อัครเรศเตชะบูรณะเทพาภรณ์ รอง ผอ.ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการตลาดบริษัท สื่อสากล จำกัด หัวหน้าโครงการประกวด “Motor Expo SmartPrettyVote 2013” เปิดเผยว่า ปีนี้มีค่ายรถส่งพริตตี้ร่วมประกวดถึง19 ราย ซึ่งล้วนมีความโดดเด่น ทั้งความสวย ความสง่างาม ปฏิภาณไหวพริบดี การประกวดครั้งนี้ เปิดให้ผู้ชมงานร่วมสนุก2 ช่องทาง ได้แก่ 1) โหวตทางแผ่นพับในงานลุ้นรับรางวัลที่ 1 ทองคำหนัก 1 บาท จำนวน 1รางวัล รวมมูลค่าประมาณ 21,000 บาท รางวัลที่ 2ทองคำหนัก 2 สลึง จำนวน 2 รางวัล รวมมูลค่าประมาณ 21,000 บาท รางวัลที่ 3ลำโพงติดรถยนต์ ยี่ห้อ ROCKFORD FOSGATE รุ่น P1692C มูลค่า 12,000 บาทจำนวน 2 รางวัล รวมมูลค่า 24,000 บาท 2) โหวตผ่านSMS (เฉพาะtruemoveและ truemove H 3G+ เท่านั้น) โดยพิมพ์ P ตามด้วยหมายเลขของพริตตี้ที่ต้องการโหวต เช่น P000ลุ้นรางวัล รางวัลที่ 1 TABLET ยี่ห้อ OE รุ่น FUNPAD 7 ขนาด 7นิ้ว มูลค่า 3,450 บาท จำนวน1 รางวัล และรางวัลที่ 2น้ำมันเครื่องปตท.ขนาด 4.0 ลิตร จำนวน 10 รางวัล โดยรายละเอียดหมายเลขสำหรับส่ง SMSดูที่ www.motorexpo.co.th สำหรับพริตตี้ที่ได้รับการโหวตสูงสุด จะได้รับของรางวัลดังนี้ รางวัลที่ 1 ทองคำหนัก 3 บาท จำนวน 1 รางวัล รวมมูลค่าประมาณ 63,000 บาทรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1ทองคำหนัก 1 บาท จำนวน 1 รางวัลรวมมูลค่าประมาณ 21,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2ทองคำหนัก 2 สลึง จำนวน 1 รางวัล รวมมูลค่าประมาณ 10,500 บาท สำหรับขวัญใจ SOCIALNETWORK จากคะแนนโหวตสูงสุด จะได้รับทองคำหนัก 1 บาท จำนวน 1รางวัล รวมมูลค่าประมาณ 21,000 บาท ปีที่ผ่านมา พริตตี้จากบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด คว้ารางวัลชนะเลิศด้วยคะแนนโหวตสูงสุดส่วนปีนี้รางวัล “MotorExpo Smart Pretty Vote 2013” จะตกเป็นของสาวสวยมากความสามารถจากบริษัทรถยนต์รายใดต้องติดตาม ผู้จัดจะรวบรวมคูปองทั้งหมดพร้อมจับคูปองรายชื่อผู้โชคดีจากการโหวตผ่านข้อความ (SMS) ในวันที่ 30 มกราคม 2557 ต่อหน้าสักขีพยานสื่อมวลชน และคณะกรรมการผู้ทรงเกียรติ โดยจะประกาศรายชื่อในนิตยสาร”ฟอร์มูลา”, คาร์ สเตอริโอ, 4 WHEELS ฉบับประจำเดือนเมษายน 2557 และwww.motorexpo.co.th ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2557
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “MOTOR EXPO” ชวนโหวตพริตตี้ชิงทอง
เดือน: ธันวาคม 2013
-

“MOTOR EXPO” ชวนโหวตพริตตี้ชิงทอง
-

ศูนย์เตือนภัยฯ โอดม็อบปิดศูนย์ราชการฯ กระทบการแจ้งข้อมูลปชช.
วันนี้ ( 3 ธ.ค.) น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า ยืนยันว่าตอนนี้ เจ้าหน้าที่ของศูนย์เตือนภัยฯ ยังคงทำงานอย่างเต็มที่ และไม่หยุดงาน แม้ว่าจะย้ายออกจากศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา แจ้งวัฒนะ ซึ่งเป็นที่ทำงานหลักก็ตาม แต่ในส่วนของระบบการทำงานเพื่อเตือนภัยยังสามารถทำงานได้ตามปกติ แต่ยอมรับว่าการรับแจ้งข้อมูลข่าวสารจากประชาชนทำได้น้อยลง เนื่องจากที่ศูนย์ราชการฯ เป็นศูนย์คอลเซอร์เตอร์หลักในการรับแจ้งข้อมูลข่าวสารจากประชาชน เมื่อเกิดภัยพิบัติ หรือได้รับความเดือดร้อน สอบถามข้อมูล ดังนั้นเมื่อปิดสถานที่ทำงาน ส่งผลกระทบต่อการรับแจ้งข้อมูลข่าวสาร และการสื่อสารกับประชาชนเรื่องภัยพิบัติต่างๆ ซึ่งตนรวมถึง น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที เป็นห่วงประชาชนในจุดนี้มาก แต่ก็เร่งดูแลประชาชนเต็มที่ภายในพื้นที่สำรองของศูนย์เตือนภัยฯ ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยได้ “ส่วนกระแสข่าวว่ามีชายชุดดำแต่งตัวคล้ายไอ้โม่ง ขึ้นมาที่ชั้นของศูนย์เตือนภัยฯ แจ้งวัฒนะนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน และไม่ทราบว่าเป็นฝ่ายใด เนื่องจากอาคารบีที่ศูนย์ราชการฯ ได้ปิดมาหลายวันแล้ว” น.อ.สมศักดิ์ กล่าว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ศูนย์เตือนภัยฯ โอดม็อบปิดศูนย์ราชการฯ กระทบการแจ้งข้อมูลปชช. -

รถร่วมเซ็งม็อบทำรายได้หด
นางภัทรวดีกล่อมจรูญ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทางเปิดเผยว่า ผู้ประกอบการรถโดยสารประจำหรือรถร่วมขสมก.กำลังได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองมีรายได้ค่าบริการลดลงอย่างมากหลังจากระยะหลังมีจำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการลดลงทำให้ต้องลดจำนวนเที่ยววิ่งลงและกระทบต่อรายได้ดังนั้นจึงต้องการให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือผู้ประกอบการรถโดยสารร่วมบริการเป็นการด่วน “ปกติไม่มีเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองรถโดยสารร่วมบริการขสมก.ก็มีต้นทุนให้บริการที่สูงอยู่แล้วเมื่อมีเหตุการณ์ขึ้นก็ยิ่งทำให้จำนวนผู้โดยสารและรายได้ลดลงมากไปอีกโดยยืนยันว่าการออกมาเรียกร้องครั้งนี้ไม่ได้อิงกับเรื่องการเมืองและไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดเพราะการชุมนุมเป็นสิทธิส่วนบุคคลอยู่แล้วเพียงแต่บริษัทก็ต้องการดำเนินธุรกิจต่อไปได้เท่านั้นเองโดยปัจจุบันสมาคมมีรถที่ให้บริการรวมกันประมาณ2,000คันทุกรายมีปัญหาเหมือนกันหมดดังนั้นหากมีช่องทางไหนที่พอจะช่วยผู้ประกอบการได้ก็ขอเรียกร้องให้พิจารณาช่วยเหลือด้วย” ทั้งนี้รถร่วมบริการขสมก.ในบางเส้นทางไม่ได้วิ่งเต็มศักยภาพเหมือนปกติเพราะพนักงานขับรถบางคนก็ไม่อยากขับเข้าไปในเส้นทางที่มีความวุ่นวายหรือไม่สามารถวิ่งให้บริการได้จึงทำให้รถที่ให้บริการในบางเส้นทางลดลงไปด้วยยกตัวอย่าง ปกติในบางเส้นทางจะมีรถให้บริการประมาณ 30คันแต่ตอนนี้ลดลงเหลือ 15คันทำให้ยอดรายได้โดยรวมหายไปเป็นจำนวนมากถึงแม้ในบางเที่ยวจะมีผู้โดยสารใช้บริการเต็มคันรถเพราะเที่ยววิ่งลดลงจึงมีจำนวนผู้โดยสารรออยู่ป้ายรถเมล์มากยิ่งขึ้นแต่เมื่อเฉลี่ยออกมาแล้วรายได้โดยรวมถือว่าแย่มาก นายฉัตรไชยภู่อารีย์ประธานชมรมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทางหมวด4เอกชนกรุงเทพฯหรือรถสองแถวและรถเมล์ขนาดเล็กกล่าวว่า ทางชมรมมีรถให้บริการประมาณ2,000คันเช่นเดียวกันโดยยืนว่าตั้งแต่มีเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นผู้ประกอบการทุกรายได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากเนื่องจากผู้โดยสารลดลงประมาณ20%ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่าประชาชนที่ไม่มีความจำเป็นจริงก็ไม่ต้องการออกจากบ้านหรือเดินทางไปไหนในช่วงเวลานี้ ทั้งนี้จึงขอวิงวอนให้ปัญหาการเมืองยุติลงโดยเร็วขอให้ทุกฝ่ายหาทางออกร่วมกันจะเป็นเรื่องที่ส่งผลดีมากกว่าและให้ทุกอย่างเดินหน้าต่อไปได้โดยในส่วนของผู้ประกอบการรถหมวด4จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผกระทบต่อธุรกิจไปมากกว่านี้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รถร่วมเซ็งม็อบทำรายได้หด