เดือน: พฤศจิกายน 2013

  • เอกชนแนะรัฐบาลยุบสภา

    เอกชนแนะรัฐบาลยุบสภา

    นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า โดยส่วนตัวมองว่า แนวทางการยุบสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลือกตั้งใหม่ ถือเป็นทางเลือกหนึ่งของรัฐบาลที่จะดำเนินการได้ หากประเมินสถานการณ์กลุ่มผู้ชุมนุมมีแนวโน้มความรุนแรงมากขึ้น และถือว่าจะช่วยลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ ดีกว่าปล่อยให้มีปัญหาความรุนแรงในวงกว้างมากขึ้น แต่การจะเลือกวิธีการยุบสภาหรือไม่นั้น ต้องการให้รัฐบาลประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบว่า จะยุติปัญหาได้หรือไม่ และจะมีปัญหาเรื่องความต่อเนื่องของการดำเนินนโยบายหรือไม่ นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน กล่าวว่า ยังไม่อยากให้ความเห็นเรื่องการยุบสภาฯ ขณะนี้ เนื่องจากเป็นสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น และการบริหารประเทศ หรือการตัดสินใจ ใด ๆ เป็นเรื่องของรัฐบาล ตนเป็นเอกชน จึงไม่อยากเข้าไปยุ่ง ส่วนผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจของการชุมนุมต่อต้านพรบ.นิรโทษกรรมนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ เพราะยังเร็วเกินไปที่จะประเมินสถานการณ์ โดยสภาหอ ฯ จะสำรวจความคิดเห็นของสมาชิกฯ ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น คาดว่า จะใช้เวลา 2–3 เดือน จึงจะระบุได้ว่า ผู้ประกอบการฯ ที่เป็นสมาชิกได้รับผลกระทบอย่างไร นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล. ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และในฐานะนายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (สมาคมโบรกเกอร์) กล่าวว่า หากมีการยุบสภาฯ เกิดขึ้น ก็ไม่ได้หมายความว่าทิศทางของการเมืองจะดีขึ้น เนื่องจากเป็นเพียงการหยุดเพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชน แล้วกลับมาเริ่มต้นกันใหม่ ซึ่งจะทำให้กระทบกับภาพรวมการลงทุนและเศรษฐกิจ เพราะนโยบายต่าง ๆ ที่จะพัฒนาประเทศก็ต้องหยุด หรือชะลอออกไปด้วย นายประสิทธิ์ วสุภัทร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานธุรกิจขนาดกลาง ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ยอมรับว่าสถานการณ์การเมืองช่วงนี้น่าเป็นห่วงว่าจะกระทบกับภาคธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในกลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร เป็นต้น ซึ่งธนาคารจะติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดและจะมีมาตรการเข้าช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มดังกล่าวได้ทันถ่วงทีหากได้รับผลกระทบ นายวิทูร สุริยวนากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่ภาคเอกชนจะกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองที่มีการชุมนุมกันเกิดขึ้น เพราะอาจส่งผลต่อการบริโภคของประชาชนได้ อย่างไรก็ตามในส่วนของบริษัทที่เป็นบริษัทเกี่ยวกับวัสดุก่อสร้างนั้น ซึ่งเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับที่อยู่อาศัย จึงไม่เป็นห่วงว่าการชุมนุมที่เกิดขึ้นจะกระทบต่อยอดขายของบริษัทแต่อย่างใด และมองว่าสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น เป็นปัญหาระยะสั้นเท่านั้น

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอกชนแนะรัฐบาลยุบสภา

  • 3 หมื่นคนพร้อมใจเป่านกหวีดถ.สีลม

    3 หมื่นคนพร้อมใจเป่านกหวีดถ.สีลม

    นายสมเกียรติ หอมละออ ประธานชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย เปิดเผยว่า มีประชาชนกว่า 30,000 คนจากทั่วประเทศ ได้ออกมาร่วมแสดงพลังเป่านกหวีดเป็นเวลา 1 นาทีที่ถนนสายสีลม เพื่อต่อต้านและยับยั้งพ.ร.บ.นิรโทษกรรม เนื่องจากคิดว่าพ.ร.บ.ฉบับนี้จะล้างความผิดให้ครอบครัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ตั้งข้อสงสัยว่าได้โกงภาษีและสร้างความเสียหายให้ธุรกิจไทยกว่า 10,000 ล้านบาท ทั้งนี้ยอมรับว่า การชุมนุมดังกล่าวอาจมีผลทำให้จราจรติดขัดตั้งแต่เวลา 10.00-13.00 น.และอาจทำให้ธุรกิจและนักท่องเที่ยวเดือดร้อนไปบ้าง แต่หากยังปล่อยพ.ร.บ.นี้ผ่านต่อไปความเดือดร้อนก็จะเพิ่มขึ้นกว่านี้แน่นอน สำหรับกลุ่มคนที่เข้าร่วมชุมนุมมีตั้งแต่ แกนนำพรรคการเมือง เช่น นายกรณ์ จาติกวนิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดารานักแสดง กลุ่มนักธุรกิจ และประชาชน โดยก่อนที่กิจกรรมเป่านกหวีดจะเริ่มต้นขึ้นแกนนำได้ร้องเพลงชาติไทยและเพลงสรรเสริญพระบารมีเพื่อแสดงความรักชาติของกลุ่มนักธุรกิจ ทั้งนี้จะมีการนัดชุมนุมโดยเพิ่มความถี่มากขึ้น เป็น สัปดาห์ละ 2 วัน คือ วันจันทร์และวันพุธ ซึ่งหากจำนวนผู้ชุมนุมในครั้งต่อ ๆ ไปมีเพิ่มมากขึ้น เบื้องต้นวางแผนไว้ว่า อาจจะจัดตั้งเวทีแบบถาวรที่บริเวณสวนลุมพินี เพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางในสายสีลมที่เป็นเส้นทางสายเศรษฐกิจของประเทศ “การชุมนุมในถนนสีลมครั้งนี้เป็นการเคลื่อนไหวแบบสันติ รวมถึงออกมารณรงค์กระตุ้นให้คนไทยเห็นถึง ความเลวร้ายของ พ.ร.บ. อีกทั้งยังเป็นการทำให้รัฐบาลรู้ว่า นักธุรกิจในประเทศไทยไม่ยอมรับการคอรัปชั่น ไม่ยอมรับ พ.ร.บ.ฉบับนี้โดยชมรมมีจุดยืนที่เชื่อว่า ประชาธิปไตยเป็นรากฐานที่ทำให้เศรษฐกิจไทยรุ่งเรืิอง”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : 3 หมื่นคนพร้อมใจเป่านกหวีดถ.สีลม

  • ชัชชาติผงะเจอเองเต็ม ๆ รถตู้ชุ่ย

    ชัชชาติผงะเจอเองเต็ม ๆ รถตู้ชุ่ย

    นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมการขนส่งทางบก เร่งหามาตรการแก้ไขให้รถตู้โดยสารประจำทางเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเร่งด่วน เพราะจากการนั่งรถตู้โดยสารไปในหลายเส้นทางและหลายครั้ง ได้พบข้อบกพร่องเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยของรถตู้โดยสารอย่างมาก เช่น ไม่มีเข็มขัดนิรภัย ไม่มีถังดับเพลิง และค้อนทุบกระจก อีกทั้งบางคันมี แต่ติดตั้งในจุดที่ไม่เหมาะสม และทำเบาะที่นั่งเสริมจนเกินอัตราการบรรทุกผู้โดยสารที่กำหนด ที่สำคัญขณะจอดรถเติมแก๊สในปั๊มก็ไม่มีการแจ้งให้ผู้โดยสารลงจากรถขณะเติมแก๊สด้วย ด้านนายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า ได้สั่งการให้กองตรวจการ และผู้ตรวจการขนส่งทุกจังหวัดทั่วประเทศ กวดขันผู้ประกอบการขนส่งตรวจสอบรถตู้โดยสารให้มีถังดับเพลิง ค้อนทุบกระจก ให้ครบถ้วน และติดตั้งในจุดที่เหมาะสมตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้นำออกมาใช้งานได้ทันทีเมื่อมีเหตุเกิดขึ้น ส่วนการติดตั้งเข็มขัดนิรภัย ให้ติดตั้งให้ครบถ้วนทุกที่นั่งตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว โดยรถตู้ที่นำเข้าหรือผลิตตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 เม.ย.55 ต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัยครบทุกที่นั่ง ส่วนรถตู้ที่จดทะเบียนไว้แล้วต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัยครบทุกนั่งภายในวันที่ 1 ม.ค.56 ดังนั้น ถึงปัจจุบันรถตู้โดยสารประจำทางทุกคันต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัยครบทุกที่นั่งทุกคันแล้ว นอกจากนี้ยังได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนผู้โดยสารรถตู้โดยสารประจำทางให้คาดเข็มขัดนิรภัยทุกคน สำหรับกรณีการจอดรถเติมแก๊สในปั๊มแก๊สได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการและผู้ขับรถให้แจ้งให้ผู้โดยสารลงจากรถขณะเติมแก๊สทุกครั้ง ในส่วนของการมีเบาะเสริมไว้สำหรับรับผู้โดยสารเกินกว่าจำนวนที่กำหนด ถือเป็นการผิดกฎหมาย จึงให้ช่างตรวจสภาพรถและผู้ตรวจการเข้มงวดกวดขันการตรวจสอบรถให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย มีสภาพมั่นคงแข็งแรง ไม่มีการเสริมเบาะ หากตรวจพบให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมกับเร่งทำการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการขนส่งและประชาชนทั่วไปรับทราบ “เพื่อเป็นการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ประกอบการขนส่งและผู้ขับรถ จึงขอความร่วมมือประชาชนผู้ใช้บริการหากพบข้อบกพร่องให้โทรแจ้งได้ที่ 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยขอให้จดจำหมายเลขทะเบียนรถ วัน เวลา สถานที่ใช้ในการใช้บริการรถตู้โดยสารเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชัชชาติผงะเจอเองเต็ม ๆ รถตู้ชุ่ย