เดือน: พฤศจิกายน 2013

  • ปลัดพาณิชย์สั่งให้ข้าราชการแสดงออกทางการเมืองนอกกระทรวงฯ

    ปลัดพาณิชย์สั่งให้ข้าราชการแสดงออกทางการเมืองนอกกระทรวงฯ

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่มีข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ประมาณ 100 คนแสดงจุดยืนคัดค้าน พ.ร.บ. นิรโทษกรรมในช่วง ที่ผ่านมา ทำให้นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เดินเข้ามาพูดคุยกับผู้สื่อข่าวที่ห้องสื่อข่าวกระทรวงพาณิชย์เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ได้เชิญผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมาหารือร่วมกัน เพื่อทำความเข้าใจและขอความร่วมมือว่า การที่ข้าราชการที่จะออกมาแสดงความเห็นทางการเมืองนั้นว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ซึ่งอาจนำไปสู่ความร้าวฉานภายในได้ แต่กระทรวงไม่ถือว่ามีความผิดเพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคล เพียงแต่ขอให้ออกไปแสดงความเห็นนอกเขตกระทรวง หรือนอกเวลาทำงาน“ต้องเข้าใจถึงหมวกข้าราชการที่สวมอยู่ด้วย ดังนั้นจึงต้องแยกออกจากกันให้ชัดเจน แม้ว่าเหตุการณ์จะทำกันนอกเวลาราชการแต่ก็ยังมีป้ายกระทรวงติดอยู่ ซึ่งภาพที่ออกมามันไม่เหมาะสม อย่างไรก็ดีขอยืนยันว่า จะไม่มีการเอาผิดกับข้าราชการกลุ่มดังกล่าว เพราะเข้าใจถึงเรื่องสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปลัดพาณิชย์สั่งให้ข้าราชการแสดงออกทางการเมืองนอกกระทรวงฯ

  • “หม่อมอุ๋ย” แนะสว.คว่ำร่างกม.นิรโทษกรรม

    “หม่อมอุ๋ย” แนะสว.คว่ำร่างกม.นิรโทษกรรม

    ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรมว. คลัง เปิดเผยว่า การคัดค้านกฏหมายนิรโทษกรรมขณะนี้ ถือว่า มีการขยายเป็นวงกว้างจากทุกส่วน ทั้งสถาบันการศึกษา นักธุรกิจ ดังนั้นรัฐบาลควรจะฟังเสียงประชาชน และนำไปคิดบ้างโดยการประชุมวุฒิสภาวันที่ 11 พ.ย. นี้ คาดหวังว่า ร่างกฎหมายนี้ จะไม่ผ่านการพิจารณา เพื่อมีเวลา 180 วันในการปรับปรุงเนื้อหาเพื่อนำไปสู่ความสมานฉันท์ของบ้านเมือง และถ้าดึงดันผ่านการพิจารณาของวุฒิสภา คงจะมีการต่อต้านมากขึ้น และหากเป็นเช่นนั้นก็คงจะต้องไปหวังที่กระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ”ถ้าจะให้เรื่องนี้จบเร็วก็คือการพิจารณาของวุฒิสภาวันที่ 11 พ.ย.นี้ เพราะปล่อยไว้ก็ไม่รู้อารมณ์ของคนที่มาต่อต้านก็จะยุ่งยากขึ้น และปัญหาทั้งหมดนี้รัฐบาลเองจะปัดความรับผิดชอบไม่ได้เพราะต้องดูแลเรื่องความสงบบ้านเมืองจะไปโยนเป็นเรื่องของสภา ฯ ไม่ได้”ม.ร.ว.ปรีดิยาธรกล่าวนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า วันที่ 8 พ.ย. นี้ ส.อ.ท.จะนัดประชุมกรรมการบริหารส.อ.ท.วาระพิเศษเพื่อพิจารณาแนวทางความคิดเห็นชองสมาชิกทั่วประเทศเพื่อกำหนดท่าทีต่อร่างกฏหมายนิรโทษกรรม โดยเบื้องต้นส.อ.ท.เองมีความกังวลเนื่องจากการคัดค้านหากมีความรุนแรงก็จะกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจของไทยได้ซึ่งปีนี้เศรษฐกิจไทยเองก็ได้รับผลกระทบจากปัจจัยเศรษฐกิจภายนอกมาพอสมควรแล้ว

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “หม่อมอุ๋ย” แนะสว.คว่ำร่างกม.นิรโทษกรรม

  • ภาคธุรกิจรับการเมืองรุนแรงฉุดเศรษฐกิจ 57โต3.5%

    ภาคธุรกิจรับการเมืองรุนแรงฉุดเศรษฐกิจ 57โต3.5%

    นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยภายในงาน อีโคโนมิค เอาท์ลุค : ตามติดเศรษฐกิจไทยในปี 57 จัดโดยสภอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตว่า ได้ประเมินการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยปี 57 คาดว่าจะขยายตัว 5% เนื่องจากเศรษฐกิจโลก เริ่มปรับตัวดีขึ้น แต่ถ้าเหตุการณ์การเมืองมีความรุนแรงต่อเนื่อง จะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจลดลง 1–1.5% เหลือการขยายตัวทางเศรษฐกิจ 3.5–4% เท่านั้น “ถ้าประเทศไทยยังทะเลาะกันไม่เลิก ต่างชาติคงไม่อยากเข้ามาลงทุน และรัฐบาลจะโฟกัสการลงทุนโครงการต่าง ๆ ที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจน้อยลง ทำให้โครงการต่าง ๆ ล่าช้าต่อไป เช่น โครงการ 2 ล้านล้านบาท เพราะต้องไปโฟกัสเรื่องการแก้ปัญหาการเมืองแทน ส่วนการขยายตัวทางเศรษฐกิจปีนี้ จากต้นปีที่คาดการณ์กันว่า เศรษฐกิจจะขยายตัว 5% แต่ตอนนี้เป็นไปได้ยากที่เศรษฐกิจจะขยายตัวถึง 4% น่าจะอยู่ที่ 3.5-4% เท่านั้นเพราะไตรมาส 3 การลงทุนและการบริโภคชะตัวลง ขยายตัวเพียง 2–3% แม้การท่องเที่ยวจะขยายตัว 25–27% ก็ตาม และได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์การเมืองด้วย” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวว่า ทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 57 เชื่อว่า จะขยายตัวมากกว่า 4 % หากไม่มีเหตุการณ์ใด ๆ มาทำให้เกิดปัญหา หรือสะดุด เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกภาพรวมจะฟื้นตัว ท้ังประเทศสหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป ขณะเดียวกันไทยยังเป็นประเทศที่ได้เปรียบความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ปี 58 เนื่องจากมีอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพและมีฐานการผลิตอุตสาหกรรมสนับสนุนที่เข้มแข็งสุดในภูมิภาคนี้และยังมีภูมิศาสตร์ที่จะเป็นศูนย์กลางการค้าและการลงทุนได้อย่างดี “งบลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาทนั้น ถ้ารัฐบาลฉลาด ไทยก็จะเป็นศูนย์กลางการค้าของภูมิภาคนี้ได้ ซึ่งเห็นว่าควรจะตัดอะไรที่ไม่จำเป็นออกเพราะทำแล้วเจ๊งแน่ เช่น รถไฟความเร็วสูงไปเชียงใหม่ ต้องตัดออก เอาเฉพาะที่จำเป็น คือ รถไฟระบบรางคู่ และท่าเรือน้ำลึกปากบารา ถือเป็นสิ่งสำคัญในการเชื่อมโยงโดยท่าเรือปากบารานั้นทั้งจีนและกัมพูชาอยากได้มาก และถ้าโฟกัสโครงการที่จำเป็นงบประมาณลงทุนก็ไม่เกิน1.5 ล้านล้านบาท” ด้านนายมนูญ ศิริวรรณ นักวิชาการอิสระด้านพลังงาน กล่าวว่า ปี 57 ราคาน้ำมันในไทย ทั้งเบนซิน และแก๊สโซฮอล์ มีโอกาสปรับลดลง ตามทิศทางตลาดโลก รวมทั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เริ่มมีรายได้เพิ่มขึ้น จากการปรับโครงสร้างราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ส่วนราคาน้ำมันดีเซล หากรัฐบาลไม่ทยอยเรียกคืนภาษีสรรพสามิตดีเซล เชื่อว่า จะตรึงราคาที่ลิตรละ 30 บาท ขณะที่แนวโน้มค่าไฟฟ้าปี 57 มีทิศทางปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากสัดส่วนการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) สูงขึ้น เพราะราคานำเข้าสูง นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานส.อ.ท. กล่าวว่า ทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 57 คาดว่า จะขยายตัวได้มากกว่า 4% หากไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยการเมือง เนื่องจากเศรษฐกิจโลก เริ่มกลับมาฟื้นตัวได้ ซึ่งจะทำให้ภาคการส่งออกของไทยดีขึ้น

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ภาคธุรกิจรับการเมืองรุนแรงฉุดเศรษฐกิจ 57โต3.5%