เดือน: ธันวาคม 2013

  • ราคาทองคำ 2 ธ.ค. 56 ปรับครั้งที่ 1 ขึ้น 50 บาท

    ราคาทองคำ 2 ธ.ค. 56 ปรับครั้งที่ 1 ขึ้น 50 บาท

    วันที่ 2 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09:31 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 1 โดยเพิ่มขึ้นจากเดิม 50 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 19,500 บาท รับซื้อ 18,722.60 บาท ทองแท่งขายบาทละ 19,100 บาท รับซื้อ 19,000 บาท ราคาทองคำและครั้งที่ปรับ ราคาทองคำปรับครั้งที่ 1  ขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,500 บาท รับซื้อ 18,722.60 บาท ทองแท่งขาย 19,100 บาท รับซื้อ 19,000 บาท เวลา 09:31 น.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทองคำ 2 ธ.ค. 56 ปรับครั้งที่ 1 ขึ้น 50 บาท

  • ขนส่งไล่ปราบกลุ่มมิจฉาชีพหน้าม้า

    ขนส่งไล่ปราบกลุ่มมิจฉาชีพหน้าม้า

    นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกกำลังเร่งปราบปรามกลุ่มมิจฉาชีพที่เข้ามาหลอกหลวงประชาชนที่มาติดต่อราชการกับกรมการขนส่งทางบกโดยจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตามจุดต่าง ๆ ภายในบริเวณกรมการขนส่งทางบก เพื่อสอดส่อง และสังเกตพฤติกรรมบุคคล หรือกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมฉ้อฉล พร้อมกับขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 จัดชุดตรวจการออกปฏิบัติภารกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ปัจจุบันกลุ่มมิจฉาชีพได้แฝงตัวเข้ามาหลายรูปแบบต่าง เช่น การขับขี่รถจักรยานยนต์ประกบรถยนต์ที่ขับผ่านสถานีรถไฟฟ้า จตุจักร โดยจะสังเกตว่ารถคันใดเตรียมชิดซ้ายเพื่อจะเลี้ยวเข้ากรมการขนส่งทางบกก็จะเข้าประกบเคาะกระจกรถยนต์ และอาสาดำเนินการให้ โดยเรียกทรัพย์สินเป็นค่าตอบแทน หรือบางกรณีมีการจอดรถจักรยานยนต์ดักรออยู่บริเวณประตูทางเข้ากรมการขนส่งทางบก เพื่อตามประกบผู้ที่ขับรถเข้ามาภายในกรมการขนส่งทางบก นอกจากนี้ ยังอาจแฝงเข้ามาในรูปแบบของจักรยานยนต์รับจ้าง รวมทั้งการเดินประกบประชาชนจากบริเวณด้านนอกกรมการขนส่งทางบก ซึ่งหากหลงเชื่อนอกจากต้องเสียทรัพย์สินแล้วยังอาจได้รับเอกสารปลอมด้วย และหากนำไปใช้จะมีความผิดตามกฎหมายฐานใช้เอกสารราชการปลอม “กรมการขนส่งทางบกได้จัดส่งผู้ตรวจการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจนครบาลบางซื่อและตำรวจ 191 ออกตรวจตรา และเฝ้าระวังกลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าวอย่างใกล้ชิด รวมทั้งขอความร่วมมือสถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ เพิ่มโทษด้วยการเปรียบเทียบปรับในอัตราที่สูงขึ้น กับผู้ที่กระทำความผิดซ้ำซาก พร้อมบันทึกประวัติเพื่อการเฝ้าระวังด้วย ราย นอกจากนี้เพื่อเป็นการป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพที่แฝงตัวเข้ามาหลอกลวงประชาชนที่ติดต่อราชการ กรมการขนส่งทางบกได้ออกมาตรการตรวจเข้มบัตรประจำตัวของผู้จำหน่ายรถที่มาติดต่อราชการ โดยขอให้ตัวแทน ทุกคนต้องติดบัตรในการติดต่อราชการภายในกรมการขนส่งทางบกด้วยทุกครั้ง” นายอัณษไธด์กล่าวต่อว่า กรมฯยังจัดตั้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ เพื่อให้คำแนะนำและรับแจ้งเหตุจากประชาชนที่ถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวง บริเวณด้านหน้า อาคาร 4 กรมการขนส่งทางบก เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที จึงขอความร่วมมือประชาชนที่มาติดต่อราชการกับกรมการขนส่งทางบก ให้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานโดยตรงเท่านั้น หรือสอบถามได้ที่สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับผลการดำเนินการจับกุมกลุ่มมิจฉาชีพรอบ 10 เดือน (ม.ค.–ต.ค.56) สามารถจับกุมผู้ที่เข้ามาสร้างความเดือดร้อนรำคาญกับผู้มาติดต่อราชการภายใน กรมการขนส่งทางบกได้ 22 ราย ขณะที่ปีที่แล้วจับกุมได้ 161 ราย ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 86.33% ส่วนจับกุมผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ด้วยการใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถผิดกฎหมายมาติดตั้ง 27 ราย และจับกุมผู้นำรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมาวิ่งรับจ้างโดยไม่ได้รับอนุญาตอีก 1,527 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจฯ ได้นำส่งเจ้าพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายแล้ว ส่วนการสำรวจความเชื่อมั่นในคุณภาพการให้บริการของกรมการขนส่งทางบก จากการสำรวจความเห็นผู้ใช้บริการ ณ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1–5 และสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ เดือนเม.ย.-ก.ย.56 พบว่า ความคิดเห็นของประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อการให้บริการถึง 90.6% ในจำนวนนี้พบว่างานด้านทะเบียนและภาษีรถ ประชาชนให้ความเชื่อมั่นสูงสุด รองลงมาเป็นด้านตรวจสภาพรถ และด้านใบอนุญาตขับรถ ขณะที่การให้บริการสำนักงานขนส่งต่างจังหวัด จ.สุรินทร์ ประชาชนมีความเชื่อมั่นสูงสุด รองลงมาเป็นอุดรธานี และนครศรีธรรมราช

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ขนส่งไล่ปราบกลุ่มมิจฉาชีพหน้าม้า

  • จ้างศึกษาท่าเรือปากบารา

    จ้างศึกษาท่าเรือปากบารา

    นายศรศักดิ์ แสนสมบัติ อธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า กรมเจ้าท่าเตรียมจ้างที่ปรึกษาเข้ามาดำเนินงานศึกษาจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ(อีเอชไอเอ) โครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือปากบารา จังหวัดสตูล เพิ่มเติม จากเดิมที่โครงการได้จัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)ไปแล้ว โดยจะใช้เวลาศึกษาประมาณ 2 ปี จากนั้นจึงจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 59 และแล้วเสร็จในปี 63 ทั้งนี้ยืนยันว่าการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้ล่าช้า ยังเป็นไปตามแผนงานที่กำหนด โดยที่ผ่านมาได้มีการลงพื้นที่ไปพบผู้นำชุมชนเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการก่อสร้างท่าเรือปากบาราอย่างต่อเนื่อง หาก พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. … (พ.ร.บ.กู้เงิน 2ล้านล้านบาท) ผ่านการพิจารณา จะสามารถเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นทางการได้ทันที “จาการลงพื้นที่ในช่วงที่ผ่านมาก็พบปะพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจกับผู้นำชุมชนไปบ้างแล้ว ก็มีบางกลุ่มที่ยังไม่เข้าใจและต่อต้านการดำเนินโครงการ แต่เราก็ต้องพยายามชี้แจงต่อ แต่ตอนนี้การดำเนินโครงการยังไม่ชัดเจน ต้องรอเงินที่จะนำมาดำเนินโครงการก่อน จึงจะเริ่มกระบวนการต่างๆได้เพิ่มขึ้น” นายศรศักดิ์ กล่าวว่า ในกรณีที่ พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ไม่ผ่าน กรมเจ้าท่าจะตั้งของบประมาณประจำปี 2558 เข้ามาเดินหน้าโครงการแทน และบางส่วนก็ต้องใช้วิธีการกู้เงินเข้ามาดำเนินโครงการด้วย โดยจะต้องเสนอกระทรวงการคลังพิจารณาหาแหล่งเงินกู้ที่เหมาะสม และเป็นประโยชน์ที่สุดเพื่อนำมาใช้ในโครงการ ส่วนจะเป็นจากแหล่งใดไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานจะเป็นผู้กำหนด ต้องให้กระทรวงการคลังพิจารณาเท่านั้น แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจะเป็นประตูการค้าฝั่งอันดามันเชื่อมโยงศูนย์กลางการขนส่ง ขนถ่ายสินค้าทางทะเลไปยังเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และทวีปยุโรป รวมทั้งเชื่อมชายฝั่งทะเลอันดามัน อ่าวไทย และชายฝั่งทะเล ภาคตะวันออก โดยท่าเรือปากบาราถือว่ามีความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ที่มีระดับน้ำลึกสำหรับเรือสินค้า และอยู่ใกล้เส้นทางเดินเรือ ที่ผ่านมาจากช่องแคบมะละกา เรือสามารถแวะเข้ามารับสินค้าได้โดยใช้เวลาเพียง 6 ชั่วโมง ขณะที่ท่าเรือหน้าท่ามีความยาว 750 เมตร พร้อมเครนยาวตลอดหน้าท่า และท่าเทียบเรือบริการ 220 เมตร สามารถรองรับสินค้าได้ 825,000 ทีอียู

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จ้างศึกษาท่าเรือปากบารา