นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง เปิดเผยผ่านเฟซบุคส่วนตัว (Thirachai Phuvanatnaranubala) ว่า ในช่วงที่ผมเป็นรัฐมนตรีคลัง และประธาน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ผมกังวลมากที่สุดเกี่ยวกับการเก็บสต๊อคข้าว จึงได้ย้ำให้ ธ.ก.ส. แนะนำกระทรวงพาณิชย์ให้ทุกโกดังต้องลงบัญชีการด์คุมสต๊อคทุกวัน และให้มีผู้สอบบัญชีภายนอก ทำการตรวจนับสต๊อคเป็นประจำ"ธ.ก.ส.ได้จัดพิมพ์หนังสือ ทำข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับวิธีคุมสต๊อคแสดงไว้ ทั้งตรวจสต๊อกของโรงสีที่จะเข้าร่วมโครงการก่อนเริ่มรับมอบข้าวเปลือกจากเกษตรกรและระหว่างดำเนินโครงการ โดยจัดทำเป็นบัญชีแสดงข้าวจำแนกให้ชัดเจน ในส่วนของข้าวเปลือกที่โรงสีมีก่อนรับจำนำ และข้าวเปลือกที่รับจำนำจริงจากเกษตรกร รวมทั้ง ให้มีระบบรายงานสต๊อคข้าวเปลือกเป็นประจำ และมีผู้ตรวจสอบบัญชีภายนอก ทำการตรวจสอบนับบัญชีแสดงข้าวอย่างสม่ำเสมอ"อย่างไรก็ตาม ธ.ก.ส. ได้ส่งหนังสือนี้ไปให้ทั้งนายกยิ่งลักษณ์ และนายกิตติรัตน์ แต่ภายหลังผมพ้นตำแหน่งไปแล้ว พบว่าไม่ได้มีการเอาใจใส่ตรวจนับสต๊อค ดังที่ ธ.ก.ส. แนะนำแต่อย่างใดมาถึงวันนี้ รัฐบาลไม่มีทางเลือกแล้วครับ เพราะควรตรวจนับสต๊อคครั้งใหญ่ทั่วประเทศ ต้องทำวันเดียวกันเพื่อป้องกันย้ายข้าวไปนับซ้ำ ต้องเช็คทั้งปริมาณและคุณภาพ หากข้าวหาย ต้องฟ้องทั้งคดีอาญา และคดีแพ่ง หากมูลค่าสต๊อคต่ำลง ก็ต้องยอมรับผลขาดทุนทั้งนี้ ควรเร่งขายข้าว โดยวิธีเปิดประมูลล๊อตใหญ่ๆ เป็นการทั่วไป ทำทีเดียวยกล๊อต เพื่อให้ได้เงินมาจ่ายชาวนาเร็วที่สุด ไม่ใช่ขายแบบกระปิบกระปรอย เหมือนทุกวันนี้ ไม่ใช่ขายแบบผ่านคอขวด เหมือนที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พูดถึง และเวลานี้ ต้องเร่งช่วยชาวนา ข้าวหายเท่าไร ข้าวเน่าเท่าไร ต้องรับความจริงเสียที
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธีระชัยจี้รัฐอย่าขายข้าวแบบกระปิบกระปรอย
เดือน: กุมภาพันธ์ 2014
-

ธีระชัยจี้รัฐอย่าขายข้าวแบบกระปิบกระปรอย
-

แห่ผลิตเสื้อผ้าสีม่วงอ่อน รับสีแฟชั่นโลกปี 57-58
นางสุทธินีย์ พู่ผกา ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการเริ่มผลิตเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มแฟชั่นที่มีสีม่วงอ่อน เพื่อให้สอดคล้องกับวงการแฟชั่นของโลกได้กำหนดสีที่จะเป็นกระแสแฟชั่นเครื่องแต่งกายเป็นสีม่วงอ่อนหรือสีเรเดียนท์ ออร์คิด ในปี 57-58 เนื่องจากมีความสดใสอ่อนหวาน ซึ่งตรงกับสีลวดลายดอกไม้ที่สถาบันได้กำหนดแนวทางให้ผู้ประกอบการไทย ประกอบด้วยดอกชงโค พลับพลึง ต้อยติ่ง อัญชัน และ หม้อข้าวหม้อแกงลิง ซึ่งมีสีม่วงอ่อนประกอบอยู่ด้วย “ปกติวงการแฟชั่นโลกมีการประชุมในการศึกษาเทรนด์สีความต้องการของผู้บริโภคในอนาคตล่วงหน้า 1.6-2 ปี เพื่อให้ผู้ประกอบการต่าง ๆ ได้มีเวลาในการพัฒนาสินค้าทั้งรูปทรงและลวดลาย ซึ่งในส่วนของไทยก็จะให้ความสำคัญลวดลายที่เป็นดอกไม้ เพราะผู้ประกอบการยังมีความชื่นชอบดอกไม้และยังสามารถต่อยอดได้อีกมาก” นางสุทธินีย์ กล่าวว่า ในแต่ละปีสถาบันจะได้รับงบประมาณจากกระทรวงอุตสาหกรรม ในการพัฒนาผู้ประกอบการทั่วประเทศ ทั้งการผลิต วัตถุดิบ รูปทรง และการทำตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน มั่นใจว่าในภาพรวมหลังจากที่มีการช่วยเหลือผู้ประกอบการ มั่นใจว่าจะสามารถเพิ่มมูลค่าสินค้าประเภทเสื้อผ้าและสิ่งทอได้เป็นอย่างดี จากปัจจุบันที่มูลค่าการซื้อขายในประเทศอยู่ที่ 300,000 ล้านบาทต่อปีและส่งออก 200,000 ล้านบาท สำหรับการนำผู้ประกอบการและผู้เชี่ยวชาญในการศึกษางานเชิงปฏิบัติการด้านอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องแต่งกายมุสลิม ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 27-31 ม.ค. ประสบความสำเร็จ เนื่องจากผู้ประกอบการไทยได้มีโอกาสศึกษารูปแบบแฟชั่นของมุสลิม เนื่องจากอินโดนีเซียมีนักออก แบบแฟชั่นมุสลิมระดับโลกมาก ทั้งนี้ในเบื้องต้นผู้ประกอบการไทยสามารถนำรูปแบบและลวดลายของเสื้อผ้ามาผสมผสานกับรูปแบบของไทยเพื่อให้เครื่องแต่งกายของมุสลิมในประเทศไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากลเหมือนกับเครื่องแต่งกายมุสลิมจากประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย ขณะเดียวกันยังสามารถนำผู้ประกอบการมาหาช่องทางตลาดในประเทศอินโดนีเซีย ที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศอาเซียน หรือประมาณ 250 ล้านคน มั่นใจว่าผู้ประกอบการไทยสามารถนำเสื้อผ้ามุสลิมมาเปิดตลาดในอินโดนีเซียได้อย่างแน่นอน หลังจากที่รู้ทิศทางความต้องการสินค้าของตลาดแล้ว ในปัจจุบันผู้บริโภคที่เป็นมุสลิมมี 2,000 ล้านคน ดังนั้นจะเร่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเครื่องแต่งกายมุสลิมใน 5 จังหวัดภาคใต้ ที่มีความพร้อมให้สามารถออกไปมีบทบาทในการทำธุรกิจในอาเซียนมากขึ้น.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แห่ผลิตเสื้อผ้าสีม่วงอ่อน รับสีแฟชั่นโลกปี 57-58 -

เซ็นทรัล-พารากอนแจ้งเปิด-ปิดบริการ
นายศกร ทวีสิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการ กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัล เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันนี้( 1 ก.พ.)เป็นต้นไป ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 น.และปิดในเวลา 20.00 น. ขณะที่สาขาชิดลม จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 น.และปิดในเวลา 22.00 น. สาขาลาดพร้าว จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 น.และปิดในเวลา 21.00 น. สาขาสีลมคอมเพล็กซ์ จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.30 น.และปิดในเวลา 21.30 น. ส่วนสาขาแจ้งวัฒนะ จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11.00 น.และปิดในเวลา 21.30 น. เพื่อความสะดวกในการเดินทางไป-กลับ สำหรับลูกค้าและพนักงานในช่วงที่มีการชุมนุม ส่วนสาขาอื่นๆยังเปิดทำการในเวลาปกติ ด้านบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน, สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ กล่าวว่า ศูนย์การค้าในเครือทั้งหมดจะเปิดให้บริการ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. และปิดเวลา 20.00 น. ส่วนศูนย์การค้า เดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ จะเปิดให้บริการตามเวลาปกติคือ วันจันทร์ อังคาร พฤหัส ศุกร์ จะเปิดให้บริการ ตั้งแต่เวลา 09.00 และปิดเวลา 20.00 น. และวันพุธ เสาร์ อาทิตย์ จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา08.00 และปิดเวลา 20.00 น. ทั้งนี้ทุกศูนย์การค้าจะประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมปรับแผนรับมือตลอด ซึ่งหากมีการปรับเปลี่ยนเวลาดำเนินจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เซ็นทรัล-พารากอนแจ้งเปิด-ปิดบริการ