นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)คนใหม่ เปิดเผยถึงเป้าหมายการทำงานในตำแหน่งใหม่ว่า จะสานต่อนโยบายสร้างรายได้จากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นไปตามเป้าหมาย2.2 ล้านล้านบาทในปี 58 และมองว่าระยะเวลาในตำแหน่งที่มีไม่มากนัก คือ 1 ปี 3เดือนไม่ใช่ปัญหาเพราะยังคงสานต่อนโยบายจากนายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการททท.คนก่อนแต่จะเน้นการทำงานเชิงรุกให้มากขึ้นและทำประชาสัมพันธ์รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวเข้มข้นมากขึ้นโดยจะใช้การสื่อสารแบบดิจิตอลเข้ามาช่วย ทั้งนี้ในช่วงต้นปี 57 จะเริ่มเปิดโครงการใหม่ชื่อว่าดรีม เดสติเนชั่น กาลครั้งหนึ่ง…ต้องไป เพื่อดึงความฝันในใจของทุกคนมาใช้เป็นแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยวให้คนไทยใช้ชีวิตตามใจฝันในการเดินทางท่องเที่ยวเมืองไทยและยังคงใช้รูปแบบ หลงรักประเทศไทย เหมือนเดิม โดยจะเป็นการให้ใครก็ตามได้เห็นสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้จะอยากไปและรักเลย รวมถึงยังเป็นการเปิดสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อรองรับการเปิดเสรีประชาคมอาเซียนหรือเอออีซีด้วย ส่วนการทำการตลาดและประชาสัมพันธ์ให้กับการท่องเที่ยวของประเทศไทยโดยเน้นการใช้สื่อดิจิตอลนั้นททท.จะพัฒนาหน่วยงานให้กลายเป็นองค์กรที่เป็นนักการตลาดยุคใหม่ด้วยพร้อมกันนี้จะต้องพัฒนาเว็บไซต์ของททท. www.tourismthailand.org ให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปดูข้อมูลและรูปภาพเคลื่อนไหวของแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมเช่นกรุงเทพ ฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ ในช่วงเวลาจริง(เรียลไทม์)ขณะที่เปิดเว็บไซต์ขึ้นมาดูได้ “การมีภาพที่เป็นสถานการณ์จริงในช่วงเวลานั้นๆจริงๆให้นักท่องเที่ยวได้เห็นเองจะเป็นประโยชน์อย่างมาก โดยเฉพาะช่วงนี้ที่มีการชุมนุมในกรุงเทพฯนักท่องเที่ยวต่างชาติก็เปิดเข้าไปดูได้เลยว่า ภูเก็ต เชียงใหม่ ยังเที่ยวได้ปกติส่วนกรุงเทพฯก็ชุมนุมกันเฉพาะจุดเท่านั้น ไม่มีความรุนแรงยังเดินทางมาท่องเที่ยวได้” นายธวัชชัย ยังกล่าวด้วยว่า ขณะนี้เหลืออีกเพียง1 สัปดหืก็จะหมดปี 56 ซึ่งพบว่าในที่สุดจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยตลอดปี 56 ยังคงเป็นไปตามเป้าหมาย 26.1 ล้านคนตามที่ตั้งไว้ จากที่ก่อนหน้านี้เคยกังวลว่าจะหายไป 420,000คนจากการชุมนุมทางการเมือง แต่เมื่อผลของการชุมนุมทางการเมืองไม่มีความรุนแรง มีเพียงการเดินชุมนุมไปตามถนนต่างๆ ทำให้นักท่องเที่ยวเข้าใจและคงมุ่งเดินทางมาประเทศไทยเช่นเดิม เห็นได้ว่าแม้แต่โรงแรมย่านราชประสงค์ในช่วงนี้ก็มียอดเข้าพักถึง 90%ของจำนวนห้องพักที่เดียว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ผู้ว่าททท.คนใหม่เร่งเดินหน้าทำงาน
เดือน: ธันวาคม 2013
-

ผู้ว่าททท.คนใหม่เร่งเดินหน้าทำงาน
-

ทางหลวงเดินหน้าเวนคืนที่สร้างมอเตอร์เวย์
นายเชวง บัวหมื่นชลผู้อำนวยการกลุ่มสำรวจและประมาณราคาที่ 2 กรมทางหลวง เปิดเผยว่า ได้จัดประชุมชี้แจงการประเมินราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในเขตเวนคืนที่ดินเพื่อก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 สายบางปะอิน-นครราชสีมา ตอนที่ 2 โดยจะสรุปข้อมูลแนวเส้นทางที่จะเวนคืนให้เสร็จในเดือนก.พ.57 ขณะที่งบประมาณในการก่อสร้างจะต้องรอรัฐบาลชุดใหม่เป็นผู้ตัดสินหากพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านผ่านก็ใช้งบจากส่วนนี้ แต่หากพ.ร.บ.ไม่ผ่าน ก็ต้องดูว่าจะผลักดันใช้เงินส่วนอื่นเช่น งบประมาณปี 58 มาใช้ก่อสร้างแทนหรือไม่ ทั้งนี้การประชุมได้นำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดกรรมสิทธิ์ที่ประชาชนควรรับทราบเพื่อให้ได้รับค่าชดเชยอย่างครบถ้วน และเปิดโอกาสให้ประชาชนสอบถามข้อมูลเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องโดยเฉพาะเส้นทางตอนที่ 2 ระยะทาง 59กม.เบื้องต้นมีที่ดินที่จะต้องถูกเวนคืนประมาณ 1,200แปลง สิ่งปลูกสร้าง 400-500 ราย อย่างไรก็ตามระหว่างสำรวจแนวเวนคืนที่ดินพบว่า มีที่ดินเปล่าที่มีการซื้อขายเปลี่ยนมือทำให้มีผู้ที่ต้องได้รับค่าชดเชยเพิ่มขึ้นแม้พื้นที่เวนคืนจะมีจำนวนเท่าเดิมแต่ยืนยันว่าค่าชดเชยที่ดินจะอยู่ในวงเงินที่คาดการณ์ไว้ “เบื้องต้นมีประชาชนที่รู้ว่าจะต้องถูกเวนคืนประมาณ60-70% โดยพิจารณาตามแนวพรฏ.เวนคืนที่ดินที่ประกาศไปเมื่อต้นปี56และได้ขอเข้ามาดูแบบก่อสร้างกับบริษัทที่ปรึกษา รวมทั้งหารือกับกรมทางหลวงเพื่อขอปรับแบบกรณีที่แนวเวนคืนปิดทางเข้า-ออกหน้าบ้านซึ่งเรื่องนี้กรมทางหลวงเปิดกว้างรับฟังและแก้ไขให้อย่างต่อเนื่องคาดว่าความชัดเจนในการเวนคืนที่ดินว่ามีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ถูกเวนคืนทั้งหมดเท่าไรในเดือนก.พ.57” สำหรับรายละเอียดโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-นครราชสีมา แบ่งแนวสำรวจออกเป็น 4ตอน ระยะทาง 196 กม. ซึ่งอยู่ในแผนของพ.ร.บ. 2 ล้านล้านทั้งหมดโดยใช้งบประมาณรวม 84,600 ล้านบาท เป็นค่าเวนคืน 6,600ล้านบาท และค่าก่อสร้างกว่า 77,000 ล้านบาท โดยมียอดเวนคืนรวมเบื้องต้น 3,200แปลง แนวเส้นทางจะตัดผ่านพื้นที่ 3 จังหวัด 12อำเภอ และหากพ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาทผ่านกระบวนการทั้งหมดคาดว่าจะเริ่มประกาศประกวดราคาและเริ่มก่อสร้างได้ภายในปี 57
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทางหลวงเดินหน้าเวนคืนที่สร้างมอเตอร์เวย์ -

พาณิชย์ตรวจราคาสินค้าปีใหม่
นายสมชาติสร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กรมฯในส่วนกลาง และสำนักงานค้าภายในจังหวัดทั่วประเทศทำการสุ่มตรวจสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการก่อนที่จะถึงช่วงเทศกาลปีใหม่เพื่อป้องกันร้านค้า ผู้ให้บริการ และร้านอาหารปรุงสำเร็จ ในพื้นที่ที่ประชาชนต้องมาใช้บริการในการเดินทางกลับบ้านโดยเฉพาะสถานีขนส่ง ทั้งหมอชิต สายใต้ใหม่ เอกมัย สถานีรถไฟหัวลำโพงสนามบินทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคที่อาจจะมีการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและปรับค่าบริการเอาเปรียบผู้บริโภค “ช่วงนี้ใกล้เทศกาลปีใหม่ คนได้วางแผนเดินทางกลับภูมิลำเนาในต่างจังหวัดเป็นจำนวนมากกรมฯ จึงได้เข้าไปดูแลไม่ให้มีการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าและค่าบริการต่างๆที่จะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคโดยได้ส่งสายตรวจออกไปตรวจสอบตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมาและจะทำเข้มงวดตั้งแต่สัปดาห์นี้ไปจนถึงช่วงปีใหม่” ทั้งนี้กรมฯ ได้ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการมีการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าและบริการต่างๆให้ชัดเจน เพื่อเป็นข้อมูลให้กับผู้บริโภค หากไม่ปิดป้ายแสดงราคาจะมีโทษปรับ10,000บาท และหากมีการฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินความเป็นจริง จะมีโทษปรับ 140,000 บาทจำคุก 7 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับผลการตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าและค่าบริการต่างๆในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า ยังเป็นปกติ เพราะยังไม่ถึงวันที่คนเดินทางมากแต่สัปดาห์นี้จนถึงช่วงปีใหม่ ทั้งขาไปและขากลับเป็นสัปดาห์ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะจะมีคนเดินทางมาก กรมฯก็จะมีสายตรวจออกไปตรวจสอบอย่างต่อเนื่องโดยหากผู้บริโภคไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือถูกเอาเปรียบก็สามารถร้องเรียนมาได้ที่สายด่วน 1569 ซึ่งกรมฯ จะมีเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบให้และหากพบว่าผิดจริง ก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าและค่าบริการตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆที่ประชาชนนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่เพราะได้รับการร้องเรียนว่ามีปัญหาในเรื่องการปรับขึ้นราคามาโดยตลอดซึ่งได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษด้วยหากพบการกระทำผิดให้ดำเนินการตามกฎหมายทันที
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์ตรวจราคาสินค้าปีใหม่