นายสุรพงษ์ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทรถยนต์ต่างๆ ได้จัดโปรโมชั่นแรงที่สุดตั้งแต่ค่ายรถยนต์มีการจำหน่ายรถยนต์มา เพื่อกระตุ้นยอดขาย ซึ่ง หลายบริษัท โปรโมชั่นดีกว่า โครงการรถยนต์คันแรก ของรัฐบาลเนื่องจากยอดขายรถยนต์ภายในประเทศลดลง เพราะประชาชนชะลอการตัดสินใจซื้อรถยนต์ หลังได้รับผลกระทบทางอารมณ์จากปัญหาการเมือง โดยเชื่อว่า บริษัทรถยนต์ต่างๆ จะจัดโปรโมชั่นแรงที่สุด จนถึงกลางปีหน้า “ปกติช่วง 3เดือนสุดท้ายของปีจะเป็นฤดูการขายรถยนต์ แต่ปีนี้สถานการณ์ไม่ค่อยดีจะเห็นได้จากยอดจองในงานมอเตอร์โชว์ ที่ตั้งไว้ไว้ 50,000 คัน แต่ปรากฏว่ามียอดจองมาเพียง 40,000 คันเท่านั้น ไม่ใช่ประชาชนไม่มีกำลังซื้อแต่อาจจะชะลอการตัดสินใจซื้อ เพราะปัญหาการเมืองส่งผลต่ออารมณ์การตัดสินใจของประชาชน จึงทำให้ค่ายรถต่างๆ จัดโปรโมชั่น รุนแรงที่สุดตั้งแต่มีการขายรถยนต์มาแต่ก็เชื่อว่าภาคการผลิตกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้วหลังหมดมาตรการรถยนต์คันแรก” สำหรับจำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนพ.ย. มีทั้งสิ้น 182,818 คัน ต่ำสุดในรอบ 7 เดือน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่ 28.75% โดยรถยนต์นั่ง ผลิตได้ 75,669 ลดลง 32.69 % คิดเป็นจำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในรอบ 11เดือน (ม.ค.-พ.ย. 56) มีจำนวนทั้งสิ้น 2,298,193 คัน และเดือน ธ.ค.คาดว่า ยอดผลิตรถยนต์ จะอยู่ที่ประมาณ 183,130 คัน ส่งผลให้ทั้งปี 56 นี้ ยอดผลิตรถยนต์จะไม่ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ 2.55ล้านคัน ส่วนช่วงปี57 ตั้งเป้ายอดผลิตรถยนต์ที่ 2.55 ล้านคันเช่นกัน โดยยอดผลิต เพื่อจำหน่ายในประเทศจะอยู่ที่ประมาณ 1.3 ล้านคันส่วนที่เหลือส่งออกอีกประมาณ 1.2 ล้านคัน ซึ่งจะมีการส่งออกรถยนต์ ไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา และแคนนาดาเพิ่มขึ้นจากเดิมส่งออกในทวีปอเมริกาใต้ และตะวันออกกลาง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ค่ายรถอัดโปรโมชั่นถึงปีหน้า
เดือน: ธันวาคม 2013
-

ค่ายรถอัดโปรโมชั่นถึงปีหน้า
-

คาดธุรกิจความงามยังพุ่งแรงในปี 57
นายวชิร คูณทวีเทพผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจ 10อันดับธุรกิจเด่นว่า ในปี 57 ธุรกิจที่ความโดดเด่นมากที่สุดคือธุรกิจบริการทางการแพทย์และความงาม ซึ่งสามารถรักษาความโดดเด่นที่สุด 4ปีติดต่อกันนับตั้งแต่ปี 54 เป็นต้นมาเนื่องจากประชากรของประเทศไทยให้ความสำคัญเกี่ยวกับความสวย ความงามและการรักษาสุขภาพอย่างมากโดยเฉพาะคนชั้นกลางและคนในเมืองที่เพิ่มปริมาณอย่างต่อเนื่อง “ปัจจัยที่สนับสนุนให้ธุรกิจบริการทางการแพทย์ที่มีความโดดเด่นมาจากกระแสให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพและการดูแลความงาม,การบริการทางการแพทย์และความงามของไทยมีคุณภาพดีและราคาไม่แพงในสายตาของคน ทั่วโลก, ประเทศเพื่อนบ้านให้ความเชื่อมั่นกับประเทศไทยในการดูแลรักษา, พฤติกรรมในการดูแลผิวพรรคของผู้บริโภคและเทคโนโลยีการแพทย์ที่ทันสมัยขึ้น” ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อความโดดเด่นธุรกิจบริการทางการแพทย์และความงามคือ การขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญ, ปัญหาความไม่แน่นอนในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย, ความไม่มีมาตรฐานของสถานประกอบการบางแห่งจนทำให้ผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คาดธุรกิจความงามยังพุ่งแรงในปี 57 -

ดัชนีเชื่อมั่นเอกชนต่ำสุดรอบ 2 ปี
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ผลการสำรวจความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมไทย ในเดือน พ.ย. จำนวน 1,023 ราย ครอบคลุม 42 กลุ่มอุตสาหกรรม อยู่ที่ระดับ 90.3 ปรับตัวลดลงจากระดับ 92.8 ในเดือนต.ค. ซึ่งปรับลดลงต่ำสุดในรอบ2 ปี นับตั้งแต่เดือนพ.ย. 54 เนื่องจากผู้ประกอบการมีความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของเศรษฐกิจอย่างชัดเจน ทำให้กำลังซื้อโดยรวมของประเทศอ่อนแอลง เห็นได้จากดัชนียอดคำสั่งซื้อ และยอดขายโดยรวมที่ปรับตัวลดลง ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 101.4 ลดลงจากระดับ 102.4 ในเดือนต.ค. “ เมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา ส.อ.ท. ประเมินว่า สถานการณ์ไตรมาส 4 จะดีขึ้น จะทำให้ทั้งดัชนีความเชื่อมั่น และอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจดีขึ้น แต่เมื่อเหตุการณ์ทางการเมืองยืดเยื้อ เลยทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไป ถ้าไม่มีปัจจัยทางการเมือง เชื่อว่า ทุกอย่างจะดีขึ้นแน่นอน ซึ่งปัญหาจากสถานการณ์การเมืองที่ยืดเยื้อ มองว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ปีนี้ จะอยู่ที่ 2.5% น้อยกว่าที่หน่วยงานอื่นคาดการณ์ไว้ที่ 3% เนื่องจากช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากความไม่สงบทางการเมือง ดังนั้นช่วงที่เหลืออีก 1 เดือนสุดท้ายของปี อาจเรียกได้ว่า ลุ้นไม่ขึ้น โดยปัจจัยที่ทำให้ไม่ถึง 3% มาจากกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญคือรถยนต์ที่มียอดผลิตไม่ถึงเป้า ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้างก็มีค่าดัชนีเชื่อมั่นต่ำกว่า 100 เป็นเดือนแรก”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีเชื่อมั่นเอกชนต่ำสุดรอบ 2 ปี