เดือน: กุมภาพันธ์ 2014

  • ธพว.เด้ง เอ็มดีพ้นเก้าอี้

    ธพว.เด้ง เอ็มดีพ้นเก้าอี้

     นายนริศ ชัยสูตร ประธานธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการธนาคารประชุมวาระพิเศษในรอบ 6 เดือน มีมติเอกฉันท์ให้เลิกจ้าง นายมนูญรัตน์ เลิศโกมลสุข กรรมการผู้จัดการธนาคาร โดยมีค่าตอบแทนตามสัญญาจ้างกรรมการผู้จัดการชดเชยให้ 6 เดือน และให้หยุดปฎิบัตหน้าที่ ตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ.57 เป็นต้นไป โดยได้แต่งตั้งให้ น.ส.ปาริฉัตร เหล่าธีระศิริวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ ให้เป็นรักษาการกรรมการผู้จัดการแทน เพื่อให้ธนาคารสามารถดำเนินการตามเป้าหมายที่กำหนดในแผนฟื้นฟู ที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ การดำเนินงานของนายมนูญรัตน์ ไม่ผ่านตามวัตถุประสงค์ที่เสนอให้กับคณะกรรมการธนาคารทั้ง 7 ข้อ ซึ่งแบ่งเป็น 2 ส่วน ทั้งผลของการดำเนินงาน 70% และวิธีการบริหาร 30% เนื่องจากกรรมการผู้จัดการไม่รักษาผลประโยชน์ธนาคาร ขาดหลักธรรมมาภิบาล, รายงานตัวเลขเป็นเท็จซึ่งเป็นข้อมูลที่ผิดระเบียบ ไม่ปฎิบัติตามมติคณะกรรมการ โดยหลังจากนี้จะมีการตรวจสอบการทุจริตย้อนหลังอีกด้วย ซึ่งการเลิกจ้างสัญญาในครั้งนี้ สามารถทำได้โดยมติของคณะกรรมการ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลรักษาการ อย่างไรก็ตาม ส่วนกรณีการจ่ายโบนัสประจำปีของธนาคารต้องเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อวันที่ 2 ก.ค.56 โดยผลการดำเนินงานปี 56 ที่ผ่านมา ธนาคารมีกำไรก่อนการตรวจสอบของสำนักตรวจเงินแผ่นดิน 656 ล้านบาท เป็นมาจากการปฏิบัติงานตามแผนฟื้นฟูกิจการที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงกาาคลังเมื่อเดือน ม.ค.56 ก่อนที่นายมนูญรัตน์ เข้ามาปฏิบัติหน้าที่

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธพว.เด้ง เอ็มดีพ้นเก้าอี้

  • ยอดส่งออกข้าวไทยปี 56 ร่วงอันดับ 3 ของโลกติดต่อกัน 2 ปี

    ยอดส่งออกข้าวไทยปี 56 ร่วงอันดับ 3 ของโลกติดต่อกัน 2 ปี

     ร.ต.ท. เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า ในปี 56 ไทยส่งออกข้าวมูลค่า 133,852 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 6.4% หรือคิดเป็นจำนวน 6.6 ล้านตัน ลดลง 1.8%   ซึ่งเป็นปริมาณอันดับที่ 3 ของโลกติดต่อกัน 2 ปีรองจากอินเดียที่มีปริมาณส่งออก 10.5 ล้านตันและเวียดนาม  7.2 ล้านตัน โดยปริมาณส่งออกข้าวไทย 6.6 ล้านตันไม่มีการซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐหรือ จีทูจี ตามที่รัฐบาลเคยประกาศว่าจะมีการซื้อขายข้าวลักษณะดังกล่าวเลยแม้แต่เมล็ดเดียว  ทั้งนี้เท่าที่มีการศึกษาพบว่า ในกรณีที่จะมีการซื้อขายข้าวแบบจีทูจีกับรัฐบาลจีนนั้น จะต้องมีการทำข้อตกลงกันกับบริษัท คอฟโก เท่านั้น หากทำสัญญากับหน่วยงานอื่นของจีนก็จะไม่ถือว่าเป็นการซื้อขายแบบจีทูจีน เช่นกรณีที่รัฐบาลมีการทำสัญญาซื้อขายข้าวกับบริษัทเป่ยต้าหวงจำนวน 1.2 ล้านตัน และสุดท้ายต้องการยกเลิกการซื้อขายนั้นเชื่อว่ากรณีดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นการขายข้าวแบบจีทูจี สำหรับการทำสัญญาซื้อขายข้าวกับรัฐบาลจีนนั้นเช่น ในกรณีที่สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) กับบริษัท คอฟโก โดยสาระสำคัญ คือ การให้สิทธิพิเศษเฉพาะประเทศไทยในการส่งออกข้าวไปยังจีนปีละ 200,000 ตัน ระยะเวลา 5 ปี รวม 1 ล้านตัน ซึ่งเป็นไปตามโควตาที่จีนผูกพันกับองค์การการค้าโลก (ดับปลิวทีโอ)  ที่ให้เก็บภาษีนำเข้าข้าวเพียง 1% จากภาษีปกติ 65%    “ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมารัฐบาลมักจะมีการพูดถึงการขายข้าวจีทูจีกับประเทศจีนอย่างมาก โดยในปี 55 ไทยส่งออกข้าวไปจีน 176,214 ตัน และในปี 56 จำนวน 327,559 ตัน เพิ่มขึ้น 85.9% ซึ่งปริมาณดังกล่าวก็เป็นการส่งออกข้าวจากภาคเอกชนทั้งหมด และหากจีทูจีสามารถดำเนินการได้จริงตามที่รัฐบาลประกาศมาหลายๆครั้งเชื่อว่าในแต่ละปีไทยคงส่งออกข้าวได้ปริมาณมหาศาลกว่านี้และข้าวในสต็อกก็คงไม่มากเช่นกัน”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ยอดส่งออกข้าวไทยปี 56 ร่วงอันดับ 3 ของโลกติดต่อกัน 2 ปี

  • หุ้นไทยวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2557 ปิดบวก 3.41 จุด

    หุ้นไทยวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2557 ปิดบวก 3.41 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลาดหุ้นไทยวันที่ 5 ก.พ. ดัชนีแกว่งตัวผันผวนทั้งบวกและลบตามแรงซื้อสลับขายทำกำไร เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่ๆ เข้ามากระตุ้นการลงทุนอีกทั้งได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์การเมืองในประเทศเป็นหลัก ส่งผลให้ระหว่างวันหุ้นไทยลดลงต่ำสุดที่1,272.04 จุด ทะยานขึ้นสูงสุดที่ 1,287.05 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,280.25 จุดเพิ่มขึ้น 3.41 จุด หรือ 0.27% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 24,226.08 ล้านบาท   สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด5 อันดับแรก 1.จัสมิน ปิดที่ 7.15บาท ไม่เปลี่ยนแปลง 2.ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 169.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท 3.เอไอเอส ปิดที่ 211.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง 4.ทอท. ปิดที่ 173.50 บาท ลดลง 1.50 บาท 5.ธ.กรุงไทย ปิดที่ 16.80 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง     น.ส.มยุรีโชวิกรานต์ ผอ.อาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)มองว่า ดัชนีหุ้นไทยสามารถฟื้นตัวทางเทคนิค (รีบาวน์) ได้ในช่วงเช้าตามตลาดภูมิภาค แต่ช่วงบ่ายอ่อนตัวลง หลังนักลงทุนกังวลกรณีที่ศาลอาญาอนุมัติหมายจับ 19 แกนนำกปปส.ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จึงขายทำกำไรออกมาส่วนแนวโน้ม ดัชนียังแกว่งตัวผันผวน ซึ่งต้องติดตามว่าศาลแพ่งพิจารณาการเพิกถอนการออกพ.ร.ก.ฉุกเฉินหากมีการเพิกถอนอาจทำให้ดัชนีหุ้นไทยฟื้นตัวขึ้นไปอยู่ที่ 1,290 จุดและมีแนวรับที่ 1,270 จุด นอกจากนี้ ยังต้องติดตามสถานการณ์การเมืองในประเทศเพราะยังเป็นปัจจัยที่กดดันการลงทุนในตลาดหุ้นไทยต่อไป.             

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2557 ปิดบวก 3.41 จุด