เดือน: ธันวาคม 2013

  • สมาร์ทแฟล็บเล็ต – ฉลาดใช้

    สมาร์ทแฟล็บเล็ต – ฉลาดใช้

    เมื่อเราเอาความสามารถการใช้งานแบบแท็บเล็ตมาผนวกเข้ากับความคล่องตัวของสมาร์ทโฟน จึงเป็นที่มาของแฟล็บเล็ต โนเกีย ลูเมีย 1520 (Nokia Lumia 1520) เป็นแฟล็บเล็ตเครื่องแรกของโนเกีย ที่เพิ่งวางขายในบ้านเรา ราคาประมาณ 22,900 บาท วันหยุดที่ผ่านมา โนเกีย ได้เชิญนักข่าวและบล็อกเกอร์ไปร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อป เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของลูเมีย 1520 ที่ตลาดน้ำขวัญเรียม  มีการบ้านเป็นการถ่ายภาพ เพื่อใช้แอพพลิเคชั่น ของวินโดวส์โฟน ถ้าสายตาเริ่มยาว ชอบมือถือจอใหญ่ รับรองว่าจะถูกใจ เพราะลูเมีย 1520 จอแอลซีดี ฟูลเอชดี กอริลลา กลาส 2  ขนาด  6 นิ้ว เทคโนโลยีเคลียร์แบล็ก พร้อมโหมดไฮท์ ไบรท์เนส ทำให้เราสามารถมองหน้าจอได้ชัดเจน แม้จะอยู่ภายนอกอาคารหรือบริเวณกลางแจ้ง กล้องหลัง หรือกล้องหลักเพียววิว 20 เมกะพิกเซล เลนส์ไซซ์อันมีชื่อเสียงที่นักถ่ายภาพทั่วโลกคุ้นเคยกันดี มีแฟลช ซูม  2 เท่า แค่ลากนิ้วขึ้นลง ถ่ายวิดีโอแบบฟูลเอชดี กล้องหน้าเป็นเลนส์มุมกว้าง 1.2 เมกะพิกเซล หน่วยความจำแรม 2 กิกะไบต์  หน่วยความจุตัวเครื่อง 32 กิกะไบต์  เพิ่มได้ถึง 64 กิกะไบต์ ผ่านไมโครเอสดีการ์ด  ถ้ายังไม่จุพอ ใช้หน่วยความจำสกาย ไดรฟ์ (sky drive) ได้ฟรีอีก 7 กิกะไบต์ จุดเด่นของลูเมีย 1520 นอกจากจอขนาดใหญ่ คมชัด แล้ว แบตเตอรี่อึดมาก เป็นแบตก้อนใหญ่ 3400 มิลลิแอมป์  วันนั้นทั้งถ่ายภาพนิ่ง ถ่ายวิดีโอ อัพอินสตาแกรม เฟซ บุ๊ก และโพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ทั้งวัน  กว่าจะหมดก็ประมาณ 1 ทุ่ม หลายคนอาจจะกังวลใจว่า ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ โฟน 8 จะใช้ยาก วินโดวส์ สโตร์ มีแอพน้อย  ผู้บริหารโนเกีย ที่ดูแลงานนักพัฒนา ยืนยันว่า  ขณะนี้มีแอพบนวินโดวส์ สโตร์ แล้ว 190,000 แอพ รวมทั้งอินสตา แกรม หรือ ไอจี ไลน์ ก็มีให้ดาวน์โหลดเหมือนระบบปฏิบัติการอื่น ๆ แล้ว แอพใหม่ที่โนเกีย พัฒนาขึ้นมาสำหรับมือถือลูเมีย เช่น โนเกีย คาเมร่า ที่รวมโนเกีย โปร คาเมร่า และ โนเกีย สมาร์ทคาเมร่า ไว้ในแอพเดียว  แอพรีโฟกัส (Refocus) ก็เจ๋งมาก ให้ถ่ายภาพไปก่อนแล้วมาเลือกจุดที่ต้องการโฟกัสได้ภายหลัง ที่เก่งกาจมากขึ้นก็คือ เฮียร์ แมพ หรือบริการแผนที่นำทาง  สามารถประยุกต์ใช้ระบบติดตามรถได้ เช่น เอารถไปจอดในห้างแล้ว จากนั้นก็ตั้งพิกัดไว้ เวลากลับมาที่รถก็แค่เปิดแผนที่ ก็จะพาเรามาจุดที่จอดรถเอาไว้ วันนั้นพก ลูเมีย 1520 ทั้งวัน  เลิกงานต้องเอาเครื่องไปส่งคืน  พอหยิบมือถือที่ใช้ประจำ มันช่างแตกต่างทุกอย่างดูเล็กไปหมด  ฮ่า ๆ ๆ ๆ. ปรารถนา ฉายประเสริฐ prathana.chai@gmail.com

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สมาร์ทแฟล็บเล็ต – ฉลาดใช้

  • ‘AIS eService’ จัดการทุกเรื่องด้วยตัวเองตลอด 24 ชม. – APP

    ‘AIS eService’ จัดการทุกเรื่องด้วยตัวเองตลอด 24 ชม. – APP

    คอลัมน์แอพในวันนี้เอาใจผู้ใช้เครือข่ายโทรศัพท์มือถือของเอไอเอส กับการแนะนำแอพพลิเคชั่น เอไอเอสอีเซอร์ วิส (AIS eService) ซึ่งถือเป็นแอพพลิเคชั่นที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการเครือข่ายเอไอเอสมากมาย ทั้งในส่วนของผู้ใช้งานระบบ 2จี และ 3จี แบบเติมเงินและแบบรายเดือน ไม่ว่าจะใช้งานผ่านระบบปฏิบัติการไอโอเอส แอนดรอยด์ และวินโดวส์โฟน ก็สามารถรองรับได้หมด โดยผู้ที่ใช้งานแอพพลิเคชั่นนี้สามารถเข้าไปดูการเก็บข้อมูลส่วนตัว การเช็กค่าโทรฯ  ดูยอดคงเหลือ การเปลี่ยนแพ็กเกจ รวมถึงสิทธิพิเศษอื่น ๆ ได้ง่าย ๆ ด้วยปลายนิ้วคลิก เมื่อดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นลงเครื่องแล้ว ก็กดคลิกที่ไอคอนอีเซอร์วิสได้เลย ซึ่งสามารถเปิดใช้งานได้ด้วยการเชื่อมต่อผ่านทั้งไว-ไฟ หรือ เครือข่าย 3จี ก็ได้ โดยหากใช้งานผ่านไว-ไฟ จะต้องพิมพ์เบอร์ มือถือลงไป หลังจากนั้นจะมีข้อความสั้น(เอสเอ็มเอส) ส่งรหัสกลับมาก็นำไปใส่ในแอพเพียงครั้งแรกครั้งเดียวเพื่อให้สามารถเปิดการใช้งานได้ แต่หากเป็นการใช้งานผ่านเครือข่ายของเอไอเอสระบบจะเชื่อมต่อเข้าไปที่หน้าหลักให้โดยอัตโนมัติทันที เมื่อเข้าสู่แอพพลิเคชั่นแล้วระบบจะแสดงข้อมูลส่วนตัวของเรา ทั้งเบอร์โทรศัพท์, สิทธิพิเศษ, ยอดอินเทอร์เน็ตคงเหลือ, ยอดค้างชำระ และแพ็กเกจปัจจุบันที่ใช้ และยังมีเมนูให้เช็กยอดค่าโทรฯ ค่าบริการระหว่างรอบบิลได้ด้วย ซึ่งในส่วนนี้ต้องพิมพ์รหัสบัตรประชาชน 13 หลัก  เพื่อยืนยันตัวตน เพราะข้อมูลเหล่านี้ถือเป็นข้อมูลลับส่วนบุคคล สำหรับในส่วนของแพ็กเกจที่ใช้ในปัจจุบันหากเราไม่พอใจอยากเปลี่ยนแพ็กเกจที่ใช้อยู่ก็สามารถเปลี่ยนได้เอง โดยจะมีรายละเอียดแพ็กเกจต่าง ๆ ศึกษาว่าแพ็กเกจไหนเหมาะกับการใช้งานของเราก่อนให้ตัดสินใจเลือก และสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่าง คือ บริการ eStatement  หรือบริการส่งบิลค่าใช้จ่ายประจำเดือนแบบออนไลน์ ทำให้แต่ละเดือนไม่ต้องมาคอยกังวลว่า บิลค่าบริการจะส่งมาทางไปรษณีย์ถึงที่บ้านหรือยัง  ซึ่งเมื่อใช้บริการนี้จะมีการแจ้งเตือนทางอีเมลและเอสเอ็มเอสว่ามีการส่งบิลทางออนไลน์มาให้แล้วก็สามารถเช็กดูทางอีเมลได้ทันที นอกจากนี้สำหรับใครที่มีภาระต้องคอย จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบัตรเครดิต รวมถึงค่าบริการต่าง ๆ ในแต่ละเดือนก็สามารถจ่ายผ่านช่องทาง เอ็มเปย์ (mPAY)บัตรเดบิต และเครดิต ในเอไอเอสอีเซอร์วิสได้ทันที ทำให้สะดวก ปลอดภัย ประหยัดทั้งเวลา และค่าน้ำมันรถไม่ต้องไปจ่ายถึงธนาคาร อยากจ่ายเมื่อไรก็กดเข้าไปใช้บริการได้ทันที สามารถจัดการทุกอย่างได้ด้วยตัวเองแบบนี้ ใครที่ใช้เครือข่ายเอไอเอสอยู่ต้องดาวน์โหลดมาใช้ดูแล้วจะรู้ว่าชีวิตง่ายขึ้นจริง ๆ.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘AIS eService’ จัดการทุกเรื่องด้วยตัวเองตลอด 24 ชม. – APP

  • คลายร้อนกับสายรัดข้อมือแห่งอนาคต – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี

    คลายร้อนกับสายรัดข้อมือแห่งอนาคต – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี

    ตอนสมัยผมเข้ารับปริญญาที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว ระหว่างที่เดินถ่ายรูปกันกลางอากาศร้อน ๆ คนเยอะ ๆ ผมเคยคิดนะครับว่าน่าจะมีอุปกรณ์อะไรที่ช่วยคลายร้อนกันได้บ้าง ที่ใช้ ๆ กันในสมัยนั้นก็มีทั้งพัด พัดลมพกพาขนาดเล็กที่ใช้แบตเตอรี่ หรือบางคนก็พกขวดน้ำแช่น้ำแข็งไว้คลายร้อนกันในกระเป๋า แต่ในความคิดของผมคือมันน่าจะมีเทคโนโลยีหรือสิ่งประดิษฐ์อะไรสักอย่างที่ช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องนี้ได้ดีกว่านี้ เพราะใครที่เคยไปงานรับปริญญาในเมืองไทยก็คงจะเห็นด้วยกับผมว่าอากาศบ้านเราตอนรับปริญญานี่ร้อนจริง ๆ ครับ ไหนจะแดด ไหนจะผู้คน แล้วความคิดของผมเมื่อเกือบสิบปีก่อน ก็มีคนเอามาทำให้เกิดขึ้นจริงแล้วในปี ค.ศ. 2013 นี้ โดยทีมวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า MIT ที่สหรัฐอเมริกา ได้คิดประดิษฐ์สายรัดข้อมือคลายร้อนขึ้นมา แน่นอนว่ามันไม่ใช่สายรัดข้อมือแบบปกติครับ เพราะสายรัดข้อมือนี้จะช่วยลดอุณหภูมิสร้างความเย็นให้แก่ร่างกายได้ โดยเขาตั้งชื่ออุปกรณ์นี้ว่า Wristify มาจากคำว่า Wrist ที่แปลว่าข้อมือนี่ล่ะครับ สายรัดข้อมือ Wristify ใช้หลักการทำงานทางฟิสิกส์ที่มีชื่อว่า Peltier effect ในการลดอุณหภูมิของร่างกาย ซึ่งหลักการ Peltier effect เป็นปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ Thermoelectric ที่เกี่ยวข้องกับสองสิ่งหลัก ๆ ก็คือความร้อน (Thermal) และอุณหภูมิหรือกระแสไฟฟ้า (Electricity) โดยถ้าเราให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านตัวนำไฟฟ้าสองชนิดที่มีความแตกต่างกัน เมื่อกระแสไฟฟ้าวิ่งจากตัวนำไฟฟ้าตัวหนึ่งไปยังอีกตัวหนึ่ง ก็จะเกิดการแลกเปลี่ยนพลังงานซึ่งกันและกัน โดยข้างนึงจะเกิดความร้อน ส่วนอีกข้างจะเกิดความเย็น หรืออธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือเมื่อให้กระแสไฟฟ้าเข้าไปในวัสดุใด ๆ แล้ว มันก็จะทำให้เกิดความแตกต่างกันของอุณหภูมิขึ้น ซึ่งสายรัดข้อมือ Wristify ก็ใช้หลักการ Peltier effect นี้โดยเพิ่มข้อต่อเข้าไปหลาย ๆ จุด เพื่อให้เป็นเหมือนตัวสร้างความเย็นหลาย ๆ จุดบนสายรัดนั่นเอง เนื่องจากสายรัดข้อมือนี้อยู่ติดกับข้อมือเรา เมื่ออุณหภูมิที่ข้อมือลด ก็ทำให้อุณหภูมิโดยเฉลี่ยของทั้งร่างกายลดลง แม้อาจไม่เย็นสบายเหมือนมีแอร์เป่ามาทั้งตัว แต่ก็ช่วยให้รู้สึกสบายขึ้นได้บ้าง และสายรัดข้อมือ Wristify ตัวนี้ใช้แบตเตอรี่เพียงแค่หนึ่งก้อนเท่านั้น เรียกว่าประหยัดพลังงานมากครับ ไอเดียตรงนี้น่าสนใจครับ แทนที่เราจะต้องติดเครื่องปรับอากาศตัวใหญ่ ๆ เพื่อทำให้ทั้งห้องเย็น แล้วคนในห้องแต่ละคนค่อยรู้สึกเย็นได้ ก็เปลี่ยนเป็นทำให้คนในห้องแต่ละคนรู้สึกเย็นโดยตรงแทน ไม่จำเป็นต้องไปทำความเย็นให้ทั่วทั้งห้องซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานมากกว่า เห็นไหมครับ ถ้ามองจริง ๆ แล้วไอเดียก็ไม่ได้ยากมากจนเกินไปเลย เพียงแค่เราคิดและมองมุมกลับ ก็ได้ไอเดียในการผลิตนวัตกรรมใหม่ขึ้นมาแล้ว บางครั้งการสร้างสิ่งใหม่ ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องคิดอะไรยากครับ ขอแค่เราอย่าปิดกั้นจินตนาการของตัวเองเท่านั้น ผมเชื่อว่าเราทุกคนต่างก็สามารถสร้างสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นมาได้ ไม่แน่นะครับ ต่อไปอาจจะมีคนนำสายรัดข้อมือ Wristify ตัวนี้มาบูรณาการรวมกับนาฬิกาฉลาด (Smart Watch) กลายเป็นนาฬิกาและสายข้อมือแห่งอนาคตที่เปลี่ยนโลกใบนี้ไปเลยก็เป็นได้ ซึ่งจริง ๆ แล้วงานวิจัยสายรัดข้อมือทำความเย็นอย่าง Wristify นี้ คนเมืองร้อนอย่างเราน่าจะมีแรงบันดาลใจในการคิดประดิษฐ์ขึ้นมาได้ก่อนคนเมืองหนาวเสียด้วยซ้ำนะครับ ยุคสมัยนี้แล้วเราไม่จำเป็นต้องรอให้ฝรั่งเริ่มคิดก่อนแล้วเราค่อยตามแล้วครับ เราคนไทยเองก็สามารถเริ่มคิด เริ่มประดิษฐ์ก่อนได้ เพราะตอนนี้คือโลกในศตวรรษที่  21 โลกยุคบูรพาภิวัตน์ โลกแห่งเทคโนโลยีสารสนเทศ โลกที่เต็มไปด้วยโอกาสที่เราคนไทยสามารถคิด จินตนาการ และประดิษฐ์อย่างสร้างสรรค์ ได้เหมือนหรือใกล้เคียงกับโลกตะวันตกทุกประการครับ.  ผศ.ดร.ชุติสันต์ เกิดวิบูลย์เวช หัวหน้าภาควิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต chutisant.k@rsu.ac.th

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คลายร้อนกับสายรัดข้อมือแห่งอนาคต – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี