เดือน: มกราคม 2014

  • 10 สุดยอดธุรกิจนวัตกรรม ปี 56

    10 สุดยอดธุรกิจนวัตกรรม ปี 56

    เพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมในรูปแบบของธุรกิจใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง ปลายปี 2556 ที่ผ่านมา สนช.หรือสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) จึงจัดการประกาศผล “10 สุดยอดธุรกิจนวัตกรรม ประจำปี 2556” ซึ่งเป็นการจัดลำดับโครงการนวัตกรรมที่ สนช.ให้การสนับสนุน และมีความโดดเด่นทั้งด้านความใหม่ ด้านเทคโนโลยี และด้านการตลาด โดยเป็นโครงการนวัตกรรมที่สังคมให้ความสนใจ นายศุภชัย หล่อโลหการ ผู้อำนวยการ สนช. บอกว่า สนช.จัดประกาศผล “10 สุดยอดธุรกิจนวัตกรรม” อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 เพื่อเป็นตัวอย่างในการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมของภาคเอกชน และแสดงแนวโน้มของธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพในประเทศไทย ทั้งนี้ที่ผ่านมา สนช.ให้การสนับสนุนโครงการนวัตกรรมไปแล้ว 933 โครงการ วงเงินสนับสนุนรวม 811.95 ล้านบาท ก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 15,698.72 ล้านบาท สำหรับปี 2556 ที่ผ่านมา สนช. ได้คัดเลือกผลงาน 10 สุดยอดธุรกิจนวัตกรรม โดยอันดับหนึ่ง คือ “คูลแคป” สมุนไพรลดไข้จากบอระเพ็ด ของ บริษัท ซี.เอ.พี.พี. กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นนวัตกรรมในการผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลดไข้ นางตลับเพชร หวังพลาย รองกรรมการผู้จัดการ ของ ซี.เอ.พี.พี. กรุ๊ป บอกว่า เนื่องจากกระแสความนิยมของทั่วโลกหันมาสนใจรณรงค์ใช้สมุนไพรทดแทนสารเคมีมากขึ้น ทีมวิจัยจึงนำเอาสมุนไพรไทยที่เป็นยาตำรับอย่างบอระเพ็ดซึ่งมีสรรพคุณในการลดไข้ ร่วมกับการออกฤทธิ์ทางชีวภาพของสมุนไพรชนิดต่าง ๆ เช่น โกศ น้ำเต้า และส้มซ่า มาต่อยอดพัฒนาด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานและควบคุมคุณภาพของสารสกัดด้วยเทคนิคการใช้ความร้อนสูงภายในระยะเวลาสั้น ๆ ทำให้ยังคงประสิทธิภาพในการลดไข้ในผู้ป่วยที่เพิ่งมีอาการไข้เบื้องต้น ทดแทนยาพาราเซตามอล และลดอาการข้างเคียงของการใช้ยาเคมีได้ แต่ยังไม่สามารถลดไข้จากการติดเชื้อได้ นางตลับเพชร บอกว่า นวัตกรรมดังกล่าวได้ทำวิจัยมาปีกว่า ผ่าน อย. เรียบร้อย และได้วางตลาดแล้วเมื่อกลางปีที่แล้ว ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี สำหรับธุรกิจนวัตกรรมอันดับสอง คือ “เซนส์” อุปกรณ์สื่อสารทางสายตาสำหรับผู้ป่วยอัมพาต ของบริษัท เมดิเทค โซลูชั่น จำกัด ซึ่งเป็นนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ชุดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่รับคำสั่งการควบคุมเมาส์ด้วยสายตา เจ้าของนวัตกรรม บอกว่า อุปกรณ์ดังกล่าวใช้การตรวจจับการกะพริบตาด้วยหลักการมอร์โฟโลยี ในการตรวจจับหาตำแหน่งตาดำเพื่อวิเคราะห์ตรวจจับพฤติกรรมการกะพริบตาของผู้ใช้งานในการป้อนคำสั่งผ่านตัวอุปกรณ์ เพื่อให้ผู้ป่วยอัมพาต และผู้ป่วยโรคเอแอลเอส ที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวส่วนอื่นของร่างกายนอกจากตาได้ให้สามารถสื่อสารกับบุคคลรอบข้างผ่านอุปกรณ์นี้ได้ ส่วนอันดับสามคือ “บิ๊กเบา” รถขนส่งตู้คอนเทเนอร์น้ำหนักเบาเชิงพาณิชย์ ของบริษัท ช.ทวี ดอลลาเซียน จำกัด ซึ่งเป็นนวัตกรรมรถขนส่งอาหารสำหรับเครื่องบินแอร์บัส A380 มีการออกแบบโครงสร้างที่ใช้วัสดุเหล็กกล้าเกรดที่มีความแข็งแรงสูงและมีน้ำหนักเบา สามารถปรับระดับความสูงของโครงสร้างได้สูงสุดถึง 9 เมตร ประยุกต์ใช้ระบบควบคุมอัตโนมัติในการควบคุมช่องส่งอาหารแบบ 6 ทิศทาง ช่วยเพิ่มความสะดวกและลดเวลาปฏิบัติงานเหลือเพียง 2 ชั่วโมง ที่สำคัญนวัตกรรมนี้สามารถช่วยลดการนำเข้ารถขนส่งอาหารและอุปกรณ์จากต่างประเทศได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 200 ล้านบาททีเดียว ด้านธุรกิจนวัตกรรมอันดับสี่ คือ “สไมล์ฟิต” แผ่นรองเท้าเพื่อสุขภาพ ของห้างหุ้นส่วนจำกัด เฮลท์ อินโนเวชั่น แอนด์ ดีไซน์ นวัตกรรมที่ช่วยให้ผู้เจ็บเท้าและส้นเท้ามีอาการดีขึ้นและรับประทานยาน้อยลง เนื่องจากแผ่นรองเท้านี้จะช่วยกระจายแรงกด และออกแบบตามสรีระด้วยทีมแพทย์และวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ มีโค้งเว้าที่รับกับเท้าของทุกคนและใช้เทคโนโลยีวัสดุที่เพิ่มความยืดหยุ่นรองรับการกดกระแทกทั้งขณะเดิน วิ่งและออกกำลังกาย สำหรับ “คูเน่” ผงปรุงรสจากหอมหัวใหญ่ ได้รับคัดเลือกเป็นธุรกิจนวัตกรรมอันดับห้า โดยเป็นผลงานของบริษัท ปกธนพัฒน์ จำกัด ที่พัฒนาขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องปรุงรสชนิดผงจากธรรมชาติ ทดแทนการใช้สารโมโนโซเดียม กลูตาเมต อันดับหกคือ “เฮมพ์ไทย” พรมรองพื้นรถยนต์จากเส้นใยกัญชง ของ บริษัท ดีดี เนเจอร์ คราฟ จำกัด ผลงานนี้เป็นการใช้เทคโนโลยีการผลิตยางธรรมชาติเสริมแรงด้วยกัญชง โดยพัฒนายางพาราให้สามารถแทรกตัวและเชื่อมประสานกับผ้าทอจากกัญชง เมื่อนำมาทำเป็นพรมรองพื้นในรถยนต์ จะมีคุณสมบัติในการลดการเกิดไฟฟ้าสถิตและลดกลิ่นภายในรถได้อีกด้วย อันดับเจ็ดคือ“ซูกาเวีย” สารให้ความหวานจากธรรมชาติ ของบริษัท ซูกาเวีย จํากัด ซึ่งเป็นการนำเอาหญ้าหวานมาผ่านกระบวน การสกัดด้วยน้ำร้อนผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์โดยใช้เรซินดูดซับสารสำคัญและทำการชะล้างสารสำคัญออกจากเรซินด้วยตัวทำละลาย ทำให้ได้สามารถผลิตสารสกัดสติวิออลไกลโคไซด์ที่มีความเข้มข้นสูงใช้ทดแทนน้ำตาลและสารสังเคราะห์ ส่วนอันดับแปดคือ “ฟิอูเม่” อ่างอาบน้ำสำหรับผู้สูงอายุ ของบริษัท บาธรูม ดีไซน์ จำกัด ซึ่งติดตั้งและใช้งานง่าย อันดับเก้า คือ “สไปโรไจร่า ไบโอมาส์ก” เวชสำอางอินทรีย์จากสาหร่ายเทา ของ บริษัท สมาร์ทไลฟ์ พลัส จํากัด ที่พัฒนาให้มีความยืดหยุ่นสูง ไม่ก่อให้เกิดการแพ้และใช้สารที่มีความปลอดภัยตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ และอันดับสิบ คือ “สกรีนอีซ” ชุดตรวจสอบอะฟลาทอกซิน ของ บริษัท สยามอินเตอร์ควอลิตี้ จํากัด นวัตกรรมที่ช่วยให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและอาหารสัตว์สามารถตรวจสอบอะฟลาทอกซินที่ปนเปื้อนในผลผลิตทางการเกษตรได้มากขึ้น ลดการนำเข้าชุดตรวจราคาแพงจากต่างประเทศและทำให้ผู้บริโภคอย่างเรา ๆ ปลอดภัยในการบริโภคอาหารมากขึ้นอีกด้วย เห็นความหลากหลายของนวัตกรรมที่ได้รับความสนใจในปีที่ผ่านมาแล้ว เชื่อว่า… นี่คือสัญญาณที่ดีในการตอบรับกับคำว่า “นวัต กรรม”ของคนไทย ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ของการแข่งขันในยุคที่ทุกอย่างกำลังจะเปิดเสรี. นาตยา คชินทร nattayap.k@gmail.com

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : 10 สุดยอดธุรกิจนวัตกรรม ปี 56

  • แนวโน้มความปลอดภัยโลกไซเบอร์ปี 2557

    แนวโน้มความปลอดภัยโลกไซเบอร์ปี 2557

    เทรนด์ไมโคร เปิดเผยรายงานประจำปีเกี่ยวกับการคาดการณ์ด้านความปลอดภัยภายใต้ชื่อ “Blurring Boundaries: Trend Micro Security Predictions for 2014 and Beyond” โดยระบุว่า ในปีหน้าจะเกิดการละเมิดข้อมูลครั้งใหญ่ทุกเดือน และการโจมตีแบบมีเป้าหมายรวมถึงการโจมตีระบบธนาคารผ่านมือถือจะเพิ่มจำนวนมากขึ้น ขณะที่ภัยคุกคามโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญและปัญหาใหม่ ๆ จะเริ่มต้นจากแนวโน้มที่เรียกว่า Internet of Everything (IoE) หรือ “อินเทอร์เน็ตคือทุกสิ่ง” และ Deep Web หรือเว็บล่องหน (เว็บที่ไม่สามารถค้นพบด้วยเครื่องมือค้นหาเนื่องจากไม่ได้ถูกจัดทำดัชนีไว้ ) รายงานฉบับดังกล่าวยังให้ข้อมูลที่สอดคล้องกับการคาดการณ์ระยะยาวของบริษัท เทรนด์ไมโคร ที่นำเสนอในรูปของวิดีโอออนไลน์ความยาวเก้าตอนที่เพิ่งได้รับการเผยแพร่ไปเมื่อเร็ว ๆ นี้เรื่อง “2020: The Series” ซึ่งพูดถึงสังคมที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีและภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก นายไรมันด์ จีนส์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (ซีทีโอ) บริษัท เทรนด์ไมโคร กล่าวว่า พบว่าภัยคุกคามที่มีความซับซ้อนกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว และแน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบต่อบุคคล องค์กรธุรกิจ และหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ ซึ่งภัยคุกคามดังกล่าวนั้นครอบคลุมช่องโหว่ของระบบธนาคารผ่านมือถือและการโจมตีแบบมีเป้าหมาย ไปจนถึงความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวที่กำลังเพิ่มจำนวนมากขึ้น และโอกาสที่จะเกิดการละเมิดข้อมูลครั้งใหญ่ในทุกเดือน โดยในปี 2557 ถือได้ว่าเป็นปีทองของอาชญากรรมไซเบอร์ก็ว่าได้ และเรายังเห็นวิวัฒนาการของ loE ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอย่างมากของทศวรรษนี้ด้วย” การคาดการณ์ที่สำคัญในปี 2557 แอพแอนดรอยด์ที่เป็นอันตราย และมีความเสี่ยงสูงจะมีจำนวนสูงถึง 3 ล้านแอพระบบธนาคารผ่านอุปกรณ์มือถือจะตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้การตรวจสอบสองชั้นอาจไม่เพียงพออีกต่อไป อาชญากรไซเบอร์จะใช้วิธีการโจมตีแบบมีเป้าหมายมากขึ้น เช่น พุ่งเป้าไปที่การวิจัยแบบโอเพ่นซอร์ส และฟิชชิ่งที่สามารถปรับแต่งได้ตามต้องการอุปกรณ์มือถือจะตกเป็นเป้าหมายเพิ่มขึ้นจากภัยคุกคามขั้นสูง ซึ่งรวมถึงการโจมตีที่เรียกว่า ClickJacking (การขโมยคลิกคือ การหลอกให้ผู้ใช้คลิกลิงก์บนเว็บเพื่อให้ผู้ที่ไม่หวังดีสามารถผ่านเข้าไปควบคุมการทำงานในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเหยื่อได้) และการโจมตีที่เรียกว่า Watering Hole (การโจมตีเว็บไซต์ที่คาดว่าจะมีผู้ใช้งานจำนวนมากเข้ามาใช้บริการ เช่น โจมตีเว็บไซต์ซื้อของขวัญในช่วงเทศกาลปีใหม่) การยุติการสนับสนุนซอฟต์แวร์ยอดนิยมเช่น Java 6 และ Windows XP จะเปิดช่องให้พีซีนับล้านเครื่องถูกโจมตีความไว้วางใจของสาธารณะ ทำให้รัฐอาจใช้ประโยชน์จากความไว้วางใจ ดังกล่าวในการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของประชาชน ส่งผลให้เกิดความพยายามในหลากหลายลักษณะที่จะพิทักษ์สิทธิความเป็นส่วนตัวของตนDeep Web จะยังคงสร้างความลำบากให้กับเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย ในการจัดการกับอาชญากรรมไซเบอร์ที่กำลังแพร่หลายอย่างต่อเนื่องนอกจากนี้ รายงานดังกล่าวยังให้ความสำคัญกับการถือกำเนิดของ IoE ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญในการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีส่วนบุคคล เช่น เทคโนโลยีแบบสวมใส่ได้ ได้แก่ นาฬิกา และแว่นตา จึงเป็นไปได้อย่างมากที่อาชญากรรมไซเบอร์จะเริ่มคุกคามข้อมูลประจำตัวเมื่อเทคโนโลยีในลักษณะดังกล่าวเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แนวโน้มความปลอดภัยโลกไซเบอร์ปี 2557

  • เลอโนโวแนะ 10 วิธีสอนลูกใช้เทคโนโลยีถูกวิธี

    เลอโนโวแนะ 10 วิธีสอนลูกใช้เทคโนโลยีถูกวิธี

    เทคโนโลยีหากใช้อย่างถูกวิธีก็จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้สร้างโอกาสและทักษะในการสื่อสารกับโลกภายนอก ทั้งยังช่วยสร้างความบันเทิง  เลอโนโวให้ความสำคัญในการใช้เทคโนโลยีอย่างถูกวิธีในเด็กจึงได้ศึกษาและจัดทำ10 วิธีแนะแนวผู้ปกครองในการแนะนำให้ลูกหลานใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัย 1.เลือกผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาให้ถูกหลักสรีระศาสตร์  2.ดูแลและป้องกันฮาร์ดแวร์ของคุณ  3.ลงโปรแกรมในการป้องกันไวรัสให้กับซอฟแวร์ช่วยป้องกันคอมพิวเตอร์จากซอฟแวร์ที่เป็นอันตรายหรือจากการเชื่อมต่อกับเครื่องอุปกรณ์อื่นหรือแม้กระทั้งจากการติดตั้งแอพพลิเคชั่นลงตัวเครื่องได้ 4.ตั้งรหัสป้องกันการเข้าถึงอุปกรณ์ของคุณ  สามารถตั้งค่าเพื่อป้องกันไม่ให้มีการสั่งซื้อภายในแอพพลิเคชั่นได้การตั้งค่ารหัสผ่านหรือตั้งรหัส Pin เพื่อเป็นการจำกัดการซื้อสินค้าในแอพพลิเคชั่นหรือแม้กระทั่งจำกัดการติดตั้งแอพพลิเคชั่นลงในตัวเครื่อง จะช่วยหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่ไม่พึงประสงค์  ควรหาโอการที่จะพูดคุยสื่อสารกับเด็กๆที่บ้านให้พวกเขาได้รู้สึกว่าพ่อแม่ก็เป็นส่วนหนึ่งของโลกออนไลน์ของเขาเช่นกัน 5.เชื่อมความสัมพันธ์ผ่านเทคโนโลยี     6.ปกป้องเด็กๆจากเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม  7.ตั้งกฎกติกาภายในบ้าน ออกแบบพื้นที่ในบ้านของคุณ อาทิห้องรับประทานอาหาร และห้องนอนให้เป็นพื้นที่ปลอดการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีเพื่อให้พื้นที่ดังกล่าวใช้สำหรับการพูดคุยและรับประทานอาหารระหว่างสมาชิกในครอบครัวได้อย่างเต็มที่นอกจากนี้ผู้ปกครองยังต้องมั่นใจได้ว่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของลูกๆอยู่ภายใต้การควบคุมและเด็กๆจะไม่นำเอาอุปกรณ์ต่างๆมาใช้อ่าน e-book ในเวลานอน 8. ควบคุมการใช้แสงในระดับที่เหมาะสม  จะช่วยลดอาการปวดตาจากการใช้งานได้  9. จัดสรรเวลาพัก  ด้วยกฎในการใช้งานแบบง่ายๆ 20-20-20นั่นก็คือ ทุกๆ 20 นาทีควรพักสายตาจากหน้าจอ เป็นเวลา 20 วินาทีและให้เด็กๆมองสิ่งต่างๆที่ห่างไกลออกไป 20 ฟุต   สุดท้าย 10.จำไว้ว่าคุณคือ พ่อ แม่  จากผลสำรวจล่าสุด พบว่า มีพ่อแม่ ถึง41% ใช้แท็บเล็ตในการดึงดูดความสนใจของเด็กๆไม่ให้ก่อกวนในร้านอาหาร   ในการรับมือในการเลี้ยงเด็กที่ซนนั้นคุณพ่อคุณแม่ไม่ควรคิดว่าเทคโนโลยีคือวิธีในการแก้ปัญหาในการเลี้ยงเด็ก แต่เทคโนโลยีคือเครื่องมือที่จะช่วยสอนและทำให้เด็กๆได้เรียนรู้ตามพัฒนาการแต่ละระดับของพวกเขา

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เลอโนโวแนะ 10 วิธีสอนลูกใช้เทคโนโลยีถูกวิธี