นายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวว่า ดีแทคมองเห็นโอกาสในการเติบโตของแท็บเล็ต โดยปีนี้และปีหน้าจะโต 50% จากปัจจุบันมียอดรวมอยู่ที่ 1.5 ล้านเครื่อง แบ่งเป็น ดีแทค 5.2 แสนเครื่อง บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส 7-8 แสนเครื่อง และบริษัท ทรูมูฟ จำกัด 3 แสนเครื่อง ทั้งนี้ ดีแทคมีลูกค้าใช้งานแท็บเล็ตบนเครือข่ายประมาณ 5.2 หมื่นคน อย่างไรก็ตาม จากพฤติกรรมในการอ่านหนังสือของคนไทยที่เริ่มเปลี่ยนไปสนใจการอ่านแบบอินเตอร์แอคทีฟมากขึ้น โดยเน้นไปที่รูปภาพ วีดีโอ และมักจะแชร์สิ่งที่อ่านให้กับกลุ่มเพื่อนในสังคมออนไลน์ เจ้าของคอนเทนต์สำนักพิมพ์ต่างๆ ก็เข้ามามีบทบาทผลักดันเปลี่ยนหนังสือและแมกกาซีนให้เป็นรูปแบบดิจิทัลที่หลากหลาย ทำให้จำนวนผู้อ่านขยายวงกว้างมากขึ้นผ่านโซเชียลมีเดีย ปัจจุบันประเทศไทยขายหนังสือดิจิทัลแค่ 0.5% จากมูลค่าตลาดหนังสือในไทยที่ 2,400 ล้านบาท โดยปีหน้ามองว่าจะเพิ่มเป็น 4% จากพฤติกรรมลูกค้า โดยตั้งเป้าสิ้นปีลูกค้าดาวน์โหลด 1 แสนราย ดังนั้น ดีแทค จึงเปิดตัวแอพพลิเคชั่นรีดเอเวอร์ (Rradever) อ่าน เขียน แชร์ เพื่อผลักดันให้มีการเข้าถึงการอ่านมากขึ้น รวมทั้งสร้างสังคมให้เป็นสังคมที่แข็งแกร่งและมีความรู้ โดยมีหนังสือจากสำนักพิมพ์ต่างๆ ทั้งการตลาด ธุรกิจ เทคโนโลยี แฟชั่น บันเทิง แม่และเด็ก ปรัชญา นักเรียน สุขภาพ ตกแต่งบ้าน เป็นต้น เข้าร่วมโครงการ และพิเศษสุดด้วยหนังสือเอ็กซ์คลูซีฟ 4 เล่ม จาก 4 นักเขียนและเซเลบริตี้ ประกอบด้วย บัณฑิต อึ้งรังษี “The Leader in You”, โจ๊ก โซคูล “OPPA! บร๊ะเจ้าสไตล์, ชาคริต-วุ้นเส้น “เมนูปรุงรัก” และปลื้ม-ทับทิม “คู่เลิฟ Idol” ที่นำมาให้ลูกค้าได้ดาวน์โหลดฟรีด้วย ปัจจุบันสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นผ่านแท็บเล็ตในระบบปฏิบัติการไอโอเอส และแอนดรอยด์ “ดีแทคศึกษาพฤติกรรมการแชร์ของลูกค้าแล้วนำมาเป็นคอนเซ็ปต์การแชร์แบบใหม่ โดยเป็นแอพแรกที่ให้ลูกค้าแชร์สิ่งที่ได้อ่านมาในลักษณะของรูปภาพ แอพนี้ จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในสังคมยุคดิจิทัล ต้องการให้ลูกค้าใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตมากขึ้น แอพดังกล่าวยังจะช่วยเพิ่มรายได้ให้สำนักพิมพ์ เพิ่มจำนวนนักเขียน เปิดโอกาสให้นักเขียนได้แสดงความสามารถโดยไม่ต้องผ่านบรรณาธิการ ปัจจุบัน ดีแทคมีพาร์ทเนอร์ 30 กว่าราย และจำนวนหนังสืออีกกว่า 1,000 หัว” นายปกรณ์ กล่าว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แอพ “รีดเอเวอร์” เอาใจลูกค้าแท็บเล็ต
เดือน: พฤศจิกายน 2013
-

แอพ “รีดเอเวอร์” เอาใจลูกค้าแท็บเล็ต
-

กสท.กำหนดรูปแบบทางเลือกโครงข่าย
วันนี้(4พ.ย.)ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกสทช.และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.)เปิดเผยว่า ที่ประชุมกสท. เห็นชอบข้อเสนอคณะอนุกรรมการด้านมาตรฐานทางเทคนิคฯ ในการจัดรูปแบบ การให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ประเภทที่ใช้คลื่นความถี่ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล เพื่อให้บริการในระดับชาติ หรือ MUX (มักซ์) 4 รูปแบบ เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้ได้รับใบอนุญาต ได้แก่รูปแบบที่ 1. 12 ช่องวาไรตี้คุณภาพมาตรฐาน(เอสดี) รูปแบบที่ 2 คือ 1 ช่องวาไรตี้คุณภาพคมชัดสูง(เอชดี) และ 9 ช่องวาไรตี้คุณภาพมาตรฐาน(เอสดี) รูปแบบที่ 3 คือ 2 ช่องวาไรตี้คุณภาพคมชัดสูง(เอชดี) และ 6 ช่องวาไรตี้คุณภาพมาตรฐาน(เอสดี) และรูปแบบที่ 4 คือ 3 ช่องวาไรตี้คุณภาพคมชัดสูง(เอชดี) และ 3 ช่องวาไรตี้คุณภาพมาตรฐาน(เอสดี) โดยผู้ประกอบการโครงข่ายต้องเป็นผู้เลือกรูปแบบเพื่อให้เป็นไปตามกลไกตลาดผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล นอกจากนี้ ยังได้พิจารณาแก้ไข ปรับปรุง สาระสำคัญ ของร่างประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเนื้อหารายการในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. …” หรือร่างฯกำกับเนื้อหาทางวิทยุ – โทรทัศน์ ตามม.37 พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 จากเดิมกำหนดไว้ 3 หมวด คือ หมวดที่ 1 การกำหนดลักษณะหรือรูปแบบหรือสาระสำคัญของรายการที่มีเนื้อหาหรือลักษณะต้องห้ามไม่ให้ออกอากาศ หมวดที่ 2 ข้อปฏิบัติของผู้รับใบอนุญาตในการกำกับดูแลหรือควบคุมการจัดทำหรือผลิตรายการ และหมวดที่ 3 มาตรการกำกับดูแลการตรวจสอบเนื้อหารายการก่อนการออกอากาศรายการ และกระบวนการสั่งระงับ หรือห้ามการออกอากาศ ตัดให้เหลือเพียง 2 หมวด โดยการตัดหมวดที่ 2 ออกแล้วนำเนื้อหาสาระที่สำคัญไปรวมไว้กับหมวดที่ 1 แทน โดยจะนำร่างฯที่ปรับแก้ไขเสนอเข้าที่ประชุมกสท.วันที่ 11 พ.ย. 56 และเข้าที่ประชุมกสทช.วันที่ 13 พ.ย. 56 เพื่อขอมติที่ประชุมสำหรับขยายการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ อีกครั้งประมาณเดือนพ.ย. 56 หลังจากที่สิ้นสุดการรับฟังไปเมื่อ 22 ส.ค. – 22 ก.ย. 56 เป็นระยะเวลา 30 วัน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสท.กำหนดรูปแบบทางเลือกโครงข่าย -

กสท.ต่ออายุใบอนุญาตเคเบิลทีวี-ทีวีดาวเทียม 2ปี
วันนี้(4พ.ย.)ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกสทช.และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.)เปิดเผยว่า ที่ประชุม กสท.พิจารณาต่ออายุใบอนุญาตช่องรายการทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี ออกไปอีก 2 ปี ซึ่งมีช่องรายการจำนวนกว่า 500 ช่องรายการ ที่จะหมดอายุในเดือนม.ค. 57 โดยผู้ประกอบการช่องรายการต้องเข้ามาขอดำเนินการต่อใบอนุญาต สำหรับการให้ใบอนุญาตในช่วง 1 ปีแรก เพื่อนำช่องรายการเคเบิลทีวี และทีวีดาวเทียมเข้าสู่กรอบการกำกับดูแล ส่วนการต่ออายุ 2 ปีครั้งนี้ เพื่อควบคุมเนื้อหาและกลั่นกรองช่องรายการที่ถูกร้องเรียนเรื่อง การโฆษณาอาหารและยาผิดกฎหมาย ที่กำลังเป็นปัญหาและการกระทำผิดกฎหมายอย. เป็นต้น ในขณะเดียวกันการต่ออายุใบอนุญาต 2 ปี ยังเป็นการสะท้อนการสร้างกลไกการกำกับดูแลที่ไม่มีความสมบูรณ์จึงไม่สามารถออกใบอนุญาตระยะยาว 14 ปีได้ พ.อ.ดร.นที กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังได้อนุมัติใบอนุญาตช่องรายการเคเบิลทีวี และทีวีดาวเทียมเพิ่มอีกจำนวน 93 ช่องรายการ จากเดิมที่ได้อนุมัติจำนวน 800 ช่องรายการ และอนุญาตทดลองวิทยุเพิ่มเติมอีกจำนวน 66 สถานี แบ่งเป็นบริการธุรกิจ 53 สถานี บริการสาธารณะ 11 สถานี และบริการชุมชน 2 สถานี รวมอนุญาตทดลองแล้วจำนวน 3,088 สถานี
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสท.ต่ออายุใบอนุญาตเคเบิลทีวี-ทีวีดาวเทียม 2ปี