ตลาดรถยนต์ปีมะเส็งที่ผ่านมาแทบจะเรียกได้ว่าเลหลังขายของกันเลยทีเดียว เพราะหันไปทางไหน โชว์รูมรถไม่ว่าค่ายใดก็ตาม ไม่มีใครที่จะไม่จัดรายการส่งเสริมการขาย ในคอนเซปต์ ลด แลก แจก แถม ซึ่งแคมเปญการตลาดเหล่านี้ ผู้บริหารที่คร่ำหวอดในวงการรถยนต์หลายคนเห็นพ้องต้องกันว่า รุนแรงที่สุดในรอบสิบ ๆ ปีที่ผ่านมา เพราะวงการรถยนต์ไม่เคยเฉือนเนื้อเถือกำไรกันขนาดนี้ ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ต่างเชื่อว่าสินค้ารถยนต์อย่างไรแล้วก็ขายได้ ไม่จำเป็นต้องสร้างแรงจูงใจในการซื้อมากมายนัก สาเหตุที่ทำให้เกิดความผิดพลาดอย่างมหันต์ จนทำให้กลไกการตลาดรถยนต์ผิดเพี้ยนไป สืบเนื่องจากโครงการส่งเสริมรถคันแรกที่ภาครัฐประกาศเมื่อปลายปี 54 ลดภาษีสูงสุดถึงคันละ 100,000 บาท บริษัทรถยนต์ก็ผสมโรง จูงใจผู้บริโภคด้วยการให้ใช้เงินจองไม่กี่พันบาท กระตุ้นให้ประชาชนซื้อหารถคันแรกไปใช้ได้อย่างง่ายดาย ผู้ประกอบการรถยนต์ ต่างกระหยิ่มยิ้มย่อง สั่งเดินหน้าผลิตรถตามออร์เดอร์ เพิ่มกะ ระดมการผลิตรถให้ได้มากที่สุด เพื่อจะได้ส่งมอบรถแก่ลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และกอบโกยยอดขายให้ได้มากที่สุด แต่คำสั่งซื้อเหล่านั้นเริ่มออกฤทธิ์ เป็นพิษ มีลูกค้าถอนจอง หรือขอเลื่อนเวลาออกไปอย่างไม่มีกำหนด ระยะแรกที่ประสบเหตุการณ์เหล่านี้ยังนอนใจ ไม่นานลูกค้าต้องมารับรถอย่างแน่นอน ดังนั้นจึงมีคำสั่งจองถาโถมเข้ามาจำนวนมหาศาลหากเอายอดจองของทุกค่ายรถยนต์ที่เข้าข่ายโครงการรถคันแรกมารวมกันทะลุเกินหลักล้านคัน หากแต่ดึงกำลังซื้อจากอนาคตออกมา ในจำนวนนี้ผู้บริโภคส่วนหนึ่งสามารถซื้อได้จริง แต่อีกเกินกว่าครึ่งยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะมีศักยภาพในการดาวน์ หรือผ่อนชำระได้หรือไม่ ในกลุ่มหลังนี้เป็นพวกอินเทรนด์ ขอมีส่วนร่วม จองไว้ก่อน เพื่อป้องกันการเสียสิทธิ…! หลังจากนั้นไม่นาน ค่ายรถยนต์ต่างก็ยอมรับความจริงว่ามีคนทิ้งใบจองจำนวนไม่น้อย ทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้แจ้งตัวเลขล่าสุดประมาณ 130,000 ใบจอง และยังมีที่เลื่อนรับรถออกไปอีกจำนวนมาก ก่อนหน้านี้ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องประเมินว่าทั้ง 2 กลุ่มนี้หากมองภาพลบที่สุดรวมกันประมาณ 300,000 คัน ส่วนภาคราชการที่ดูแลรับผิดชอบโครงการมองโลกในแง่ดีกว่านั้นคาดว่าจะอยู่ที่ 120,000 คัน ถ้าเป็นคนกลางขอจับหาร 2 เบา ๆ ก็คาดว่าจะประมาณที่ 200,000 คัน ซึ่งจำนวนเท่านี้วงการก็สั่นสะเทือนแล้ว ผลกระทบจากกลไกตลาดรถยนต์ที่ผิดเพี้ยนไป เริ่มเห็นเมื่อเข้าสู่ไตรมาสที่ 2 ของปี 56 ค่ายรถยนต์ที่มีสต๊อกรถคงค้าง จำนวนมากเริ่มเกลี่ยรถไปสู่ตัวแทนจำหน่าย หากสั่งรุ่นขายดี ก็ต้องพ่วงรุ่นที่มีสต๊อกเยอะไปด้วย ส่วนที่สั่งรถในโครงการรถคันแรกก็ต้องรับรถกลุ่มนั้นไปด้วยเช่นกัน โดน 2 เด้ง ดีลเลอร์ ก็แบกรับภาระดอกเบี้ย และยังต้องหาสถานที่จอดรถรองรับ พร้อมกันนั้นก็เปิดแคมเปญ ลด แลก แจก แถม ล่าสุดบางค่ายรถยนต์ให้ส่วนลดเงินสดถึง 200,000 บาท แถมประกันภัยชั้นหนึ่ง เอารถเก่ามาแลกซื้อรถใหม่ปรับราคาขายให้อีก ชิงโชค รวมไปถึงอื่น ๆ อีกมากมาย เหมือนโชค 2 ชั้นของผู้บริโภค ยังมีรถรุ่นเก่าที่ต้องการเคลียร์ให้หมดรุ่น เพื่อเปิดตัวรถรุ่นใหม่ ได้เข้าร่วมแคมเปญเช่นเดียวกัน จากรายการส่งเสริมการขายที่รุนแรง และต่อเนื่องถึงปลายปีส่งผลให้ผู้ประกอบการค่ายรถยนต์ และดีลเลอร์กำไรหด หรือบางรายก็เสมอตัว ส่วนจะมาก หรือจะน้อย ก็ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการต้นทุน เชื่อได้ว่าธุรกิจรถยนต์ ไม่มีใครหายใจได้คล่อง แต่งานนี้ผู้บริโภคมีแต่ได้กับได้ หากตัดสินใจซื้อรถตั้งแต่ปี 56 อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปี 55-56 อู้ฟู่กว่าปีไหน ๆ ยอดการผลิตรถยนต์ 2.4-2.5 ล้านคัน ตามลำดับ ส่วนยอดขายในประเทศปี 55 ทะลุ 1.43 ล้านคัน ปี 56 อยู่ที่ 1.3-1.32 ล้านคัน จากยอดผลิตและยอดขายที่ก้าวกระโดดตัวเลขโชว์ปริมาณ ทำให้ไทยได้หน้า แต่เนื้อในมีความเจ็บปวดร้าวลึก ทั้งในส่วนของค่ายรถยนต์ ดีลเลอร์ ที่ต้องเฉือนเนื้อ การขยายธุรกิจชะลอตัวลงอีกไม่น้อยกว่า 1 ปี นอกจากนี้ยังมีส่วนที่เกี่ยวเนื่องไปถึงสถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อรถคันแรกต้องมาจับตาดูว่าจากนี้ไปหนี้เสีย หนี้สูญ จะปูดออกมาเมื่อใด ตลาดรถยนต์มือสองที่มีขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 1,500 ซีซี พลอยฟ้าพลอยฝนราคาร่วงแบบไม่เป็นท่า แถมยังขายไม่ออก ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นแผลที่ยังไม่ตกสะเก็ด ส่วนปี 57 คาดว่ายอดขายจะลดลงมาอยู่ที่ 1.2 ล้านคัน หรือลดลงเกือบ ๆ 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ถือว่าเป็นจำนวนไม่มากนัก เพราะยอดขายเกินหลักล้านคัน ยังอยู่ในภาวะที่รับได้ หากเปรียบเทียบกับยอดรวมปีก่อนที่มียอดขายหลักแสนคันเท่านั้น ตลาดยานยนต์ไทยยังมีอัตราการเติบโตขึ้นในทิศทางที่ดี ขณะเดียวกันกูรูวงการยานยนต์หลายราย รวมไปถึงบรรดาผู้บริหารระดับสูงของค่ายรถยนต์ ต่างมีความเห็นเป็นไปในทิศทางเดียวกันโดยเชื่อว่าคงไม่มีผู้ประกอบการรายใด จะอัดงบประมาณลงไปในแคมเปญการตลาดได้รุนแรง และยาวนาน ไม่ได้หมายความว่าแคมเปญการตลาดเดิมที่ทำ 100% จะหายวับไปในพริบตา แต่จะค่อย ๆ ลดความรุนแรงลงทีละเล็ก ทีละน้อยคาดว่าเข้าสู่ไตรมาส 3 ของปีมะเมีย ตลาดจะกลับสู่ภาวะปกติ หรือใกล้เคียงกับปกติ ถึงเวลาที่ตลาดรถยนต์จะขับเคลื่อนไปตามกลไกอย่างแท้จริงแล้ว แต่อาจทำให้เป้าหมายการผลิตไม่พุ่งพรวด จะเป็นการเติบโต อย่างแข็งแรง ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ออกสู่ตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน ส่วนการขายในประเทศนั้นยังมีอัตราการขยายตัวต่อไปได้ เพราะผู้บริโภคคนไทยยังมีความต้องการใช้ และปริมาณการครอบครองรถยังมีสัดส่วนจำนวนน้อย หากเป็นเช่นนี้ไม่จำเป็นต้องมาตามแก้ปัญหาที่เกิดจากนโยบายประชานิยม แต่ปัญหาได้เกิดขึ้นเสียแล้ว ดังนั้นในอนาคตไม่รู้ว่าจะสางปัญหาให้จบสิ้นได้เมื่อใด… เนตรนภางค์ บุญนายืน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เทกระจาดรถคันแรก แห่ซื้อ รับของแถม จับตาตาม..แก้ปัญหา ‘นโยบายประชานิยม’
เดือน: มกราคม 2014
-

เทกระจาดรถคันแรก แห่ซื้อ รับของแถม จับตาตาม..แก้ปัญหา ‘นโยบายประชานิยม’
-

เที่ยววันเด็กบนถนนสายวิทยาศาสตร์
บริเวณถนนโยธีและถนนพระรามที่หก เป็นที่ตั้งของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์หลายหน่วยงาน เช่น สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กรมวิทยาศาสตร์บริการ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ พิพิธภัณฑ์แร่-หิน และไดโนเสาร์ไทย กรมทรัพยากรธรณี รวมถึงคณะวิทยา ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งหน่วยงานต่าง ๆ ดังกล่าวได้มีความเห็นร่วมกันที่จะทำให้บริเวณนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับประชาชนและเยาวชนทั่วไป นับตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา จึงได้มีการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ กิจกรรม “ถนนสายวิทยาศาสตร์” ต้อนรับวันเด็กแห่งชาติ ซึ่งจัดเป็นประจำทุกปีมาแล้วถึง 7 ครั้ง และในปีนี้ก็เช่นกัน หน่วยงานต่าง ๆในกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ รวมถึงกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กรมทรัพยากรธรณี และคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมใจกันจัดงาน “ถนนสายวิทยาศาสตร์ รับวันเด็กแห่งชาติ ปี 2557” รวมความสนุกและสาระความรู้ไว้ใน 51 สถานี กว่า 100 กิจกรรมและด้วยปีนี้ เนื่องจากองค์การสหประชาชาติประกาศให้เป็นปีแห่งผลึกศาสตร์สากล และปีสากลแห่งเกษตรกรรมแบบครอบครัว เพื่อร่วมฉลองปีสากลทั้งสองนี้ นายสาคร ชนะไพฑูรย์ รองผู้อำนวยการและรักษาการผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) บอกว่า การจัดสถานีทดลองต่าง ๆ จะมีหลากหลายกิจกรรมที่เกี่ยวกับผลึกและเกษตรกรรม อาทิ นิทรรศการโลกสวยด้วยผลึก มีการทดลองสร้างผลึกด้วยตัวเองและนำกลับไปเลี้ยงต่อเองที่บ้าน นิทรรศการศิลปะเกษตรอินทรีย์ เกษตรน้อยนักประดิษฐ์ ให้น้อง ๆ ทดลองปลูกพืชผักสวนครัว พร้อมนำเมล็ดพันธุ์หรือต้นกล้าทดลองปลูกลงในกระถางและสามารถนำกลับไปปลูกต่อที่บ้านได้ รวมทั้งยังมีกิจกรรมสถานีการทดลอง การเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ในทุก ๆ ด้าน ทั้งชีว วิทยา เคมี ฟิสิกส์ ดาราศาสตร์ ความรู้พื้นฐาน รวมถึงคณิตศาสตร์ ส่วนกรมทรัพยากรธรณี ได้จัดแสดงไดโนเสาร์ พร้อมกิจกรรมความบันเทิงหลากหลาย และคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมจัดงานในวันที่ 11 มกราคม โดยจัดกิจกรรม 12 สถานี อาทิ รวมพลังยอดมนุษย์ เรื่องเล่าจากร่างกาย หนูน้อยนักคิด และหนูไข่ไขคดี ผู้ที่สนใจสามารถมาเที่ยวชมงานถนนสายวิทยาศาสตร์ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ถนนพระรามที่ 6 ได้ตั้งแต่วันที่ 9-11 มกราคม 2557 เปิดให้เที่ยวชมฟรี ตั้งแต่ 09.00-17.00 น. นอกจากนี้ ในวันที่ 11 มกราคม 2557 นั้น ยังจัดกิจกรรมการเรียนรู้ฉลองวันเด็กแห่งชาติ อีก 2 แห่ง คือที่ อพวช. คลองห้า ปทุมธานี และจัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. จามจุรีสแควร์ เรียกว่าสนุก ได้ความรู้ แถมเที่ยวได้ทั้งครอบครัวอีกด้วย.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เที่ยววันเด็กบนถนนสายวิทยาศาสตร์ -

ศูนย์เตือนภัยฯชี้ เหนือ-อีสานร้อนสลับหนาว
ศูนย์เตือนภัยฯ ชี้เดือน ม.ค.นี้ ภาคเหนือ-อีสาน ยังคงเป็นช่วงบูมของนักท่องเที่ยว อุณหภูุมิจะเพิ่มขึ้น 2 องศา แล้วสลับกลับมาหนาวอีกทั้งเดือน การจราจรอาจเจอกับหมอกควันในช่วงเช้า แนะตรวจสอบเส้นทางก่อนเดินทาง น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาทั้งเดือนของเดือนมกราคม 2557 นี้ อุณหภูมิของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะเพิ่มขึ้นประมาณ 1-2 องศา จากปกติในพื้นที่แนวราบอยู่ที่ 14 องศา ก็จะขึ้นมาที่ 16-17 องศา เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้ยังถือเป็นช่วงที่น่าท่องเที่ยวอยู่ โดยทั้งเดือนอากาศจะกลับมาหนาวและร้อนสลับกันตลอดระยะเวลาทั้งเดือน ทั้งนี้ จึงอยากเตือนนักท่องเที่ยวที่ยังคงเดินทางท่องเที่ยวภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้ระมัดระวังการจราจรโดยเฉพาะการเดินทางในช่วงเช้า เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นและไม่นิ่งจะทำให้เกิดหมอกควันหนา ทำให้การมองเห็นเป็นไปด้วยความลำบาก “เดือนนี้ทั้งเดือนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังถือเป็นช่วงที่น่าท่องเที่ยวอยู่ อุณหภูมิจะเพิ่มขึ้นประมาณ 2 องศา และจะลดลงสลับกันไป ดังนั้น นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบเส้นทางการจราจร หากต้องเดินทางในช่วงเช้าก็ควรระมัดระวังหมอกควันเป็นพิเศษด้วย” น.อ.สมศักดิ์ กล่าว.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ศูนย์เตือนภัยฯชี้ เหนือ-อีสานร้อนสลับหนาว