วันที่ 4 พ.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.28 น.. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 1 คงที่ ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 19,900 บาท รับซื้อ 19,116.76 บาท ทองแท่งขาย 19,500 บาท รับซื้อ 19,400 บาท ราคาทองคำและครั้งที่ปรับ ราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 คงที่ รูปพรรณขายบาทละ 19,900 บาท รับซื้อ 19,116.76 บาท ทองแท่งขาย 19,500 บาท รับซื้อ 19,400 บาท เวลา 09.28 น.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทองคำ 4 พ.ย.56 ปรับครั้งที่ 1 คงที่
เดือน: พฤศจิกายน 2013
-

ราคาทองคำ 4 พ.ย.56 ปรับครั้งที่ 1 คงที่
-

เตือนวัสดุไวไฟในรถ 7 รายการ
นายสมชัย ศิริวัฒนโชค ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่ง ผู้ผลิตรถยนต์ ผู้ประกอบตัวถังรถ และผู้ผลิตเบาะนั่ง ให้หลีกเลี่ยงการใช้วัสดุที่ติดไฟง่าย ประกอบและติดตั้งในรถโดยสาร 7 รายการ ดังนี้ กาวยางที่ใช้ทาผ้าบุฝ้าเพดานและหนังหุ้มคอนโซลด้านหน้ารถ ผ้าม่าน ผ้าบุฝ้าเพดาน โฟมเบาะนั่ง ผ้าหุ้มเบาะนั่ง หนังหุ้มคอนโซลและเบาะนั่ง และไม้อัดบุผนังด้านข้างภายในตัวรถ เพื่อลดปัญหาการเกิดเพลิงไหม้วัสดุภายในรถโดยสาร ซึ่งอาจส่งผลทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของผู้โดยสาร นายสมชัยกล่าวว่า ผลการศึกษาด้านความปลอดภัยของรถโดยสาร 2 ชั้นนั้น สำนักวิศวกรรมยานยนต์ กรมการขนส่งทางบก ได้ทดสอบความปลอดภัย รวมทั้งนำผลศึกษาเกี่ยวกับรถโดยสาร 2 ชั้นทั้งหมดมาประกอบการพิจารณาด้านความปลอดภัยแล้ว โดยสรุปว่ารถโดยสาร 2 ชั้น ที่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานตามที่ กำหนด ไม่มีปัญหาเรื่องความปลอดภัย สามารถให้บริการขนส่งผู้โดยสารได้ จึงไม่จำเป็นต้องยกเลิกการให้บริการรถโดยสาร 2 ชั้น อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด จึงได้ขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการที่ให้บริการรถโดยสาร 2 ชั้น ให้เพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ โดยเฉพาะการใช้อัตราความเร็วรถในระหว่างทางโค้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ พร้อมกับนำเสนอผลการศึกษาดังกล่าวต่อนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคมเพื่อพิจารณาและรับทราบแล้ว นอกจากนี้กระทรวงคมนาคมได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุรถโดยสารสาธารณะกรณีที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บร้ายแรง โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นกรรมการ ไม่ว่าจะเป็นผู้แทนจากจังหวัด ผู้แทนจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผู้แทนจากสำนักขนส่งจังหวัด เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบหาสาเหตุของอุบัติเหตุ และหาแนวทางป้องกันอุบัติเหตุไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีก แต่ไม่ได้มุ่งหวังเอาผิดหรือลงโทษใคร
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เตือนวัสดุไวไฟในรถ 7 รายการ -

มือถือ-แท็บเล็ตทำยอดพิมพ์ไดอารี่ร่วง
นายเกรียงไกร เธียรนุกูล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท) และประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์กระดาษ ส.อ.ท. เปิดเผยว่า ขณะนี้ยอดสั่งพิมพ์ปฏิทิน จากบริษัทเอกชน ราชการ และรัฐวิสาหกิจ เพื่อต้อนรับเทศกาลปีใหม่ มียอดสั่งพิมพ์ในอัตราทรงตัว เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัว โดยภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นภาพที่ถูกสั่งพิมพ์มากที่สุด ขณะที่ไดอารี่มียอดสั่งพิมพ์ลดลง 20% จากปีที่แล้ว และยังเป็นการลดลงต่อเนื่องในช่วง 3-4ปี เพราะคนส่วนใหญ่ มาใช้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตแทน “ช่วง สิ้นปีของทุกปีจะเป็นช่วงที่คึกคักสุดยอมรับว่าปีนี้ค่อนข้างเงียบกว่าที่ คาดไว้มากแต่อาศัยว่าขณะนี้มีหน่วยงานต่างๆ ได้ทยอยสั่งพิมพ์หนังสือที่ระลึกสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก จำนวนมากทำให้บรรยากาศการพิมพ์ดีขึ้น” ทั้งนี้แนวโน้มการพิมพ์ไดอารี่ในอนาคต คาดว่า จะได้รับผลกระทบมากขึ้น จากพฤติกรรมของคนที่นิยมหันมาบันทึกข้อความ ตารางงานนัดหมายผ่านมือถือ โดยเฉพาะสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ที่ใช้ง่าย และมีระบบเตือนที่สำคัญยังพกพาสะดวกกว่า ส่วนหนังสืออ่านเล่น หรือพ็อคเก็ตบุ๊คปีนี้ยังเติบโตได้ 3-5% จาก ปีที่แล้ว เนื่องจากยังไม่ได้รับผลกระทบจากสื่อดิจิตอลเท่าใดนัก แม้ว่า สื่อประเภทดังกล่าวเริ่มจะเข้ามาแทรกตลาดสิ่งพิมพ์มากขึ้นโดยเฉพาะในนิตยสาร หนังสือพิมพ์ ฯลฯทำให้กลุ่มนี้มีโฆษณาที่ลดลงซึ่งคงจะต้องติดตามทิศทางกันต่อไป สำหรับภาพรวมสิ่งพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ปี 56 คาด ว่า จะทรงตัวเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากปัจจัยการส่งออกของภาคธุรกิจปีนี้โดยรวมลดลงลดลงส่งผลกระทบต่อการ พิมพ์โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์เพื่อการส่งออกต้องลดลงไปด้วย ขณะเดียวกันการบริโภคภายในประเทศก็ชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสาเหตุมาจากภาวะน้ำท่วมหลายจังหวัด ราคาพืชเกษตรตกต่ำ และนโยบายรถคันแรกทำให้คนกลุ่มนี้มีการใช้จ่ายประหยัดลง เป็นต้น “แรงซื้อในประเทศที่เห็นได้ชัดจากงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติที่ผ่านมาแม้ว่าจำนวนผู้เข้าชมจะมากสุดถึง 2.5 ล้านคนและทำให้มีเงินสะพัดในงานราว 900 ล้านบาทแต่หากเทียบการใช้จ่ายต่อคนที่เข้ามาเพิ่มก็ทำให้ยอดขายไม่ได้เติบโต มากนักซึ่งก็บ่งชี้ให้เห็นว่าแรงซื้อคนไทยชะลอตัวลง ซึ่งเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะตัวลง”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : มือถือ-แท็บเล็ตทำยอดพิมพ์ไดอารี่ร่วง