เดือน: ธันวาคม 2013

  • ดีแทคจับมือพาร์ทเนอร์ระดับโลกปั้นสตาร์ทอัพไทยเป็นมืออาชีพ

    ดีแทคจับมือพาร์ทเนอร์ระดับโลกปั้นสตาร์ทอัพไทยเป็นมืออาชีพ

    ดีแทคเผยไทยติดท็อปเทนในตลาดโมบายแอพพลิเคชั่นโลก พร้อมจับมือพาร์ทเนอร์ระดับโลกจัดคอร์สการเรียนรู้สู่การเป็นสตาร์ตอัพอย่างมืออาชีพเป็นครั้งแรกในไทย นายซิกวาร์ท โวส เอริคเซน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวว่า ปัจจุบันไทยเป็นตลาดโมบายแอพพลิเคชั่นที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของตลาดที่มีอัตราการเติบโตของรายได้สูงสุดทั้งในแอพสโตร์และกูเกิลเพลย์ ดีแทคซึ่งมีนโยบายส่งเสริมให้คนไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้มากขึ้น แม้ว่าจะมี 3จี เป็นตัวช่วยแต่ผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยยังมีอีกมาก ดังนั้นจึงสร้างระบบนิเวศของโมบายอินเทอร์เน็ตให้เติบโตอย่างสมบูรณ์แบบในไทย ล่าสุดดีแทคได้ร่วมมือกับ Founder Institute หรือ FI ผู้ก่อตั้งเครือข่ายของสตาร์ตอัพที่ใหญ่ที่สุดในโลก มาจัดคอร์สการอบรมให้กับผู้สนใจเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อส่งเสริมให้คนไทยได้เรียนรู้เพื่อก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่ประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ด้านนายเบญจามิน แรงค์ ผู้อำนวยการ Founder Institute กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของ FI คือสร้างผู้ประกอบการหน้าใหม่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะขยายซิลิคอน วัลเล่ย์ ศูนย์กลางของนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุด ไปสู่เมืองต่าง ๆ ทั่วโลก และครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ FI ได้มาจัดอบรมให้กับเหล่าสตาร์ตอัพที่กรุงเทพฯ เนื่องจากเล็งเห็นศักยภาพและความพร้อมของคนไทย ที่มีความตื่นตัวและตอบรับเรียนรู้ที่จะใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่างกว้างขวาง ทั้งนี้การอบรมดังกล่าวจะใช้เวลาประมาณ 14 สัปดาห์ และผู้ที่เข้าอบรมจะต้องผ่านการทดสอบจาก FI ก่อนถึงจะมีสิทธิเข้ารับการอบรม ผู้ที่สนใจ สามารถลงทะเบียนและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://fi.co/courses/3723

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดีแทคจับมือพาร์ทเนอร์ระดับโลกปั้นสตาร์ทอัพไทยเป็นมืออาชีพ

  • ลิงค์ซิสรุกตลาดเอสเอ็มบีดันโซลูชั่นคุมงบองค์กร

    ลิงค์ซิสรุกตลาดเอสเอ็มบีดันโซลูชั่นคุมงบองค์กร

    เบลคิน ส่ง ลิงค์ซิส ดันโซลูชั่นสำหรับโฮมเน็ตเวิร์กรุกตลาดเอสเอ็มบีในไทย หวังดึงส่วนแบ่งลูกค้า 10% จาก 1 หมื่นราย พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ก.พ.ปีหน้า นายบีพี ตัง ผู้อำนวยการ ลิงค์ซิส เอเซีย กล่าวว่า หลังลิงค์ซิส ถูกควบรวมกับเบลคินนั้น เบลคินเห็นความสำคัญของการทำตลาดเอสเอ็มบี เพื่อให้บริการโซลูชั่นสำหรับโฮมเน็ตเวิร์ก โดยเดือน ก.พ.57 จะเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์โซลูชั่นที่ช่วยให้ธุรกิจของเอสเอ็มบีดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องในประเทศไทย พร้อมโซลูชั่นรักษาความปลอดภัยเพื่อรองรับความต้องการในการใช้งานที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ถือเป็นโซลูชั่นสำนักงานแบบครบวงจร เพราะมีแอพพลิเคชั่นที่สามารถควบคุมการทำงานเครือข่ายทุกที่ทุกเวลา อย่างไรก็ตาม ลิงค์ซิส ถือเป็นรายแรกที่ใช้เทคโนโลยีใหม่มาปรับใช้ให้เข้ากับรูปแบบการดำเนินธุรกิจขององค์กร โดยมองว่าในช่วง 2 ปีนี้ องค์กรธุรกิจมากกว่า 40% มีการลงทุนด้านเทคโนโลยี และมีการใช้เครื่องมือสื่อสารเพิ่มขึ้นทำให้ความต้องการใช้แบนด์วิธมากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นเครือข่ายที่มีเสถียรภาพ และน่าเชื่อถือจึงถือเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งนี้ จากผลการวิจัยของไอดีซี (IDC) พบว่าตลาดโซลูชั่นที่ช่วยให้ธุรกิจดำเนินอย่างต่อเนื่อง และโซลูชั่นรักษาความปลอดภัย เติบโตแบบก้าวกระโดดสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ขณะที่การใช้จ่ายด้านไอทีปี 56 สูงถึง 1.7 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากปี 55 โดยบริษัทหวังส่วนแบ่งลูกค้า 10% จากลูกค้าเอสเอ็มบีในไทยที่ 1 หมื่นราย โดยหลังเปิดตัวในเมืองไทยมองว่าช่วงไตรมาส 1/57 จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน เพราะเทคโนโลยีใหม่จะช่วยให้ลูกค้าควบคุมงบประมาณได้ ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์ซ้ำซ้อน เพราะรองรับอุปกรณ์ในยุคหน้าอยู่แล้ว “ปัจจุบันเรามีดีลเลอร์ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายกลุ่มลูกค้าคอนซูเมอร์ที่แอคทีฟอยู่ 200 รายทั่วประเทศส่วนตัวแทนกลุ่มเอสเอ็มบีมี 50 ราย และวางแผนให้ความรู้ดีลเลอร์ในเทคโนโลยีใหม่เพื่อเสนอขายสินค้ากลุ่มเอสเอ็มบีทั้ง 200 รายทั่วประเทศด้วย โดยมองรายได้การเติบโตในไทยที่ตัวเลข 2 หลัก”.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ลิงค์ซิสรุกตลาดเอสเอ็มบีดันโซลูชั่นคุมงบองค์กร

  • “ทีมถามครู.com” สตาร์ทอัพรายแรกของ“ทรู อินคิวบ์” – ฉลาดสุดๆ

    “ทีมถามครู.com” สตาร์ทอัพรายแรกของ“ทรู อินคิวบ์” – ฉลาดสุดๆ

    หลังจากเดินหน้าโครงการ “ทรู อินคิวบ์” ด้วยงบลงทุนเบื้องต้น 250 ล้านบาท เพื่อเดินหน้าโปรแกรมบ่มเพาะผู้ประกอบการหน้าใหม่ หรือ“สตาร์ตอัพ” ให้แจ้งเกิดในเชิงธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรมนั้น  ล่าสุดก็ได้ผลักดัน 1 ใน 6 ทีม ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายของโครงการฯ พัฒนาผลงานออกสู่ตลาดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว “ทีมถามครู.com” คือสตาร์ตอัพกลุ่มแรกที่ได้พัฒนาแอพพลิเคชั่นถามครู (Taamkru) ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นในระบบปฏิบัติการไอโอเอส ที่เกี่ยวกับการศึกษาเป็นคลังข้อสอบระดับอนุบาลที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย จนเป็นผลสำเร็จ และได้เปิดให้ผู้ที่สนใจดาวน์โหลดผ่านแอพสโตร์แล้ว ดร.หม่อมหลวง จันทน์กฤษณา ผลวิวัฒน์ผู้ร่วมก่อตั้งและตัวแทนจากทีมถามครู.com กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของถามครูมาจากการทำเว็บไซต์ถามครู.com ซึ่งเริ่มเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยปัจจุบัน 10 เดือนมียอดผู้เข้าเยี่ยมชมกว่า 3 แสนราย และมีอัตราการอยู่ในเว็บมากกว่า 15 นาที ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยเว็บไซต์ทั่วไปที่อยู่ที่ 5-6 นาทีเท่านั้น  ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก จึงมีแนวคิดว่า เมื่อมีความพร้อมในเรื่องคอนเทนต์รวมถึงทีมงานที่เชี่ยวชาญจึงน่าจะนำมาพัฒนาให้สามารถใช้งานได้หลายช่องทางมากขึ้น จึงได้เข้าร่วมโครงการทรูอินคิวบ์กับทางบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และได้ผ่านการคัดเลือกเข้าโปรแกรมบ่มเพาะเป็นเวลากว่า 3 เดือน จนพัฒนาผลงานออกมาเป็นผลสำเร็จ “แอพพลิเคชั่นถามครูถือเป็นคลังข้อสอบระดับอนุบาลที่มีเนื้อหาข้อมูลที่ผู้ปกครองสามารถใช้เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับเด็กวัยอนุบาลเพื่อใช้สอบเข้า ป.1 ได้ โดยมีข้อสอบมากกว่า 1 หมื่นข้อ เนื้อหาสอดคล้องกับเนื้อหาจริงในการสอบเข้า ป.1 ของโรงเรียนดัง ๆ ทั้งในส่วนของแบบทดสอบเพื่อวัดไอคิว และทักษะทางคณิตศาสตร์  ซึ่งสามารถวัดผลกับเด็กคนอื่น ๆ ที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน จังหวัด หรือประเทศได้ เนื่องจากมีการเก็บสถิติและข้อมูลพื้นที่การใช้งานของผู้ใช้งาน และสามารถประเมินความก้าวหน้าของเด็กได้  เพราะตรวจสอบคะแนนที่เคยทำย้อนหลัง รวมถึงระบบมีการคำนวณคะแนนแบบเรียลไทม์ ทำให้ผู้ปกครองสามารถเห็นคะแนนได้ทันที” ด้านนายวิชานน์ มานะวาณิชเจริญ ผู้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์ถามครู.com กล่าวว่า ใช้เวลาพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพียงเดือนครึ่ง เนื่องจากมีความพร้อมเรื่องคอนเทนต์อยู่แล้ว โดยถือเป็นคลังข้อสอบระดับอนุบาลที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย เหมาะกับการใช้งานผ่านไอแพดเพราะมีหน้าจอใหญ่เด็ก ๆ สามารถใช้งานได้ง่ายกว่าสมาร์ทโฟน รองรับ 4 ภาษา คือ ไทยจีน ญี่ปุ่น และเวียดนาม ในปีหน้าคาดว่าจะพัฒนาให้รองรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ รวมถึงการเพิ่มข้อสอบในหมวดวิชาอื่น ๆ อาทิ วิทยาศาสตร์ สังคม ฯลฯ “แอพพลิเคชั่นนี้เปิดให้ดาวน์โหลดฟรี ส่วนรูปแบบการหารายได้นั้นหากผู้ใช้แอพพลิเคชั่นอยากจะได้ข้อสอบจำนวนเพิ่มมากขึ้นกว่าที่มีให้ฟรีก็สามารถจ่ายเงินเพิ่มเพื่อซื้อเพิ่มในแอพได้ ซึ่งยังไม่ได้กำหนดราคาแต่จะมีราคาไม่แพงกว่าแบบฝึกหัดหรือข้อสอบที่มีวางขายในท้องตลาดแน่นอน” ส่วน นายปุณณมาศ วิจิตรกุลวงศา ผู้อำนวยการบริการ ทรู อินคิวบ์ กล่าวว่า ทีมถามครู.com เป็น 1 ใน 6 ทีมที่ผ่านการคัดเลือกและมีผลงานที่โดดเด่นจนสามารถเป็นสตารต์อัพกลุ่มแรกที่พัฒนาผลงานออกสู่ตลาด หลังจากนี้จะมีผลงานของทีมอื่นทยอยออกสู่ตลาดต่อเนื่อง ซึ่งทางทรูได้เข้าไปร่วมสนับสนุนทั้งในส่วนของการแนะนำเรื่องการพัฒนาสนับสนุนเรื่องตลาด ตลอดจนเข้าไปร่วมถือหุ้นในการจัดตั้งบริษัทด้วย “ผลงานของทีมถามครู ทางกลุ่มทรูเตรียมผลักดันให้สามารถนำไปดำเนินธุรกิจในเชิงพาณิชย์ได้อย่างเต็มที่ ทรูมีลูกค้าในกลุ่มสถาบันการศึกษาระดับอนุบาลในพื้นที่ กทม. 200-300 แห่ง และโรงเรียนในโครงการปลูกปัญญาอีก 5-6 พันแห่งทั่วประเทศ รวมถึงผู้ปกครองที่ต้องการเพิ่มศักยภาพให้ลูกโดยที่ไม่จำเป็นต้องเข้าไปเรียนโรงเรียนกวดวิชาถือเป็น กลุ่มเป้าหมายในการนำเสนอแอพพลิเคชั่นนี้” ล่าสุดได้ทำการจัดแข่งขันถามครู ออนไลน์ ไอคิว แอนด์ แมตซ์ ชาเลนจ์ เอเชีย ซึ่งเป็นเวทีประลองไอคิวและทักษะทางคณิตศาสตร์ระดับอนุบาลชิงแชมป์เอเชีย โดยจะใช้ข้อสอบ Taamkru Kindergarten Aptitude Test (TKAT)  ที่ทางทีมถามครูร่วมกับ ทรู อินโนเวชั่น พัฒนาขึ้น โดยมีรางวัลชนะเลิศ คือ ถ้วยประทานพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ พร้อมทุนการศึกษาผู้ปกครองที่สนใจสามารถสมัครทางออนไลน์ได้ที่ www.taamkru.com/asia ถึงวันที่ 15 ธ.ค. 2556 คาดว่า ในปีหน้ากลุ่มสตาร์ตอัพในโครงการนี้ทั้งหมดจะเริ่มเห็นรายได้กลับเข้ามาอย่างชัดเจน แต่ไม่ได้ตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นจำนวนเท่าใด อย่างไรก็ตามบริษัทพร้อมที่จะเดินหน้าโครงการนี้อย่างต่อเนื่องและวางแผนสนับสนุนกลุ่มสตาร์ตอัพใหม่ ๆปีละไม่ต่ำกว่า 6 ทีม เพื่อพัฒนาผลงานเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง. จิราวัฒน์ จารุพันธ์ jirawatJ@dailynews.co.th

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ทีมถามครู.com” สตาร์ทอัพรายแรกของ“ทรู อินคิวบ์” – ฉลาดสุดๆ