ดีแทค ลุยเพิ่มโครงข่ายเชื่อมต่อสัญญาณสู่ภูมิภาค จาก 2 จุด เป็น 3 จุด หวังให้ประชาชนใช้งานอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจับมือกับพาร์ทเนอร์สำรองเครือข่ายใต้น้ำเพื่อสำรองหากเกิดกรณีฉุกเฉิน นายปัญญา เวชบรรยงรัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานปฏิบัติการโครงข่าย บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค เปิดเผยว่า แนวทางในการจัดการโครงข่ายของดีแทค นั้นมีแนวคิดที่จะเพิ่มชุมสายโครงข่ายในการเชื่อมต่อไปยังแต่ละภูมิภาคให้มากขึ้นจากเดิมที่มีอยู่ 2 เส้น ปัจจุบันได้มีการเพิ่มเส้นที่ 3 แล้ว เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับชุมสายเหมือนที่เกิดขึ้นในช่วงวิกฤติน้ำท่วมครั้งใหญ่ อย่างไรก็ตาม จะเห็นว่าในช่วงที่ประเทศไทยต้องประสบกับปัญหาน้ำท่วมครั้งใหญ่ ในปี 2554 นั้น ส่งผลให้การส่งสัญญาณและสถานีฐานเกิดความเสียหายและไม่สามารถเชื่อมต่อบริการในจุดนั้น ๆ ได้ ดังนั้นเมื่อดีแทคเห็นปัญหาจุดนี้ จึงได้ส่งทีมวิศวกร ติดตามทุกสถานที่ที่เกิดปัญหาน้ำท่วม จึงส่งผลให้ปัญหาน้ำท่วมในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมานี้ ปัญหาสัญญาณในการให้บริการโครงข่ายจึงไม่เกิดขึ้น “ดีแทคมีแนวคิดที่จะหาพาร์ทเนอร์ร่วมเพิ่มเติมในการเดินเครือข่ายสำรองใต้น้ำประกอบด้วย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือผู้ให้บริการเครือข่ายรายอื่นๆ เพื่อมาช่วยสำรองอีก 1 เส้น ในกรณีฉุกเฉิน ที่อาจเกิดปัญหาขึ้นได้” นายปัญญา กล่าว สำหรับสถานีฐานของดีแทคเมื่อสิ้นเดือน ต.ค.56 ที่ผ่านมาดีแทคมีสถานีฐาน 2จี อยู่ที่ 11,000 สถานี ส่วนสถานีฐาน 3จี บนคลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์ ที่ 5,200 สถานี และสถานีฐาน 3จี บนคลื่น 2.1 กิกะเฮิรตซ์ อยู่ที่ 5,300 สถานี จากที่วางไว้ 5,500 สถานีฐานภายในสิ้นปีนี้ เพื่อให้ครอบคลุมการใช้งาน 55% ของประชากร.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘ดีแทค’เพิ่มชุมสายเชื่อมต่อโครงข่ายหวังให้ลูกค้าใช้งานเครือข่ายไม่สะดุด
เดือน: พฤศจิกายน 2013
-

‘ดีแทค’เพิ่มชุมสายเชื่อมต่อโครงข่ายหวังให้ลูกค้าใช้งานเครือข่ายไม่สะดุด
-

ข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ร่วมคัดค้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรม
ที่กระทรวงพาณิชย์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ประมาณ 100คน รวมตัวกันเพื่อแสดงออกคัดค้าน การออกพรบ.นิรโทษกรรม โดย ได้มีการชูกป้ายคัดค้าน และร่วมกันเป่านกหวีด ที่บริเวณ หน้าป้ายกระทรวงพาณิชย์ ริมถนน สนามบินน้ำ ซึ่งสร้างความสนใจให้กับ ผู้คนที่สัญจรไปมา ซึ่งจากดำเนินการลักษณะดังกล่าวน่าจะเป็นกระทรวงแรกที่มีตัวแทนข้าราชการออกมา แสดงออกในลักษณะนี้แบบนี้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ร่วมคัดค้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรม -

แนวโน้มน้ำมันยังแพงต่อเนื่อง
นายสุรงค์ บุลกุล ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) เปิดเผยถึงทิศทาง และแนวโน้มราคาน้ำมันโลกปี 57 ซึ่งเป็นการร่วมจัดทำระหว่างสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(สอท.) และทีมวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมันกลุ่มปตท.ว่า ทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปีหน้า คาดว่า จะยังผันผวน และทรงตัวอยู่ในระดับสูง ราคาอยู่ที่ 90-112 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยประมาณการณ์ ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยอยู่ที่ 104 ดอลลาร์หรัฐสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับใกล้เคียงกับปี 56 ส่วนปีนี้คาดว่า ราคาน้ำมันดูไบ เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 105ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล “ราคาน้ำมัน มีโอกาสที่จะเคลื่อนไหวเกินกว่ากรอบที่คาดการณ์ไว้ หากเกิดกรณีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น ความขัดแย้งในตะวันออกกลางหรือภัยพิบัติทางธรรมชาติปัจจัยพื้นฐาน ส่วนความต้องการใช้น้ำมันของโลก จะมีแนวโน้วปรับเพิ่มสูงขึ้นสอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจโลกที่ขยายตัวดีขึ้นจากปีนี้คืออยู่ที่ประมาณ 91ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือเพิ่มขึ้น1.1ล้านบาร์เรลต่อวันจากปี 56 โดยความต้องการใช้ส่วนใหญ่จะมีจากภูมิภาคเอเซียโดยเฉพาะจีนเป็นหลัก” นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธาน สอท. กล่าวว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ยังคงผันผวนอยู่ในระดับสูง รวมทั้งราคาค่าไฟฟ้า ที่จะปรับเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรม ต้องปรับตัว เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตของตัวเองให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและลดต้นทุนการใช้พลังงานลง ไม่เช่นนั้นความสามารถในการแข่งขันจะลดลงต่อเนื่อง เพราะต้นทุนพลังงานถือเป็นต้นทุนที่สำคัญในภาคการผลิต นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ปตท. กล่าวว่า ปตท.ได้เปิดตัวถังก๊าซพีทีที คอมโพสิต พลัส ซึ่งเป็นนวัตกรรมการนำวัสดุคอมโพสิต ซึ่งเป็นการใช้เทคโนโลยีในการประสานระหว่างโพลิเมอร์และไฟเบอร์กลาส ด้วยกระบวนการผลิตแบบพันมาผลิต เป็นถังก๊าซ ซึ่งสามารถรับแรงดันมาใช้แทนถังเหล็กที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ถังก๊าซรูปแบบใหม่ ที่มีรูปลักษณ์สวยงาม น้ำหนักเบา ทนทาน ไม่เป็นสนิม สะดวกในการใช้งาน และยังลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการผลิต เพื่อโลกสีเขียวที่ยั่งยืน โดยระยะแรก ปตท. มีแผนนำร่องแนะนำ ถังก๊าซพีทีที คอมโพสิต พลัส ในพื้นที่ภาคใต้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ชายทะเลซึ่งประสบปัญหาเรื่องสนิมที่ทำให้ถังก๊าซเหล็กมีอายุใช้งานลดลง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แนวโน้มน้ำมันยังแพงต่อเนื่อง