เดือน: พฤศจิกายน 2013

  • “ไอซีที”หนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงเงินทุน

    “ไอซีที”หนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงเงินทุน

    วันนี้(1พ.ย.)ที่โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) เปิดโครงการ กิจกรรมการส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการเทคโนโลยีสารสนเทศขนาดกลางและขนาดย่อม ภายใต้โครงการส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาธุรกิจเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการไอซีทีสู่สากล โดยนายสมชาย ใบม่วง ผู้ตรวจการกระทรวงไอซีที เปิดเผยว่า สำหรับโครงการนี้ต้องการประชาสัมพันธ์ความรู้ให้ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) ด้านไอซีที และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน เนื่องจากในปัจจุบันผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ด้านไอซีที ทั่วประเทศมีจำนวนกว่า 20,000-30,000 ราย โดยแบ่งเป็นอุตสาหกรรมประเภทคอมพิวเตอร์ และ ฮาร์ดแวร์ ประเภทซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ และประเภทการสื่อสารโทรคมนาคม ซึ่งพบว่าการใช้ผลิตภัณฑ์การบริการที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้นจะส่งผลให้มีมูลค่าตลาดคิดเป็น 10 % ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (จีดีพี) ด้าน ดร.สุรัตน์ ตันเทอดทิตย์ กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ด้านไอซีที ของประเทศไทยกำลังประสบปัญหาเรื่อง ศักยภาพที่ไม่เข้มแข็ง ขาดแหล่งเงินทุน เนื่องจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย มีหลายระดับ ขาดการส่งเสริมด้านภาษี ค่าธรรมเนียมหรือดอกเบี้ย และการขาดแนวคิดและวิธีการแปลงสินทรัพย์ทางปัญญาให้เป็นทุน จึงมองว่ามาตรการที่จะช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ต้องมีการให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการในการขอสินเชื่อกับสถานบันการเงิน การตั้งศูนย์ให้ความรู้แหล่งเงินทุน ส่งเสริมนโยบายภาครัฐด้านการลดหย่อนภาษีโดยการประสานงานกับสถาบันการเงิน เป็นต้น โดยคาดว่าหากสามารถทำตามมาตรการดังกล่าวได้ภายใน 5 ปี จะสามารถทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ด้านไอซีทีไทยเข้าถึงแหล่งเงินอย่างแน่นอน ดร.ธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาธิการ สมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า สำหรับสถาบันการเงินมีหน้าที่ในการปล่อยให้สินเชื่อ โดยการพิจารณาขอสินเชื่อ จะดูจากผลิตภัณฑ์สินค้า และแผนการตลาด ซึ่งภาพรวมสัดส่วนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของไทยมีจำนวน 98% ส่วนที่เหลือเป็นภาคธุรกิจขนาดใหญ่ โดยสัดส่วนที่ขอสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่มีจำนวน 40% ธุรกิจเอสเอ็มอีจำนวน 30% และสินเชื่อผู้บริโภค อาทิ บัตรเครดิต 30% ดังนั้นเมื่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีจำนวนมาก จึงต้องมีการพิจารณา ซึ่งผลการขอสินเชื่อจะมีทั้งที่อนุมัติและไม่อนุมัติ.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ไอซีที”หนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงเงินทุน

  • หุ้นไทยภาคเช้าวันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 ปิดร่วง  14.28  จุด

    หุ้นไทยภาคเช้าวันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 ปิดร่วง 14.28 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (1 พ.ย.) ดัชนีดิ่งลงแรงทันทีที่เปิดตลาด จากนั้นก็อ่อนตัวในแดนลบอย่างหนักตลอดการซื้อขาย ตามแรงเทขายทำกำไรกระจายในหุ้นกลุ่มต่างๆ โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่กลุ่มพลังงาน สื่อสาร และธนาคารพาณิชย์ เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์การเมืองในประเทศที่อาจมีความรุนแรงมากขึ้น หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมา สภาฯได้โหวตผ่านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม วาระ 3 ไปเรียบร้อยแล้ว ทำให้มีกลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยเตรียมออกมาคัดค้านเพิ่มเติม ฉุดให้หุ้นไทยภาคเช้าปิดตลาดที่ 1,428.60 จุด ลดลง 14.28 จุด หรือ 0.99% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 14,577.82 ล้านบาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยภาคเช้าวันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 ปิดร่วง 14.28 จุด

  • แบงก์ชาติเกาะติดการเมืองใกล้ชิด

    แบงก์ชาติเกาะติดการเมืองใกล้ชิด

    นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ได้เตรียมเครื่องมือทางการเงินและเฝ้าติดตามสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลเสถียรภาพของเศรษฐกิจให้มีความต่อเนื่อง เพื่อป้องกันให้ประเทศชาติปลอดภัยและรอดพ้นจากปัญหาที่มากระทบความเชื่อมั่น ทั้งนี้ ประเด็นทางการเมืองที่รุนแรงมากขึ้น เชื่อว่านักลงทุนต่างชาติยังไม่ขาดความเชื่อมั่นกับประเทศไทย และให้น้ำหนักในเชิงที่เห็นว่าสังคมไทยมีการปรับตัว ใช้เหตุผลทางการเมืองมากขึ้น แต่อย่างไรก็ดี สิ่งที่สำคัญคือการถ่ายทอดความชัดเจนว่าจะบริหารจัดการในเรื่องดังกล่าวนี้อย่างไร อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งในประเด็น พ.ร.บ.นิรโทษกรรมนั้น ยังมีสิ่งที่ดีต่อสังคมไทยและเป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกว่าไทยเป็นสังคมที่มีเหตุและผลมากขึ้น เห็นได้จากกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลในอดีตได้มีการออกมาคัดค้าน พ.ร.บ.ดังกล่าวในช่วงที่เห็นว่าไม่เหมาะสม จึงถือเป็นจุดแข็งของสังคมไทยที่เริ่มมีพัฒนาการที่ดีขึ้น

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แบงก์ชาติเกาะติดการเมืองใกล้ชิด