เดือน: ธันวาคม 2013

  • สายการบินเริ่มกระอักยอดงดเดินทางพุ่ง

    สายการบินเริ่มกระอักยอดงดเดินทางพุ่ง

    นายโชคชัยปัญญายงค์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน)เปิดเผยว่าจากการประชุมวิเคราะห์สถานการณ์ผู้โดยสารที่ใช้บริการการบินไทยในช่วงปลายปีมีสัญญาณลดลงอย่างต่อเนื่องโดยเดือนพ.ย.56มีอัตราผู้โดยสาร(เคบินแฟคเตอร์)เฉลี่ยเหลือ74%ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วที่มี 76%ขณะที่ยอดในเดือนธ.ค.56คาดว่าจะเฉลี่ย75%ลดลงจากปีก่อน78% ทั้งนี้ตลาดที่ได้รับผลกระทบมากได้แก่ จีนที่ยอดผู้โดยสารหายไป18%ขณะที่ออสเตรเลียในเดือนธ.ค.ปกติน่าจะอยู่ที่83.8%แต่ตอนนี้คาดเหลือ75.6%ส่วนตลาดยุโรปอยู่ที่77%ทั้งที่จริงตั้งเป้าหมายว่าจะเติบโตดีกว่านี้เหลือเพียงตลาดญี่ปุ่นที่ยังเติบโตจากการที่การบินไทยเพิ่มจำนวนที่นั่งผู้โดยสาร เพิ่มเที่ยวบินและเส้นทางการบินใหม่เข้าไปหลังคนไทยนิยมเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นมากขึ้น สำหรับสาเหตุที่ทำให้ยอดผู้โดยสารลดลงมาจากหลายปัจจัยประกอบกันได้แก่ มีคู่แข่งขันสายการบินจำนวนเพิ่มขึ้นปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวอย่างล่าช้าทั้งในสหภาพยุโรปและเศรษฐกิจในออสเตรเลียอินเดียชะลอตัวมีปัญหาความเข้มงวดของรัฐบาลจีนในการดูแลทัวร์ศูนย์เหรียญรวมถึงเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในไทยช่วงวันที่28-30พ.ย.ที่ทวีความรุนแรงขึ้นและเกิดสัญญาณอินเตอร์เน็ตล่มทำให้ยอดจองตั๋วผ่านระบบอินเตอร์เน็ตซึ่งมีสัดส่วนถึง10%ขาดหายไป “ปกติในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวการบินไทยคาดหวังจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาใช้บริการมากกว่านี้แต่เมื่อเหตุการณ์เช่นนี้ก็กระทบต่อแผนรายได้ของบริษัทในไตรมาสสี่แต่ไม่ยังไม่รู้ว่าจะมากน้อยแต่หากเหตุการณ์ยิ่งแรงยิ่งยืดเยื้อก็ยิ่งกระทบเยอะอย่างไรก็ดีตอนนี้ยังไม่มีการยกเลิกการบินแต่ที่ห่วงคือนักท่องเที่ยวในกลุ่มตลาดระยะใกล้ที่อาจชะลอตัดสินใจเดินทางมาไทย และเลือกไปประเทศอื่นแทน” นายทัศพลแบเลเว็ลด์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่าการชุมนุมทางการเมืองจนทำให้มี 34ประเทศประกาศเตือนเข้าไทยได้ส่งกระทบต่อจำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการไทยแอร์เอเชียอย่างมากโดยตอนนี้ภาพรวมของอัตราผู้โดยสารหรือเคบิน แฟคเตอร์ลดลงไปประมาณ5%ซึ่งปกติในปีที่แล้วฤดูกาลท่องเที่ยวจะเคบินแฟคเตอร์87%แต่ปีนี้เหลือเพียง82%เท่านั้นสำหรับตลาดที่ลดลงมาก คือจีน ขณะที่ตลาดในประเทศยังมียอดใช้บริการสูงอยู่ “ตลาดนักท่องเที่ยวต่างประเทศตอนนี้กังวลมากโดยเฉพาะชาวจีนที่ห่วงเรื่องการเมืองรวมถึงเจอปัญหาจากทัวร์ศูนย์เหรียญทำให้แอร์เอเชียต้องยอดเปิดให้ผู้โดยสารเลื่อนตั๋วได้ในช่วงสถานการณ์ที่ไม่สงบ และหากสถานการณ์เมืองยังร้อนแรงการท่องเที่ยวน่าจะซบเซาลงอีกเพราะตอนนี้แหล่งท่องเที่ยวอย่างแห่งอย่างมาบุญครองตลาดนัดสวนจตุจักรก็มีต่างชาติมาเดินน้อยโดยนักท่องเที่ยวอาจเลือกเดินทางแบบเช่าเหมาลำไปลงแหล่งท่องเที่ยวโดยตรงเพิ่ม เช่น บินตรงไปลงภูเก็ตกระบี่ เชียงใหม่ หรือไปประเทศอื่นแทนดังนั้นจึงอยากให้ทุกฝ่ายหันหน้าแก้ปัญหาร่วมกันเพื่อยุติปัญหาโดยเร็ว”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สายการบินเริ่มกระอักยอดงดเดินทางพุ่ง

  • ลดเป้าหมายนักท่องเที่ยวลง5แสนราย

    ลดเป้าหมายนักท่องเที่ยวลง5แสนราย

    นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์รมว.การท่องเที่ยวและกีฬาเปิดเผยว่า กระทรวงฯได้ปรับลดเป้าหมายนักท่องเที่ยวปีนี้ลงแล้วจากเดิมคาดไว้ 26.5ล้านคน เหลือเพียง26ล้านคนหลังพบว่านักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาประเทศไทยผ่านสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมืองช่วงวันที่1-2ธ.ค.56เฉลี่ยเหลือเพียงวันละ45,420คนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของเดือนธ.ค.55ที่วันละ47,000คนทั้งที่เป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว(ไฮซี่ซั่น)ขณะที่เดือนพ.ย.ยังมีนักท่องเที่ยวสูงถึง1.56ล้านคนหรือเฉลี่ยวันละ 52,316คน สูงกว่าพ.ย.55ที่มี 1.47ล้านคนหรือเฉลี่ยวันละ 49,182คนส่วนด้านรายได้จากเดิมที่วางไว้13%ก็คงหายไปอีก3%เหลือเพียง10%เท่านั้น โดยปัจจัยหลักที่ทำให้นักท่องเที่ยวหายไปนั้น นอกจากสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองแล้วส่วนหนึ่งมาจากกฎหมายควบคุมทัวร์คุณภาพนักท่องเที่ยวของประเทศจีนที่ทำให้นักท่องเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์ของจีนลดลงรวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมการประชุม(ไมซ์)และการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล(อินเซนทีฟ)ดังนั้นขณะนี้คงต้องรอดูว่าเหตุการณ์จะยุติได้โดยเร็วแค่ไหน หากสงบได้เร็วก็ยังพอมีเวลาที่ทั้งรัฐและเอกชนเร่งกระตุ้นการท่องเที่ยวได้เต็มที่อยู่เพราะตลอด 10เดือนที่ผ่านมาการท่องเที่ยวไทยเติบโตได้เกินเป้าหมายมาโดยตลอดระดับ20% ด้านนายศุกรีย์สิทธิวาณิช รองผู้ว่าการด้านการสื่อสารการตลาดการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)กล่าวว่าขณะนี้มีประเทศที่ประกาศแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนล่าสุดเป็น 36ประเทศแล้วโดยฟิลิปปินส์ ฮ่องกง ไต้หวันโรมาเนีย ประกาศแจ้งเตือนระดับ3คือให้ระมัดระวังการเดินทางมาไทยส่วนตุรกียังแจ้งเตือนระดับ2 นายยุทธชัย สุนทรรัตนเวชนายกสมาคมท่องเที่ยวในประเทศ(สทน.)กล่าวว่าขณะนี้นักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านบริษัททัวร์ลดลงไปแล้ว30%ตั้งแต่เริ่มมีการชุมนุมฯหากสัปดาห์หน้ายังไม่ยุติเชื่อว่าเดือนธ.ค.นักท่องเที่ยวในประเทศจะหายไปถึง40%และโดยเฉพาะส่วนกลางที่ปกติจะท่องเที่ยว3ล้านคนจะไม่มีอารมณ์ท่องเที่ยวไป1ล้านคน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ลดเป้าหมายนักท่องเที่ยวลง5แสนราย

  • วางกรอบสอบทจริตข้าวถุง 3 แนวทาง

    วางกรอบสอบทจริตข้าวถุง 3 แนวทาง

      นายสมชาติสร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการจัดทำข้าวสารบรรจุถุงราคาถูก ที่มีกระแสการสูญเสียและความไม่โปร่งใสขององค์การคลังสินค้า (อคส.) ได้กำหนดกรอบการทำงาน 3  ประเด็น ประกอบด้วย การสอบถามอนุกรรมการระบาย และอนุกรรมการกำกับดูแล  ของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.)ถึงเหตุผลการอนุมัติให้ระบายถึง 4 ครั้ง เป็นปริมาณ 590,000 ตันจากกรอบรวม 2.5 ล้านตัน,  การจัดจ้างผู้ปรับปรุงคุณภาพข้าวที่เน้นประเด็นความสัมพันธ์ของผู้บริหารบริษัทเอกชนที่เข้ามาดำเนินการว่ามีความเกี่ยวข้องกับฝ่ายการเมืองหรือไม่ และ ประเด็นตัวแทนจำหน่ายถึงมือประชาชนหรือไม่ในราคาเท่าใด ทั้งนี้คณะกรรมการฯจะให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลและครั้งหน้าที่จะมีการประชุมขึ้นในวันที่ 9 ธ.ค.ซึ่งคณะกรรมการมีอำนาจในการเรียกให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งจากกรมการค้าต่างประเทศกรมการค้าภายใน และองค์การคลังสินค้า (อคส.) มาให้ข้อมูล   “เราจะสอบข้อเท็จจริงตามประเด็นที่มีข้อสงสัยตามที่มีการอภิปรายในสภา เพื่อตอบคำถามให้ได้ทั้งหมดตอนนี้จะเน้นประชุมทุกสัปดาห์  ไม่ได้บอกว่าต้องทำอะไรเพราะไม่เกี่ยวกับกับพิจารณาวินัยแต่แค่บอกว่าเรื่องนี้ทำผิดหรือไม่ตรงไหนอย่างไร” ส่วนคืบหน้าการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวรอบ 1 ปี 56/57ล่าสุดมีข้าวร่วมโครงการแล้ว 5.4 ล้านตันข้าวเปลือก เป็นข้าวเปลือกเจ้า 3.8ล้านตัน ข้าวเปลือกหอมมะลิ 1.3 ล้านตัน ที่เหลือเป็นข้าวเหนียวและอื่นๆ จ่ายเงินให้ชาวนาแล้วประมาณ 50,000 ล้านบาทขณะนี้กำลังเร่งเพิ่มจุดรับจำนำให้มากขึ้นตามที่ชาวนาเรียกร้องเพราะปริมาณผลผลิตจะออกมามากขึ้น สำหรับการสีแปรและส่งมอบข้าวได้สั่งให้ดำเนินการทุก7 วันตามที่กขช. กำหนด แต่อนุคณะกรรมการกำกับดูแล ได้เพิ่มเกณฑ์การส่งมอบข้าวโดยการส่งมอบข้าวหอมมะลิที่สีแปรนอกพื้นที่เมื่อจะส่งเข้าคลังกลางต้องให้มีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานมาตรฐานจากกรมการค้าต่างประเทศ ตรวจสอบก่อนทุกครั้ง  ด้านข้าวขาวให้มีการแจ้งก่อนจะเข้าคลังล่วงหน้าเท่านั้นซึ่งมาตรการดังกล่าวจะช่วยป้องกันการปลอมปนและการนำข้าวอื่นเข้าไปรอไว้ในคลังไว้ล่วงหน้าเพื่อสวมสิทธินายสมชาติ กล่าวว่า การปรับเกณฑ์จากแบบเช่าคลังเป็นแบบฝากเก็บ อนุกรรมการฯได้เห็นชอบให้ดำเนินการได้ทันทีโดยกำหนดอัตราการฝากเก็บเท่าเดิม เช่นเดียวกับค่ารมควัน และค่าเซอร์เวเยอร์แต่จากเดิมจะจ่ายให้แต่ละส่วนนั้นให้เปลี่ยนเป็นการจ่ายให้เจ้าของคลังทั้งหมดแทนซึ่งจะทำให้ความรับผิดชอบต่อข้าวขึ้นอยู่กับเจ้าของคลังหากเกิดความเสียหายต้องร่วมรับผิดชอบด้วย    

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : วางกรอบสอบทจริตข้าวถุง 3 แนวทาง