณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล ให้เสียภาษีจากรายได้พึงประเมิน 20% เช่นกัน โดยให้มีผลบังคับใช้ในปีภาษี 56 ที่จะยื่นในปี 57 เป็นต้นไป นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ในส่วนของข้อเสนอให้เพิ่มวงเงินรายจ่ายเพื่อหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จากเดิมที่หักค่าใช้จ่ายส่วนตัวได้ไม่เกิน 60,000 บาทต่อปี เพิ่มเป็น 120,000 บาทต่อปี เพื่อใช้หักจากรายได้ประจำปีนั้น ยังไม่ได้เสนอให้ครม.พิจารณา เพราะต้องพิจารณาความเหมาะสมก่อน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คลังชงครม.ลดหย่อนภาษีให้ประชาชนเพิ่มเติม

  • สรรพากรนัดรมช.คลัง ถก คืน-ไม่คืนเงินภาษี

    สรรพากรนัดรมช.คลัง ถก คืน-ไม่คืนเงินภาษี

    นายสุทธิชัย สังขมณี อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า เตรียมหารือกับนางเญจา หลุยเจริญ รมช.คลัง ในฐานะที่กำกับดูแลกรมสรรพากรถึงผลกระทบของ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมกรรม หลังจากผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฏรและกำลังจะเข้าวุฒิสภาว่า พ.ร.บ.ดังกล่าวจะมีผลกระทบต่อข้อพิพาททางภาษีระหว่างกรมสรรพากร กับเอกชน หรือบุคคลในช่วงเวลาที่กฎหมายกำหนดให้พ้นผิดไปด้วยหรือไม่ รวมทั้งจะต้องดูด้วยว่าจำเป็นต้องคืนภาษีให้เอกชน และนักการเมือง กรณีที่กรมสรรพากรได้เรียกเก็บภาษีมาก่อนหน้านี้หรอไม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถบอกรายละเอียดอะไรจนกว่าจะได้หารือกับ รมช.คลังให้ชัดเจน ” พ.ร.บ.นิรโทษกรรมอาจมีผลกับคดีความข้อพิพาททางภาษีของกรมสรรพากรกับเอกชน กรณีผู้เสียภาษีได้รับผลกระทบจากทางการเมือง แต่ไม่น่าวิตก และไม่น่าจะส่งผลกระทบโดยรวมกับระบบการเสียภาษีของกรมสรรพากร” ส่วนกรณีที่สังคมออนไลน์รณรงค์ไม่เสียภาษี เพราะไม่พอใจที่รัฐบาลนำเงินไปใช้อย่างสุรุยสุร่าย เช่น ในโครงการรับจำนำข้าว นั้น เห็นว่าผู้เสียภาษีมองเพียงด้านเดียว การเพิ่มรายได้ชาวนาก็เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจทำให้ชีวิตเกษตรกรดีขึ้น ซึ่งไม่ใช่มีแต่ผลเสียอย่างเดียวแต่มีผลดีด้วย

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สรรพากรนัดรมช.คลัง ถก คืน-ไม่คืนเงินภาษี