เดือน: กุมภาพันธ์ 2014

  • คิวทำพาสปอร์ตทะลักช่วงชัตดาวน์

    คิวทำพาสปอร์ตทะลักช่วงชัตดาวน์

    นายโชติช่วง ศูรางกูร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการบริษัทหนุ่มสาวทัวร์ เปิดเผยว่า กรมการกงสุลได้ทำจดหมายแจ้งมายังบริษัทนำเที่ยว ที่ทำทัวร์คนไทยไปต่างประเทศ (เอาท์บาวด์) ว่า ขอให้จัดส่งการทำเอกสารเฉพาะคนที่จำเป็นในระยะนี้ก่อนเท่านั้น รวมถึงต้องวางแผนให้ดี เนื่องจากขณะนี้มีปัญหาเรื่องการบริการไม่เพียงพอรองรับ  จากการที่หน่วยงานราชการบางส่วนถูกปิดไป นอกจากนี้ตลาดทัวร์เอาท์บาวด์ยังเริ่มได้รับผลกระทบในภาพรวมจากสถานการณ์การเมืองที่ยืดเยื้อ ทำให้เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ลูกค้าลดลงไป 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน “ปีนี้เดิมคาดว่าตลาดเอาท์บาวด์จะคึกคัก เพราะสภาพอากาศเย็นที่ยาวนานกว่าปกติ โดยหลังปีใหม่จะได้รับความนิยมสูง แต่ด้วยปัญหาการเมืองที่มีแนวโน้มยืดเยื้อทำให้ยอดขายเริ่มชะลอลง เพราะคงต้องการเก็บเงินออมไว้ แทนที่จะไปจับจ่ายเรื่องท่องเที่ยว ดังนั้นยอดขายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่คาดว่าจะดี ก็ยังต้องติดตามถึงเดือน มี.ค.ว่าจะดีขึ้นหรือไม่ แต่ประเมินเบื้องต้นว่าจะไม่ดีเท่ากับปีที่ผ่านมาแน่นอน” ทั้งนี้ การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยังเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้บริษัททัวร์คู่ค้าต่างชาติไม่สามารถส่งต่อลูกค้ามาได้ เนื่องจากบริษัทประกันภัยเดินทางไม่ครอบคลุม จึงไม่เสี่ยงนำลูกค้ามา ส่วนตลาดคนไทยที่เดินทางในประเทศกลุ่มที่จัดสัมมนา และท่องเที่ยวเป็นรางวัล (อินเซนทีฟ) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 65% นั้น ก็เลื่อนการเดินทางออกไปก่อนหลังการประกาศดังกล่าว เพราะไม่มั่นใจในสถานการณ์ในไทยเช่นกัน แหล่งข่าวจากบริษัททัวร์รายใหญ่ กล่าวว่า  ผลกระทบจากการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นขององค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยวต่างประเทศ ที่เตรียมเข้าร่วมงาน เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ระหว่างวันที่ 20-23 ก.พ.นี้ ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีประเทศที่ยืนยันเข้าร่วม 4-5 ประเทศ จากเดิมแจ้งว่าจะมามากกว่า 10 ประเทศ นายสุทธิพงศ์ เผื่อนพิภพ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) กล่าวว่า การเดินทางของตลาดเอาท์บาวด์อาจจะลดลง 30% เป็นผลจากเหตุการณ์ยืดเยื้อ และยังไม่มีความชัดเจน นอกจากนี้ ยอมรับว่าการปิดศูนย์ราชการที่แจ้งวัฒนะ ทำให้การทำพาสปอร์ตต้องใช้เวลานานขึ้น และส่งผลกระทบต่อบริการทัวร์เล็กน้อย เนื่องจากโดยทั่วไปสัดส่วนลูกค้า 40% ของตลาดเอาท์บาวด์ เป็นกลุ่มที่ต้องทำเล่มใหม่ครั้งแรกหรือต้องการทำเล่มพาสปอร์ตใหม่แทนเล่มเดิมที่หมดอายุ ส่วนอีก 60% เป็นคนที่ยังมีพาสปอร์ตซึ่งยังไม่หมดอายุ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คิวทำพาสปอร์ตทะลักช่วงชัตดาวน์

  • ดันครัวไทยสู่ครัวโลกอีกเฮือก!

    ดันครัวไทยสู่ครัวโลกอีกเฮือก!

    นายจิรชัย มูลทองโร่ย ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เดือนก.พ.นี้ เตรียมนัดประชุมผู้ตรวจราชการทุกกระทรวงในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อติดตามการดำเนินนโยบายครัวไทยสู่ครัวโลกของรัฐบาล โดยเฉพาะความก้าวหน้าของโครงการในปีงบประมาณ 57 และติดตามผลการเบิกจ่ายงบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด และกลุ่มจังหวัด ก่อนสรุปรายละเอียดเสนอให้ที่ประชุมครม.พิจารณารับทราบ เบื้องต้นได้ตั้งเป้าหมายของการดำเนินนโยบายดังกล่าว จะสร้างมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารไทยได้ถึงปีละ 8,346 ล้านบาท “การเชิญผู้ตรวจทุกกระทรวงมาคุยกันครั้งนี้ จะขอรับทราบข้อมูลการดำเนินโครงการต่างๆ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำว่าคืบหน้าอย่างไร โดยผู้ตรวจสำนักนายกฯทุกคนจะนั่งเป็นประธาน และเชิญผู้ตรวจของกระทรวงที่เกี่ยวข้องในเขตจังหวัดที่รับผิดชอบมาหารือกัน โดยตนเอง มีเขตที่รับผิดชอบ คือเขต 8 มีจังหวัดสงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส และจะหารือถึงเรื่องอาหารฮาลาล ทั้งการตรวจสอบคุณภาพสินค้า และมาตรฐานการผลิตที่ผ่านการรับรองคุณภาพจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือไม่” ทั้งนี้ในโครงการที่สำนักนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบเกี่ยวกับนโยบายดังกล่าว มีทั้งหมด 5 โครงการ จากทั้งหมด 16 โครงการ คือ โครงการพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรสู่มาตรฐาน (ด้านพืช) อยู่ในความดูแลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีพืชหลักที่สำคัญคือ ข้าว มันสำปะหลัง และยางพารา วงเงิน 365 ล้านบาท ,โครงการฝึกอบรมผู้ประกอบการอาหารไทยรองรับครัวไทยสู่ครัวโลก ของกระทรวงแรงงาน วงเงิน 14 ล้านบาท ,โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารของไทยให้เป็นครัวอาหารคุณภาพของโลก ของกระทรวงอุตสาหกรรม วงเงิน 287 ล้านบาท รวมทั้งโครงการส่งเสริมตลาดสินค้าอินทรีย์ ของกระทรวงพาณิชย์ วงเงิน 33 ล้านบาท และโครงการพัฒนามาตรฐานการผลิตอาหารแปรรูปที่บรรจุในภาชนะพร้อมจำหน่ายสู่มาตรฐานสากล (ไพรมารี จีเอ็มพี) ของกระทรวงสาธารณะสุข ส่วนโครงการอื่นๆ เช่น โครงการตรวจสอบและรับรองคุณภาพสินค้าประมง ของกระทรวงเกษตรฯ โครงการส่งเสริมครัวไทยสู่ครัวโลกและสินค้าฮาลาล ของกระทรวงพาณิชย์ และโครงการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะให้ผู้ตรวจราชการของกระทรวงที่เกี่ยวข้องติดตามความคืบหน้า ก่อนสรุปรายละเอียดภาพรวมของโครงการเสนอมาที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี พิจารณาต่อไป

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดันครัวไทยสู่ครัวโลกอีกเฮือก!

  • คาดตลาดอสังหาฯ57หด 25-30%

    คาดตลาดอสังหาฯ57หด 25-30%

    นายโสภณ พรโชคชัย ประธาน กรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส เปิดเผยว่า ปี 57 นี้ จะมีโครงการที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ไม่เกิน 100,000 หน่วย รวมมูลค่าไม่เกิน 300,000 ล้านบาท หรือลดลง 25-30% จากปีก่อน ตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอลง จากภาครัฐไม่สามารถลงทุนได้ และปัญหาการเมืองที่ยังยืดเยื้อ “ตลาดที่อยู่อาศัยปีนี้ คงหลีกเลี่ยงไม่พ้นประเด็นการเมือง เพราะทุกวันนี้ การจัดกิจกรรมทางการตลาดไม่ค่อยได้ผล เนื่องจากสถานกาณณ์ทางการเมืองกำลังแรง จนดึงความสนใจของประชาชนออกไป และนักลงทุนคงไตร่ตรองแล้วว่าจะเก็บเงินไว้ก่อน ดูลู่ทางที่ดีในอนาคตก่อน ดีกว่าเสี่ยงลงทุนในขณะนี้ อีกทั้งผู้ประกอบการต้องปรับตัว ด้วยการทบทวน ลดเป้าหมายการลงทุนใหม่ และพยายามผ่องถ่ายขายทรัพย์ออกโดยเร็ว รวมถึงสำรวจวิจัยตลาดให้ดีก่อนการลงทุน” พร้อมกันนี้ ภาครัฐต้องสร้างระบบคุ้มครองเงินดาวน์ของผู้บริโภคภาคบังคับแก่บริษัทพัฒนาที่ดินทุกแห่ง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับระบบตลาดที่อยู่อาศัยโดยรวม ตลอดจนควบคุมความต้องการซื้อ ด้วยการเพิ่มอัตราเงินดาวน์ เพื่อลดการเก็งกำไรระยะสั้น รวมทั้งการพยายามขายทรัพย์สินมือสองให้มากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียทรัพยากรทางเศรษฐกิจ ผ่านกรมบังคับคดี สถาบันการเงินด้วยวิธีการประมูลทรัพย์ที่เปิดเผยและเป็นธรรมต่อผู้บริโภค เป็นต้น ทั้งนี้ในปี 56 ที่ผ่านมา ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีโครงการเปิดใหม่ถึง 475 โครงการ รวม 131,645 หน่วย คิดเป็นมูลค่ากว่า 385,447ล้านบาท ราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยอยู่ที่ 2.92 ล้านบาท ใกล้เคียงกันมากตลอด 3 ปีที่ผ่านมา แต่ในด้านจำนวนหน่วย และมูลค่าการพัฒนาโครงการ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 29% เพราะเศรษฐกิจของประเทศยังเติบโตดี ยกเว้นช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ที่ทำให้ยอดการเปิดตัวโครงการใหม่ชะลอลงอย่างเห็นได้ชัด จากปัญหาทางการเมือง

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คาดตลาดอสังหาฯ57หด 25-30%