เดือน: กุมภาพันธ์ 2014

  • ดันเชียงใหม่เป็นฮับท่องเที่ยว

    ดันเชียงใหม่เป็นฮับท่องเที่ยว

    นายสราวุฒิ แซ่เตี๋ยวนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่เปิดเผยว่าขณะนี้ภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่กำลังผลักดันให้เชียงใหม่เป็นศูนย์กลาง(ฮับ)ด้านการท่องเที่ยวโดยเฉพาะด้านการจัดประชุมสัมนาเนื่องจากมีความพร้อมด้านสถานที่คือ มีศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติจังหวัดเชียงใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือรวมถึงศูนย์ประชุมของภาคเอกชนต่างๆบวกกับปัจจัยด้านโรงแรมที่มีกว่า40,000ห้องจึงคาดว่าจะสามารถดึงนักท่องเที่ยวอาทิจากประเทศลาว จีน และ พม่าที่เดินทางมาทางรถยนต์และสายการบินตรงได้เป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามศูนย์ประชุมนานาชาติเชียงใหม่ฯควรเร่งเข้ามาพัฒนาด้านการบริหารจัดการภายในที่ยังไม่ชัดเจนเนื่องจากองค์กรที่ดูแลโดยตรงคือ สำนักงานพัฒนาพิงคนครเป็นองค์กรมหาชนที่เปิดตัวใหม่จึงอาจจะยังมีส่วนที่ติดขัดบ้างโดยเฉพาะด้านการขายพื้นที่ซึ่งหากใช้รูปแบบของศูนย์ประชุมสิริกิติ์ซึ่งเป็นรูปแบบที่ประสบความสำเร็จมาอยู่แล้ว ก็จะบริหารจัดการได้เร็วขึ้น

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดันเชียงใหม่เป็นฮับท่องเที่ยว

  • “บานาน่าไอที” กระตุ้นยอดขายจัดโปรฯงาน “Thailand Mobile 2014”

    “บานาน่าไอที” กระตุ้นยอดขายจัดโปรฯงาน “Thailand Mobile 2014”

    รายงานข่าวจากบริษัท คอมเซเว่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจร้านบานาน่า ไอที เปิดเผยว่า บานาน่า โมบาย ได้นำสินค้าสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตพร้อมกับโปรโมชั่นแรงๆมาจัดกิจกรรมการตลาดเพื่อดันยอดขายในงาน“Thailand Mobile 2014” ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ อาทิ เช่นAppleรับส่วนลดสูงสุด 2,000 บาท , ซัมซุงกาแล็คซี่ เอส4 รับ กิ๊ฟ เซ็ท มูลค่า 2,590 บาทและพลาดไม่ได้กับสินค้าสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ที่นำมาจำหน่ายในราคาพิเศษสุดเพื่องานนี้โดยเฉพาะ นอกจากนั้นแล้วยังมีโปรโมชั่น0%นานสูงสุดถึง10เดือน และ รับเครดิตเงินคืน สูงสุด 15,000 บาท ทั้งนี้กิจกรรมส่งเสริมการขายและโปรโมชั่นสุดคุ้มมีเพียง4วันเท่านั้น เฉพาะที่บูทบานาน่าโมบายในงาน”Thailand Mobile Expo2014”ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โซนCชั้น2บูทเลขที่ CM 10 ระหว่างวันที่13- 16ก.พ.57 นี้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.bananait.com และ www.facebook.com/bananaIT

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “บานาน่าไอที” กระตุ้นยอดขายจัดโปรฯงาน “Thailand Mobile 2014”

  • บขส.กร่อยคนใช้บริการลด 30-45%

    บขส.กร่อยคนใช้บริการลด 30-45%

    นายพินิจ คำปู่ รองผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายธุรกิจเดินรถ บริษัท ขนส่ง จำกัด(บขส.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่เกิดความวุ่นวายทางการเมืองจนถึงปัจจุบัน ได้ส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการรถ บขส.ลดลงไป 30% ทั้งเส้นทางจากกรุงเทพฯออกไปต่างจังหวัด และต่างจังหวัดเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เนื่องจากประชาชนไม่มีอารมณ์เดินทางไปท่องเที่ยวนอกสถานที่ ขณะที่ประชาชนที่อยู่ต่างจังหวัดก็ไม่ต้องการเข้ากรุงเทพฯ เพราะไม่ต้องการเดินทางมาในช่วงที่สถานการณ์การเมืองไม่ปกติ นางสุจินดา เชิดชัย หรือเจ้เกียว นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสาร และเจ้าสัมปทานรถทัวร์รายใหญ่ และกิจการในเครือเชิดชัยกรุ๊ป กล่าวว่า ขณะนี้จำนวนผู้โดยสารใช้บริการลดลงประมาณ 45% โดยมีสาเหตุมาจากภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ประชาชนมีรถส่วนตัวมากขึ้น จึงนิยมใช้รถส่วนตัวเดินทางมากกว่ารถโดยสาร ประกอบกับเกิดปัญหาการเมืองในไทย จึงส่งผลให้การเดินทางลดลง “ปัญหานี้จะคลี่คลายลง ต่อเมื่อการเมืองนิ่ง มีการปรองดองกัน และเจรจาเพื่อหาทางออกร่วมกัน โดยเห็นว่าทุกฝ่ายควรจะยึดกฎหมายเป็นที่ตั้ง เพราะประเทศไทยคงไม่สามารถอยู่คนเดียวได้ ต้องอยู่ร่วมกันกับนานาประเทศ หากสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ ก็มั่นใจว่าทุกอย่างจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติแน่นอน” ด้านนางภัทรวดี กล่อมจรูญ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง(รถร่วมบริการ ขสมก.) กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือร่วมกับสมาชิกของสมาคมฯเพื่อเตรียมเดินทางไปพบนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ปฏิบัติหน้าที่ รมว.คมนาคม หรือนายสมชัย ศิริวัฒนโชค ปลัดกระทรวงคมนาคม เพื่อขอให้ช่วยเหลือผู้ประกอบการรถร่วมบริการ ขสมก. ซึ่งเป็นรถของเอกชน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากความวุ่นวายทางการเมืองที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก “ตั้งแต่เกิดปัญหาน้ำท่วมเมื่อปลายปี 54 รายได้ของรถร่วมลดลงอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเกิดความวุ่นวายทางการเมืองก็ส่งผลกระทบมากขึ้นจนลงเหวไปเลย ที่ผ่านมาก็บอกให้สมาชิกอดทนมาตลอด แต่ตอนนี้จะไม่ไหวกันจริงๆ โดยปัญหาของผู้ประกอบการรถร่วม ขสมก. คือ ไม่สามารถนำรถที่มีอยู่ออกมาวิ่งได้ทั้งหมด เนื่องจากต้องเจอกับปัญหารถติดจนพนักงานขับรถเบื่อลาออกไปมาก จึงส่งผลให้รายได้ลดลง เช่น มีรถอยู่ 30 คัน ก็วิ่งได้เพียง 20 คัน ในขณะที่ต้นทุนก็ยังต้องจ่ายเท่าเดิม เป็นต้น” นอกจากนี้ยังพบว่ามีผู้ประกอบการ 3-4 ราย ซึ่งมีรถให้บริการ 30-40 คันต่อราย อาจต้องหยุดให้บริการ เนื่องจากไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนการดำเนินงานได้อีก แต่ขณะนี้ต้องพยายามให้บริการต่อไป เพราะหากเลิกกิจการจะต้องจ่ายภาระหนี้สิน ที่ผู้ประกอบการค้างจ่ายให้กับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)ทั้งหมดก่อน จึงจะเลิกกิจการได้ ซึ่งผู้ประกอบการไม่สามารถจ่ายได้ เพราะภาระหนี้สินดังกล่าวคิดเป็นวงเงินรวมหลายร้อยล้านบาท  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บขส.กร่อยคนใช้บริการลด 30-45%