นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 23 – 27 ธ.ค. บีโอไอได้จัดการประชุมหัวหน้าสำนักงานต่างประเทศทั้งหมด 14 แห่ง เพื่อระดมสมองกำหนดยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ รวมทั้งจัดทำแผนการเดินทางจูงใจการลงทุนในต่างประเทศ (โรดโชว์) และปรับแผนให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนใหม่ โดยเฉพาะการเน้นบริษัทเป้าหมาย ที่มีศักยภาพในสาขาที่ไทยต้องการ เช่น ยานยนต์ “ในปี 57 สถานการณ์เศรษฐกิจโลก มีแนวโน้มที่ดีขึ้น บีโอไอยังวางตำแหน่งประเทศเป้าหมาย เหมือนเดิม คือ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และยุโรป เป็นประเทศเป้าหมายสำคัญในการดึงดูดการลงทุน ควบคู่กับการชักจูงลงทุนจากพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง เช่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ออสเตรเลีย โดยจะใช้กิจกรรมหลัก เช่น การพบนักลงทุนเป้าหมายเป็นรายบริษัท การจัดสัมมนาชักจูงการลงทุนเป็นรายสาขาอุตสาหกรรม และการสร้างเครือข่ายการลงทุนเป็นกิจกรรมดึงดูดการลงทุนเช่นเดิม และเพิ่มการให้ความสำคัญกับ กลุ่มประเทศใหม่ๆ เช่น จีน และ อินเดีย นอกจากนี้ การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 58 ยังเป็นจุดขายสำคัญสำหรับไทยในการชักชวนให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน ซึ่งถือว่าไทยยังได้เปรียบประเทศในภูมิภาคอื่นๆ” สำหรับภารกิจหลักของสำนักงานต่างประเทศในปีหน้า ได้แก่ การสร้างความเชื่อมั่นให้กับ นักลงทุนต่างชาติว่าสถานการณ์ทางการเมืองไม่ได้ส่งผลกระทบต่อนโยบายส่งเสริมการลงทุน ประเทศไทยยังคงต้อนรับการลงทุนจากต่างประเทศไม่เปลี่ยนแปลง และการเผยแพร่ข้อมูลนโยบายใหม่ให้นักลงทุนต่างชาติทราบ อาทิ นโยบายเรื่องอีโคคาร์ เฟส 2 และยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนใหม่ที่คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในปี 58 รวมทั้งให้สำนักงานบีโอไอในต่างประเทศสนับสนุนให้เกิดการลงทุนของนักลงทุนไทยในต่างประเทศ ส่วนการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศในช่วง 11 เดือน (ม.ค.-พ.ย. 56) มีโครงการลงทุนจากต่างประเทศยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนมีจำนวน 1,015 โครงการ รวมมูลค่าเงินลงทุน 386,671ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 22% โดยประเทศที่ลงทุนหลัก 5 อันดับแรกที่ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน มาเลเซีย ฮ่องกง และสิงคโปร์ ส่วนใหญ่เป็นบริษัทต่างชาติที่ลงทุนผ่านสิงคโปร์ เช่น ญี่ปุ่น ทั้งนี้ บีโอไอมีสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุนในต่างประเทศรวม 14 แห่งทั่วโลก ครอบคลุม 4 ภูมิภาค ได้แก่ ภูมิภาคเอเชีย 8 แห่ง ที่กรุงโตเกียว และนครโอซากา ประเทศญี่ปุ่น นครเซี่ยงไฮ้ กรุงปักกิ่ง นครกวางโจว ประเทศจีน กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ นครไทเป ประเทศไต้หวัน และเมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บีโอไอระดมกึ๋นดึงต่างชาติลงทุน
เดือน: ธันวาคม 2013
-

บีโอไอระดมกึ๋นดึงต่างชาติลงทุน
-

กสท.ยันไม่เลื่อนประมูลทีวีดิจิทัลเพิ่มมาตรการเฝ้าระบบ
วันนี้(23 ธ.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกสทช.และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองที่เกิดขึ้นขณะนี้ไม่ส่งผลต่อการประมูลทีวีดิจิทัล จะไม่เลื่อนหรือยกเลิกการประมูลทีวีดิจิทัลอย่างแน่นอน กสท.ยืนยันว่า การประมูลทีวีดิจิทัลยังตามกำหนดการเดิมคือ วันที่26 – 27 ธันวาคม 2556 ที่อาคาร CAT Tower บางรักของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และได้เตรียมเจ้าหน้าที่สำหรับอำนวยความสะดวกและ รักษาความปลอดภัยประมูลไว้จำนวน 175 คน โดยในวันนี้ได้เพิ่มอีก 60 คน รวมเป็น 235 คน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าของกสทช.และของบมจ กสท เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการประมูลทีวีดิทัลครั้งนี้ นอกจากนี้กสท.ยังเพิ่มมาตรการเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการประมูลทีวีดิจิทัลได้แก่ ระบบคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการประมูลให้กำหนดรหัสผ่านโดยให้สำนักงานกสทช.และกสท โทรคมนาคม เก็บรักษารหัสร่วมกัน ส่วนระบบโปรแกรมการประมูลของผู้จัดการประมูลและผู้ประมูลให้รักษาการรองเลขาธิการกสทช. ภารกิจกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์และผู้อำนวยการสำนักงานเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบการรับส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลเก็บรักษารหัสร่วมกัน ในขณะเดียวกัน ยังให้ บมจ กสท ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อเฝ้าระวังเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย และอุปกรณ์เครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการประมูลแสดงต่อสาธารณะชนตลอดเวลาการประมูล เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ไม่หวังดีเข้าไปและให้มีการเก็บประวัติข้อมูลการเสนอราคา (Bid Log) ตลอดระยะเวลาเพื่อให้นำมาเปิดเผยภายหลังการสิ้นสุดเวลาการประมูลหมวดสุดท้ายในวันที่ 27 ธ.ค.56 โดยให้ผู้ที่เข้าร่วมระมูลที่สนใจสามารถส่งตัวแทนเข้าร่วมตรวจสอบได้รายละไม่เกิน 2 คน พ.อ.ดร.นที กล่าวว่า ห้องควมคุมชั้น 30 ของ บมจกสท ผู้ที่สามารถเข้าห้องได้มีเพียงเจ้าหน้าที่ 10 คนที่ควบคุม ตัวแทนสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) 1 คน ตัวแทนคณะกรรมการติดตามและประเมินผล หรือซุปเปอร์บอร์ด 1 คน และบอร์ดกสท. 5 คน เป็นต้น ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่มีสิทธิเข้าไปยังห้องดังกล่าว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสท.ยันไม่เลื่อนประมูลทีวีดิจิทัลเพิ่มมาตรการเฝ้าระบบ -

หุ้นไทยภาคเช้าวันที่ 23 ธันวาคม 2556 ปิดลบ 16.45 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (23 ธ.ค.) ดัชนียังคงแกว่งตัวผันผวนซึ่งปรับตัวลงทันทีที่เปิดตลาดจากนั้นก็อ่อนตัวในแดนลบตลอดการซื้อขายตามแรงเทขายทำกำไรเพื่อลดความเสี่ยงหลังได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์การเมืองในประเทศที่ยังมีการชุมนุมต่อเนื่องโดยเฉพาะการขัดขวางการเปิดรับสมัคร ส.ส.แบบระบบบัญชีรายชื่อวันแรกส่งผลให้หุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าที่ 1,326.27 จุด ลดลง 16.45 จุด หรือ 1.23% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 11,607.21 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยภาคเช้าวันที่ 23 ธันวาคม 2556 ปิดลบ 16.45 จุด