เดือน: ธันวาคม 2013

  • บริการเสิร์ชเอนจิ้นของไป่ตู้เอื้อธุรกิจไทยขยายตลาดในจีน

    บริการเสิร์ชเอนจิ้นของไป่ตู้เอื้อธุรกิจไทยขยายตลาดในจีน

    ไป่ตู้ เตรียมเปิดตัวบริการเสิร์ชเอนจิ้นในไทย ชูจุดขายช่วยธุรกิจขยายตลาดในจีน เผย 1 ปี มีผู้ใช้บริการ 65% จากผู้ใช้อินเทอร์ เน็ตทั้งหมดในไทย จากการเปิดให้ดาวน์โหลดฟรี 8 บริการทั้งพีซีและมือถือ นายพอล เฉิน ผู้จัดการทั่วไป ไป่ตู้ ประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันไป่ตู้มีผู้ใช้งานในประเทศไทยประมาณ 65% จากจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งหมด จาก 8 บริการที่เริ่มเปิดตัวตั้งแต่ปี 2555  ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรทั้ง 45 รายในในอุตสาหกรรม ไอที โฆษณา และท่องเที่ยว ซึ่งไป่ตู้จะเร่งพัฒนาบริการอย่างต่อเนื่องโดยทำให้สอดคล้องกับการใช้งานพีซีและมือถือของคนไทยมากที่สุด การให้บริการเสิร์ชเอนจิ้น ภาษาไทย ไป่ตู้อยู่ระหว่างการพัฒนาให้เข้ากับพฤติกรรมของคนไทย คาดว่าจะเปิดบริการได้ในปีหน้า  เน้นจุดขายที่ทำให้ธุรกิจไทยสามารถขยายตลาดในจีนได้อย่างรวดเร็ว เพราะไป่ตู้เป็นผู้นำด้านเสิร์ชเอนจิ้น ของจีน มียอดการค้นหากว่า 5 พันล้านครั้งต่อวัน และ 10% เป็นเรื่องของการโฆษณาออนไลน์และแบรนด์ต่าง ๆ ด้านนายกวี  นวศรี  ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ ไป่ตู้ ประเทศไทย  เปิดเผยถึง 8 ผลิตภัณฑ์ที่เปิดให้บริการดาวน์โหลดฟรีในประเทศไทย  ว่า แบ่งเป็น 4 บริการสำหรับใช้งานบนพีซีคือ ไป่ตู้  พีซี ฟาสเตอร์ (Baidu PC Faster) ไป่ตู้  แอนตี้ไวรัส ไป่ตู้ สปาร์ค  เบราว์เซอร์และ  ฮาว 123 (Hao123)  เว็บไซต์ที่รวบรวมและจัดหมวดหมู่เว็บไซต์ยอดนิยมในทุกสาขา ไป่ตู้ แบตเตอรี่ เซฟเวอร์ (DU Battery Saver) แอพช่วยประหยัดแบตเตอรี่มือถือไป่ตู้ สปีด บูทเตอร์ แอพเพิ่มความเร็ว  ไป่ตู้ เบราว์เซอร์ และ โฟโต้ วันเดอร์  แอพถ่ายภาพและตกแต่งภาพ มีผู้ใช้งานกว่า 200 ล้านคนทั่วโลก.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บริการเสิร์ชเอนจิ้นของไป่ตู้เอื้อธุรกิจไทยขยายตลาดในจีน

  • อีก 4 ปี ยอดสมาร์ทโฟนในไทย 40 ล้าน

    อีก 4 ปี ยอดสมาร์ทโฟนในไทย 40 ล้าน

    “ฟรอสต์แอนด์ซัลลิแวน” มองปี 60 สมาร์ทโฟนในไทยพุ่งถึง 40 ล้านเครื่อง จากปัจจุบันอยู่ที่ 15 ล้านเครื่อง ใช้งานแท็บเล็ต จะแตะ 20 ล้านเครื่อง โดยแอพไลน์มีการจ่ายเงินในแอพสโตร์กว่า 65% ในขณะที่อัตราการพัฒนาฟิกซ์บรอดแบนด์ไทยยังต่ำ แนะภาครัฐควรหนุนการลงทุน นายมาร์ค ไอน์สไตน์ นักวิเคราะห์จากฟรอสต์แอนด์ซัลลิแวน บริษัทวิจัยชั้นนำระดับโลก กล่าวว่า ปัจจุบันโมบายถือเป็นตัวขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไอซีทีไทย จะเห็นได้จากยอดการใช้งานสมาร์ทโฟนมีอยู่ราว 15 ล้านคน หรือประมาณ 30% ทั้งนี้ มองว่า ปี 2557 จะเพิ่มขึ้นเป็น 20 ล้านคน และปี 2560 จะเกินกว่า 40 ล้านคน กินสัดส่วน 2 ใน 3 ของประชากรไทย โดยตัวกระตุ้นที่ดีที่สุดคือ 3จี และ 4จี ในขณะที่ ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์จะยังครองความเป็นผู้นำโดยมีส่วนแบ่งตลาดกว่า 50% ซึ่งการเติบโตปีนี้จนถึงปี 2560 จะโตประมาณ 36.4% รองลงมาคือไอโอเอสเติบโต 39.3% ตามด้วยวินโดว์สเติบโต 88.4% สำหรับแท็บเล็ตนั้น ปัจจุบันมีประมาณ 5 ล้านราย คิดเป็นการเข้าถึง 6% แต่แท็บเล็ต จะสร้างรายได้ในส่วนของดาต้าและบริการเสริมอื่น ๆ ด้วยขนาดจอที่กว้างกว่าสมาร์ทโฟน ทำให้การเล่นเกมและเชื่อมตื่ออินเทอร์เน็ตเพื่อความบันเทิงมีความนิยมที่สูง ทั้งนี้ จากผลสำรวจ ปีหน้าจำนวนผู้ใช้งานแท็บเล็ตจะอยู่ที่ 7.5 ล้านราย ส่วนปี 2560 เกือบ 20 ล้านราย โดยไอแพดยังมีความได้เปรียบแง่การแข่งขันสูงสุดกว่าแอนดรอยด์ “ตลาดเกมในไทยได้รับอานิสงส์จากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคโมบาย ขณะนี้โมเมนตัมบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตเริ่มมองเห็นได้ชัดเจน และปีนี้จะมีมูลค่าตลาดรวมที่ 125 ล้านดอลลาร์ แบ่งเป็น พีซีออนไลน์ 45% คอนโซล 30% ส่วนโมบายและแท็บเล็ต 23%” และปัจจุบัน แอพพลิเคชั่นที่มีการพูดถึงสูงที่สุดในแอพสโตร์ไทยคือไลน์ โดยมีการใช้จ่ายเงินบนแอพสโตร์ในสัดส่วนกว่า 65% นายมาร์ค กลับมองว่า ในความล่าช้าของการให้บริการ 3จี และ 4จี ในไทย ส่งผลดีทำให้มีเวลาและช่องว่างสำหรับการเติบโต เพราะโมเดลที่จะทำให้อยู่รอดได้จากการดำเนินธุรกิจที่ต่างประเทศจะพบว่า ผู้ให้บริการจะต้องลงทุนพัฒนาธุรกิจใหม่นอกเหนือไปจากแวดวงโทรคมนาคม ส่วนนักพัฒนารายใหม่ ๆ ที่กำลังมองหาโอกาสบุกเบิกธุรกิจขอแนะว่า ควรมุ่งไปในพื้นที่ที่แอปเปิลหรือกูเกิลไม่ได้ครอบครองอยู่ก่อนจะดีที่สุด นอกจากนี้ ยังพบว่าการพัฒนาด้านฟิกซ์ไลน์ในไทยค่อนข้างต่ำมาก ทั้ง ๆ ที่เป็นธุรกิจที่สามารถรักษาการเติบโตของรายได้ได้แบบคงที่ ดังนั้น บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ควรขยายบริการการเข้าถึงให้มากขึ้น โดยรัฐควรหันมาให้ความสำคัญและสนับสนุนด้วย จะเห็นว่าประเทศที่มีการใช้งานไอซีทีที่สูงและมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งมาจากการสนับสนุนของภาครัฐบาล. กัญณัฏฐ์ บุตรดี Kanyanat25@gmail.com

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อีก 4 ปี ยอดสมาร์ทโฟนในไทย 40 ล้าน

  • “อนุดิษฐ์” ย้ำ 2 ธ.ค.ทำงานปกติ สวน “สุเทพ” เสียหายใครรับผิดชอบ

    “อนุดิษฐ์” ย้ำ 2 ธ.ค.ทำงานปกติ สวน “สุเทพ” เสียหายใครรับผิดชอบ

    วันที่ (1 ธ.ค.) น.อ. อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวภาหลังจากที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำผู้ชุมนุมต่อต้านระบอบทักษิณ ประกาศให้วันที่ 2 ธ.ค.56 เป็นวันหยุดราชการว่า กระทรวงไอซีที ยืนยันให้ทำงานตามปกติ ไม่มีีการให้หยุดงาน ทั้งนี้ อยากถามนายสุเทพว่า ถ้าศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ หยุดงาน แล้วหากเกิดภัยพิบัติใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ และตัวนายสุเทพเองจะรับผิดชอบไหวหรือไม่ “ในส่วนของสถานที่ทำงานนั้น กระทรวงไอซีทีได้กระจายระบบไว้หลายจุดแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องเข้ามาที่ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ ก็สามารถทำงานได้ตามปกติ” น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว ด้าน นายยงยุทธ วัฒนสินธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้ ยังไม่มีคำสั่งให้พนักงานหยุดงานตามที่นายสุเทพประกาศ ขณะที่ นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนามคม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หากพื้นที่ทำงานไม่ได้รับผลกระทบก็ยังมีการทำงานตามปกติไม่ได้มีการสั่งให้หยุดงานแต่อย่างใด

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “อนุดิษฐ์” ย้ำ 2 ธ.ค.ทำงานปกติ สวน “สุเทพ” เสียหายใครรับผิดชอบ