ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (15ม.ค.) ดัชนียังคงแกว่งตัวผันผวน และอ่อนตัวในแดนลบสวนทางตลาดหุ้นต่างประเทศที่ส่วนใหญ่ปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากยังได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์การเมืองในประเทศเป็นหลักจากการที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้เคลื่อนขบวนไปปิดล้อมหน่วยงานราชการต่างๆ แม้ในวันนี้นายกรัฐมนตรีจะมีการหารือกับฝ่ายต่าง ๆเพื่อเลื่อนการเลือกตั้งออกไป แต่นักลงทุนคาดว่าแม้มีการเลื่อนเลือกตั้งจริง แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็ยังไม่จบ ประกอบกับเมื่อวานนี้นักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมาเทขายในตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง จึงส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาการลงทุน ทำให้หุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าที่ 1,292.04 จุด ลดลง 3.83 จุด หรือ 0.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 16,917.29 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยภาคเช้าวันที่ 15 มกราคม 2557 ปิดลบ 3.83 จุด
เดือน: มกราคม 2014
-

หุ้นไทยภาคเช้าวันที่ 15 มกราคม 2557 ปิดลบ 3.83 จุด
-

กลุ่มสามารถ เล็งขายมือถือดูทีวีดิจิทัล
“วัฒน์ชัย” ไม่หวั่น ชัตดาวน์ กทม. ชี้ มีแผนรับความเสี่ยงตลอดเวลา ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 3 หมื่นล้านบาท ฟันกำไรกว่า 2 พันล้านบาท ชู กลุ่มธุรกิจขายมือถือ-กล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล เป็นพระเอก เล็งทำมือถือดูทีวีดิจิทัลออกขายปลายปีนี้ นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) เล่าว่า ด้วยเทรนด์การใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยเฉพาะสมาร์ทโฟน ที่มีเพิ่มขึ้น และ 3จี 4 จี มีการเปลี่ยนแปลง จากการแข่งขันของค่ายมือถือทั้ง 3 ราย ที่มีการขยายโครงข่ายและแข่งขันที่รุนแรง จะเห็นได้ว่าการแข่งขันมีอยู่ตลอดเวลา จะเห็นได้จาก สมัยก่อน ค่ายมือถือไม่ขายโทรศัพท์แต่ปัจจุบัน ต่างให้ความสำคัญโดยการขายเครื่องโทรศัพท์มือถือร่วมกับโปรโมชั่น ต่างจากโทรศัพท์ค่ายใหญ่ อย่าง โนเกีย และ แบล็คเบอร์รี่ ที่ไม่มีการปรับตัวกับเทคโนโลยีข้างหน้า ทำให้กลายเป็นบริษัทที่ติดหล่มจนในที่สุด นายวัฒน์ชัย เล่าว่า กลุ่มสามารถได้ตั้งเป้ารายได้ปี 57 ไว้กว่า 3 หมื่นล้านบาท หรือโต 30% จากปี 56 ที่มีรายได้ราว 23,000 ล้านบาท ส่วนกำไรปี 57 คาดจะมีกำไรมากกว่า 2 พันล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 100% จากปีที่ผ่านมา ที่มีกำไรอยู่ที่ 1 พันล้านบาท ส่วนการลงทุนปีนี้ จะลงทุนเพิ่มเติม 2-3 พันล้าน จะลงทุนหลักๆ บริษัทในเครือ ประกอบด้วย บริษัท สามารถ เทคคอม จำกัด(มหาชน) หรือ แซมเทล ที่อยู่ในกลุ่มสามารถ ซึ่งจะดำเนินงานด้านระบบโครงข่าย และ บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด(มหาชน) ที่จะมีการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อรองรับการใช้งานของลูกค้าอยู่เสมอ สำหรับ ปัจจัยหลักในการสร้างรายได้ให้กลุ่มสามารถในปีนี้ มาจากการขายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของ ไอ-โมบาย ที่ตั้งเป้ารวม 4 ล้านเครื่อง แบ่งเป็นสมาร์ทโฟน 70% ที่สร้างรายได้ ราว 13,000 ล้านบาท ปลายปีนี้ ไอ-โมบาย จะออกสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่รับชมทีวีดิจิทัลบนโทรศัพท์มือถือโดยไม่ต้องเชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ตด้วย สำหรับธุรกิจที่คาดว่าจะช่วยหนุนรายได้ให้เติบโตตามเป้าอีกกลุ่มคือ การจำหน่ายกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล และเสาอากาศทั้งในและนอกตัวอาคาร ที่ตั้งเป้าในปีนี้ จะจำหน่ายได้ประมาณ 2 ล้านเครื่อง มีรายได้ที่ราว 2 พันล้านบาท อย่างไรก็ตาม จากกรณีที่ บริษัท ไอ-สปอร์ต มีเดีย จำกัด ซึ่ง กลุ่มสามารถ ร่วมกับ กลุ่มบริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ไม่สามารถประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ หรือการประมูลทีวีดิจิทัลของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เมื่อวันที่ 26-27 ธ.ค.56 ในกลุ่มช่องรายการข่าวไม่สำเร็จนั้น ส่งผลให้ สามารถต้องผันตัวเองไปเป็นผู้ทำหน้าที่รับจ้างผลิตแทน โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างการเจรจากับผู้ประกอบการทั้งที่ชนะการประมูลช่องรายการบนทีวีดิจิทัล และบนทีวีดาวเทียม เบื้องต้น เจรจาแล้วประมาณ 3-4 ราย และธุรกิจกลุ่มที่ 3 คือการที่แซมเทล ที่สร้างรายได้จากการเข้าประมูลโครงการต่างๆ ซึ่งถือเป็นโครงการใหญ่ๆ ทั้งสิ้น ประกอบด้วย การวางระบบเช็คข้อมูลผู้โดยล่วงหน้า ให้แก่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และการวางระบบติดตั้งอุปกรณ์การออกอากาศโทรทัศน์ให้แก่ผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาติให้เป็นผู้ให้บริการโครงข่ายทีวีดิจิทัล ทั้งนี้ แซมเทล จะยื่นซองประมูลแก่ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เป็นรายแรก ภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งความสนใจสนใจทั้ง 4 สถานี แต่หากได้สถานีใดสถานีหนึ่ง ถือว่ามีความพอใจในระดับหนุ่งแล้ว ทั้งนี้ คาดว่า ธุรกิจของแซมเทล จะทำรายได้ให้กลุ่มสามารถประมาณ11,000 ล้านบาท นายวัฒน์ชัย เล่าถึงสถานการณ์และปัญหาทางการเมืองของประเทศไทยว่าแนวโน้มอาจจะยืดเยื้อในปีนี้ จะไม่ส่งผลกระทบต่อบริษัท เนื่องจากกลุ่มสามารถได้จัดทำแผนบริหารความเสี่ยงเป็นอย่างดี เพราะจากเดิมบริษัทมีรายได้จากกลุ่มธุรกิจภาครัฐถึง 70% แต่ปัจจุบัน ได้มีการปรับเปลี่ยนไปทำกับภาครัฐวิสาหากิจมากขึ้น จนส่งผลให้ปัจจุบันบริษัท มีสัดส่วนรายได้ เป็นเอกชน 50% และภาครัฐ 50% หากดำเนินธุรกิจไม่ยึดติดกับ พรรคการเมือง ถึงแม้ว่าการราบรื่นของงานบางครั้งจะไม่สะดวกเหมือนใคร แต่สิ่งไหนที่ได้มาง่ายๆ มักจะมีปัญหาตามมาเสมอ. กัญณัฏฐ์ บุตรดี Kanyanat25@gmail.com
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กลุ่มสามารถ เล็งขายมือถือดูทีวีดิจิทัล -

ห้างย่านราชประสงค์เปิดให้บริการตามปกติ
นายศกรทวีสิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการ กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด(มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัล เปิดเผยว่า ในวันนี้ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11.00 น.และปิดในเวลา 18:00 น.เพื่อความสะดวกในการเดินทางไป-กลับ สำหรับลูกค้าและพนักงานในช่วงที่มีการชุมนุมส่วนสาขาอื่นๆ ยังเปิดทำการในเวลาปกติ ด้านบริษัทสยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน, สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ กล่าวว่าศูนย์การค้าทั้งหมดจะเปิดให้บริการ ตั้งแต่เวลา 10.00 น.และปิดเวลา 18.00 น. เช่นกัน ขณะที่ศูนย์การค้าเดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ ในวันนี้จะเปิดให้บริการตามเวลาปกติคือ วันจันทร์อังคาร พฤหัส ศุกร์ จะเปิดให้บริการ ตั้งแต่เวลา 09.00 และปิดเวลา 20.00 น. และวันพุธ เสาร์ อาทิตย์ จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา08.00 และปิดเวลา 20.00 น. ทั้งนี้ทุกศูนย์การค้าจะประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อเตรียมปรับแผนรับมือตลอดเวลาซึ่งหากมีการปรับเปลี่ยนเวลาดำเนินการจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ห้างย่านราชประสงค์เปิดให้บริการตามปกติ