เดือน: พฤศจิกายน 2013

  • ม็อบบุกตลท.ร้องทุ่งคาฮาเบอร์ปกปิดข้อมูลเหมืองแร่

    ม็อบบุกตลท.ร้องทุ่งคาฮาเบอร์ปกปิดข้อมูลเหมืองแร่

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ ผู้ประสานงานโครงการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะด้านทรัพยากรเหมืองแร่ ได้นำกลุ่มชาวบ้านและนักศึกษารวม 50 คน เดินทางมาชุมนุมบริเวณหน้าอาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เพื่อยืนหนังสือเรียกร้องให้ตลท.และผู้ถือหุ้นของบริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ที่ได้รับสัมปทานเหมืองแร่ บริเวณบ้านหัวนา ต.นาโป่ง อ.เมือง จ.เลย รับทราบถึงข้อเท็จจริงในการแจ้งข้อมูลของบริษัท หลังทำธุรกิจจนทำให้ชาวบ้านในพื้นที่มีปัญหาด้านสุขภาพและได้รับความเดือดร้อน นายเลิศศักดิ์ กล่าวว่า การเดินทางมารวมตัวกันที่หน้าอาคารตลท. ครั้งนี้ เพื่อต้องการบอกให้ผู้ถือหุ้นของบริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด (มหาชน) รวมถึงตลท. รับทราบรายละเอียดที่แท้จริงเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด หลังได้รับสัมปทานเหมืองแร่บริเวณ อ.วังสะพุง จ.เลย แล้ว แต่กลับนำแร่นั้นเคลื่อนย้ายกลับมาถลุงบริเวณภูทับฟ้า ซึ่งเป็นสถานที่ซึ่งเคยได้รับสัมปทานเดิมและหมดอายุไปแล้ว ทำให้ชาวบ้านต้องออกมาร้องเรียนจนที่ประชุมครม.มีมติให้ยับยั้งการผลิต เพราะมีผลกระทบจากสารพิษต่างๆ ในร่างกายที่เกินค่ามาตรฐาน นอกจากนี้ ที่ประชุมครม. ยังให้บริษัทไปศึกษาข้อมูลเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ตลอดจนจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) ซึ่งในช่วงที่จัดทำอีเอชไอเอนั้น เกิดเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจปิดกั้นไม่ให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น แต่บริษัทกลับแจ้งตลท.ว่า การทำอีเอชไอเอผ่านไปด้วยความสงบเรียบร้อย ดังนั้น จึงต้องการให้ผู้ถือหุ้นทราบว่าเกิดอะไรขึ้น และหลังจากนี้จะติดตามว่าบริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ มีการจัดประชุมผู้ถือหุ้นในช่วงใด เพื่อจะตัวแทนจากโครงการฯ จะได้เข้าร่วมประชุมหรือทำกิจกรรมต่างๆ ขณะเดียวกันจะไปยื่นหนังสือให้สถานทูตเยอรมนี ซึ่งเป็นผู้ให้เงินกู้กับบริษัทว่าควรจะให้เงินกู้ต่อไปหรือไม่ นายบดินทร์ อูนากูล รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานบริหาร ตลท. กล่าวว่า ตลท. ได้รับหนังสือร้องเรียนจากกลุ่มผู้ร้องเรียนไว้ก่อน เพื่อไปพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เพราะตลท.ถือเป็นศูนย์กลางการซื้อขาย อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค. 56 ถึงปัจจุบันตลท.ได้พักการซื้อขายของบริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ เนื่องจากบริษัทไม่สามารถส่งงบการเงินภายในระยะเวลาที่กำหนด

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ม็อบบุกตลท.ร้องทุ่งคาฮาเบอร์ปกปิดข้อมูลเหมืองแร่

  • คาดท่องเที่ยวสูญหมื่นล้าน

    คาดท่องเที่ยวสูญหมื่นล้าน

    ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษฏประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลต้องการให้พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นแกนนำในการเคลื่อนไหวทางการเมืองขณะนี้ ให้ชุมนุมอยู่ในกรอบกฎหมาย หากเกิดความวุ่นวายอาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนและการท่องเที่ยวของประเทศ เพราะที่ผ่านมาแนวโน้มการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในไทยกำลังดีขึ้นเรื่อย ๆ หากบ้านเมืองมีแต่ความขัดแย้ง อาจทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสและรายได้ที่จะเกิดขึ้นกับภาคการท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ปลายปีนี้ไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งนี้เชื่อว่า การเดินขบวนที่เกิดขึ้น จะมีผลกระทบต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาไทย และถ้าเกิดการชุมนุมยืดเยื้อและเกิดความรุนแรงจนทำให้ต่างประเทศประกาศห้ามเดินทางมาไทย จะส่งผลให้นักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออก และยุโรปในเดือนพ.ย.นี้ ที่คาดว่าจะมีถึง 2.4 ล้านคน หายไปกว่า 240,000 คน หรือลดลง 10% จากเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งถ้าคิดเป็นตัวเลขจะเสียหายไปกว่า 10,000 ล้านบาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คาดท่องเที่ยวสูญหมื่นล้าน

  • “จ๊อบส์ดีบี”ชี้แนวโน้มคนใช้สมาร์ทโฟนหางานเพิ่มมากขึ้น

    “จ๊อบส์ดีบี”ชี้แนวโน้มคนใช้สมาร์ทโฟนหางานเพิ่มมากขึ้น

    วันนี้( 4 พ.ย.) ที่โรงแรมดับเบิลยู น.ส.นพวรรณ จุลกนิษฐ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ดีบี(ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการเว็บไซต์ จ๊อบส์ดีบีดอทคอม เปิดเผยว่า ปัจจุบันสมาร์ทโฟนกำลังได้รับความนิยม ทางบริษัทจึงได้พัฒนาแอพพลิเคชั่นในเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด คือ จ๊อบส์ดีบี โมบาย แอพ 2.0 (jobsDB mobile app 2.0) ซึ่งพัฒนาฟีเจอร์ต่างๆในการสมัครและค้นหางานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อาทิ ค้นหางานอาชีพต่างๆ พื้นที่และที่ตั้งของบริษัท จำนวนเงินเดือน ฯลฯ “ที่มาผ่านบริษัทมีการพัฒนาโมบายไซค์ และแอพพลิเคชั่นเพื่อรองรับความต้องการหางานผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่มาแล้ว โดยตัวเลขเมื่อเดือน กันยายนที่ผ่านมาบริษัทมีจำนวนสมาชิกอยู่ 1.2 ล้านราย มีประวัติส่วนตัว หรือเรซูเม่อยู่ ประมาณ 1 ล้านฉบับ และมีการสร้างเรซูเม่ใหม่ประมาณ 8 หมื่นฉบับในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา และมีปริมาณเข้าชมเว็บไซต์ผ่านโมบายไซค์ และโมบายแอพ มีประมาณ 6.1 แสนราย ต่อเดือน หรือประมาณ 5.1 ล้านเพจวิว ต่อเดือน และเมื่อดูเฉพาะการเข้าชมผ่านเดสก์ทอป และโมบายมีจำนวน 1.5 ล้านราย ต่อเดือน หรือประมาณ 11.4 ล้านวิวต่อเดือน และมีตำแหน่งงานมากว่า 1.4 หมื่นตำแหน่ง” น.ส.นพวรรณ กล่าวต่อว่า จากตัวเลขผู้เข้าชมดังกล่าว เมื่อนำมาประมวลพบว่า ในปัจจุบันมีคนเข้าชมเว็บไซต์ จ๊อบส์ดีบีดอทคอม จากโทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้นเป็น 42% จากเมื่อช่วงเดือน มี.ค. ที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 20% เท่านั้น และคาดว่าหลังจากเปิดตัวแอพพลิเคชั่นในเวอร์ชั่นใหม่จะมีคนใช้งานเว็บไซต์ผ่านมือถือมากกว่าการใช้งานผ่านเดสก์ทอป หรือคิดเป็นสัดส่วนมากว่า 50% ภายใน 6 เดือนข้างหน้าอย่างแน่นอน ด้านนายเจค แอนดรู หัวหน้าฝ่ายวางแผนและพัฒนาผลิตภัณฑ์ จ๊อบส์ดีบี กรุ๊ป กล่าวว่า การพัฒนาแอพพลิเคชั่นใช้งบประมาณไปมากว่า 1 ล้านดอลล่าห์สหรัฐฯ และจะต้องมีการลงทุนไปอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันแนวโน้มการหางานบนโทรศัพท์มือถือกำลังได้รับความนิยมเพราะใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา โดยผู้ใช้งานส่วนใหญ่มีอายุ 25 ขึ้นไป ซึ่งแอพพลิเคชั่นใหม่จะช่วยให้ผู้ประกอบการ ผู้หางาน สามารถลงประมาณตำแหน่งงานที่ต้องการ และสามารถสมัครงานได้จากทุกที่ทุกเวลา

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “จ๊อบส์ดีบี”ชี้แนวโน้มคนใช้สมาร์ทโฟนหางานเพิ่มมากขึ้น