ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 23 ธ.ค. ดัชนีปรับลดลงทันทีที่เปิดตลาดจากนั้นก็ยืนในแดนลบอย่างหนักตลอดทั้งวัน ซึ่งระหว่างวันปรับลดลงกว่า 20 จุดตามแรงเทขายทำกำไรระยะสั้น เนื่องจากนักลงทุนกังวลสถานการณ์การเมืองในประเทศเพราะยังคงมีการชุมนุมต่อเนื่อง ซึ่งสวนทางตลาดหุ้นต่างประเทศที่ส่วนใหญ่ยืนบวกกันคึกคักโดยระหว่างวันหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุดที่ 1,342.87 จุด ลดลงต่ำสุดที่ 1,322.57 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,326.14 จุด ลดลง 16.58 จุด หรือ 1.23% ด้วยมูลค่าการซื้อขายเบาบาง 24,868.07 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด5 อันดับแรก1.ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 164.50 บาท ลดลง 4.50 บาท2.ปตท. ปิดที่ 286.00 บาท ลดลง 5.00 บาท3.ซีพีออลล์ ปิดที่ 44.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.50บาท4.ธ.กรุงศรีอยุธยา ปิดที่ 28.00 บาท ลดลง 8.00 บาท5.ทอท. ปิดที่ 165.50 บาท ลดลง 7.00 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยวันที่ 23 ธันวาคม 2556 ปิดร่วง 16.58 จุด
เดือน: ธันวาคม 2013
-

หุ้นไทยวันที่ 23 ธันวาคม 2556 ปิดร่วง 16.58 จุด
-

ระดมกึ๋นบีโอไอทั่วโลกดึงตปท.ลงทุนไทย
นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 23 – 27 ธ.ค. บีโอไอได้จัดการประชุมหัวหน้าสำนักงานต่างประเทศทั้งหมด 14 แห่ง เพื่อระดมสมองกำหนดยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ รวมทั้งจัดทำแผนการเดินทางจูงใจการลงทุนในต่างประเทศ (โรดโชว์) และปรับแผนให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนใหม่ โดยเฉพาะการเน้นบริษัทเป้าหมาย ที่มีศักยภาพในสาขาที่ไทยต้องการ เช่น ยานยนต์ เครื่องมือแพทย์ อิเล็กทรอนิกส์ อากาศยาน การวิจัยและพัฒนา พลังงานทดแทน และการวิจัยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม “ ในปี 57 สถานการณ์เศรษฐกิจโลก มีแนวโน้มที่ดีขึ้น บีโอไอยังวางตำแหน่งประเทศเป้าหมาย เหมือนเดิม คือ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และยุโรป เป็นประเทศเป้าหมายสำคัญในการดึงดูดการลงทุน ควบคู่กับการชักจูงลงทุนจากพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง เช่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ออสเตรเลีย โดยจะใช้กิจกรรมหลัก เช่น การพบนักลงทุนเป้าหมายเป็นรายบริษัท การจัดสัมมนาชักจูงการลงทุนเป็นรายสาขาอุตสาหกรรม และการสร้างเครือข่ายการลงทุนเป็นกิจกรรมดึงดูดการลงทุนเช่นเดิม และเพิ่มการให้ความสำคัญกับ กลุ่มประเทศใหม่ๆ เช่น จีน และ อินเดีย นอกจากนี้ การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 58 ยังเป็นจุดขายสำคัญสำหรับไทยในการชักชวนให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน ซึ่งถือว่าไทยยังได้เปรียบประเทศในภูมิภาคอื่นๆ” ทั้งนี้ บีโอไอมีสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุนในต่างประเทศรวม 14 แห่งทั่วโลก ครอบคลุม 4 ภูมิภาค ได้แก่ ภูมิภาคเอเชีย 8 แห่ง ที่กรุงโตเกียว และนครโอซากา ประเทศญี่ปุ่น นครเซี่ยงไฮ้ กรุงปักกิ่ง นครกวางโจว ประเทศจีน กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ นครไทเป ประเทศไต้หวัน และเมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ระดมกึ๋นบีโอไอทั่วโลกดึงตปท.ลงทุนไทย -

เตรียมพบสหรัฐฯแก้ปัญหาแรงงานผิดกม.
นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ได้จัดการประชุมหารือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินสถานการณ์การค้า โดยเฉพาะสินค้าที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการที่ถูกทางการสหรัฐฯกล่าวหาว่าเป็นสินค้าที่ผลิตโดยใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับ ได้แก่ สินค้ากุ้ง ปลา อ้อย และเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งส่งผลให้อุตสาหกรรมสินค้าดังกล่าวของไทยถูกจับตามอง และประเทศไทยยังถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มที่ 2 บัญชีรายชื่อประเทศที่ต้องจับตามองมาติดต่อกัน 4 ปี (ปี 53-56) ทั้งนี้ในกระทรวงพาณิชย์พร้อมเป็นแกนกลางในการขับเคลื่อนการทำงานร่วมกันกับผู้เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาดังกล่าว โดยเบื้องต้นกระทรวงฯจะเข้าพบหารือกับเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยในช่วงต้นเดือนม.ค. 57 เพื่อชี้แจงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาแรงงานของไทย และจะทำงานเชื่อมโยงกับหน่วยงานพาณิชย์ในประเทศต่างๆทั่วโลก ได้แก่ สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี และกรุงบรัสเซลส์ รวมถึงสำนักงานผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลก ณ นครเจนีวา เป็นต้น “ปัญหาดังกล่าวทำให้ไทยต้องเร่งชี้แจงความคืบหน้า รวมทั้งยกระดับในการดูแลและปฏิบัติต่อแรงงานต่างด้าวในอุตสาหกรรมอาหารทะเล เครื่องนุ่งห่ม และอ้อยอย่างจริงจัง ถูกต้อง และสอดคล้องกับมาตรฐานสากลด้วย” ทั้งนี้ การดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านแรงงานของไทยเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน โดยที่ประชุมได้รับทราบการดำเนินงานที่ผ่านมาของหน่วยงานต่าง ๆมาตลอด เช่น กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นคณะกรรมการระดับชาติที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยจัดทำรายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์ประจำปี 55-56 และจัดส่งให้สหรัฐฯ แล้วเมื่อต้นเดือนธ.ค. ที่ผ่านมา
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เตรียมพบสหรัฐฯแก้ปัญหาแรงงานผิดกม.