เดือน: มีนาคม 2014

  • อคส.ย้ายหัวหน้าคลังสินค้า 12 จังหวัด

    อคส.ย้ายหัวหน้าคลังสินค้า 12 จังหวัด

    นายชนุตปกรณ์ วงศ์สีนิล ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีคำสั่งโยกย้ายตำแหน่งระดับหัวหน้าคลังสินค้าของอคส. ใน 12 จังหวัด เนื่องจากปฏิบัติงานในพื้นที่มาอย่างยาวนาน บางรายปฎิบัติงานในพื้นที่ดังกล่าวกว่า 30 ปี อาจเป็นสาเหตุให้เกิดการใช้อิทธิพลในพื้นที่ หรือทำให้เกิดการทุจริตได้ง่ายจึงจำเป็นต้องมีการโยกย้าย เพื่อสลับตำแหน่งให้เกิดความเหมาะสมกับการทำงาน“ข้อมูลที่ได้รับเกี่ยวกับการทุจริตรับจำนำข้าวในแต่ละพื้นที่ พบว่าหัวหน้าคลังสินค้าก็มีส่วนที่จะเกิดพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริตได้ง่าย และการที่ผมสั่งหมุนเวียนตำแหน่ง ก็ทำให้ทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวลดน้อยลง ดูได้จากสถิติการร้องเรียนในปีนี้ลดน้อยกว่าปีที่ผ่านมา”ขณะเดียวกัน ก็ได้ลงนามหนังสือให้ผู้บริหารของอคส.ในระดับรองผู้อำนวยการอคส.1 ราย พักงานเป็นการชั่วคราว เนื่องจากได้รับข้อมูลว่า อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว โดยเฉพาะการนำข้าวสต๊อกรัฐบาล จัดทำข้าวถุง เพื่อช่วยประชาชน ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบจากคณะกรรมการ 3 ชุดที่ตั้งขึ้นมา เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตดังกล่าวทั้งนี้คณะกรรมการทั้ง 3 ชุด ได้แก่ คณะกรรมการที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งขึ้นมา มี นายสมชาติสร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน เป็นประธานการตรวจสอบคณะกรรมการที่บอร์ดอคส.ตั้งขึ้นมา และคณะกรรมการที่ตนได้สั่งตั้งขึ้นมา โดยผู้ที่ถูกพักงาน ยังไม่ได้ถูกตั้งข้อกล่าวหาว่ามีการทุจริต แต่เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างราบรื่น จึงต้องพักงานไว้ก่อน เพราะไม่ให้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบ และหากผลสอบออกมาแล้วพบว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตก็จะถูกดำเนินคดีทางวินัยและอาญา"แต่ละคนที่ถูกสั่งย้าย อยู่ในตำแหน่งและทำงานกับอคส.มาเป็นเวลานานบางคนกว่า30ปี ซึ่งอาจทำให้มีเครือข่ายที่จะเอื้อต่อการร่วมมือกันทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวในหลายกรณีเช่น โครงการข้าวถุง กรณีข้าวในโกดังหาย หรือมีการเคลื่อนย้ายโดยไม่ได้รับการอนุญาต เป็นต้น หากไม่มีการสั่งย้ายหรือพักงานก็จะทำให้การสืบสวนสอบสวนในเชิงลึกทำได้ยากมากขึ้น"

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อคส.ย้ายหัวหน้าคลังสินค้า 12 จังหวัด

  • ฟันพ่อค้าขี้โกงเครื่องชั่ง

    ฟันพ่อค้าขี้โกงเครื่องชั่ง

    นายสมชาติสร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า  ขณะนี้ศาลจังหวัดจันทบุรีมีคำพิพากษาให้ผู้ประกอบการรับซื้อยางพาราในเขตอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี จำนวน 2 ราย ให้ได้รับโทษตามพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ.2542  ตามที่กรมการค้าภายในสั่งดำเนินคดีหลังจากที่กรมณ ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลประชาชนผู้บริโภคและเกษตรกร ได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบบรรดาพ่อค้าเพื่อช่วยเหลือผู้บริโภคที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมทางการค้า ด้านการชั่งน้ำหนักซื้อขายสินค้าเกษตร และได้ดำเนินคดีกับผู้ประกอบการที่กระทำความผิด   สำหรับผู้ประกอบการรายแรกได้ดัดแปลงเครื่องชั่งชนิดที่ใช้สปริงพิกัดกำลัง60 กิโลกรัม จำนวน   1 เครื่องโดยเพิ่มสปริงทำเป็นรางเลื่อนเข้าหรือออกเพื่อให้สปริงเลื่อนเข้าไปรองรับส่วนรับน้ำหนักเมื่อชั่งสอบเทียบน้ำหนัก 40 กิโลกรัม เครื่องชั่งแสดงน้ำหนัก 37.8 กิโลกรัม(น้ำหนักขาด 2.2 กิโลกรัม) และเมื่อสอบเทียบน้ำหนัก60 กิโลกรัม เครื่องชั่งแสดงน้ำหนัก 55.6 กิโลกรัม (น้ำหนักขาด 4.4 กิโลกรัม)   ส่วนรายที่ 2 ได้ดัดแปลงเครื่องชั่งชนิดที่ใช้สปริงพิกัดกำลัง60 กิโลกรัม จำนวน 1 เครื่อง โดยเพิ่มรีโมทคอนโทรลบังคับสปริงรางเลื่อนเพื่อเลื่อนเข้าหรือออกให้สปริงเลื่อนเข้าไปรองรับส่วนรับน้ำหนัก  เมื่อชั่งสอบเทียบน้ำหนัก40 กิโลกรัม เครื่องชั่งแสดงน้ำหนัก 38.2 กิโลกรัม (น้ำหนักขาด 1.8 กิโลกรัม)และเมื่อสอบเทียบน้ำหนัก 60 กิโลกรัม เครื่องชั่งแสดงน้ำหนัก 56.4 กิโลกรัม(น้ำหนักขาด 3.6 กิโลกรัม)                “ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยทั้ง 2 ราย จำคุก 2 ปี ปรับ 80,000 บาทจำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 40,000 บาทและริบเครื่องชั่งของกลาง”   นายสมชาติ กล่าวว่ากรมฯยังให้เจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบอย่างเข้มงวดต่อเนื่อง เพื่อรักษาความเป็นธรรมให้แก่ประชาชนและเกษตรกรและขอเตือนผู้ประกอบการรับซื้อสินค้าเกษตร พ่อค้าแม่ค้าในตลาดที่กระทำความผิด อาทิใช้เครื่องชั่งทำด้วยพลาสติกและเครื่องชั่งที่มีความเที่ยงตรงผิดเกินอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดที่กำหนด   หรือสภาพเครื่องชั่งชำรุดทรุดโทรม  หากตรวจพบเจ้าหน้าที่จะทำการยึดเครี่องชั่งดังกล่าวเพื่อมิให้ใช้เครื่องชั่งน้ำหนักนั้นต่อไปและเมื่อตรวจพบว่ามีเจตนาใช้เพื่อเอาเปรียบทางการค้าจะดำเนินการตามกฎหมายทันที   

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ฟันพ่อค้าขี้โกงเครื่องชั่ง

  • พาณิชย์รับเจ้าหน้าที่เพิ่ม 13 อัตรา

    พาณิชย์รับเจ้าหน้าที่เพิ่ม 13 อัตรา

    รายงานข่าวจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศกระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมฯมีความประสงค์ที่จะรับสมัครผู้รับจ้างเหมาบริการฯ ในด้านต่างๆ จำนวน 13 อัตราประกอบด้วย  เจ้าหน้าที่ด้านการดำเนินงานโครงการ 10 อัตรา มีคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งดังนี้ วุฒิการศึกษาปริญญาตรีและปริญญาโทหรือเทียบเท่าได้ไม่ต่ำกว่านี้ในสาขาเศรษฐศาสตร์ บริหารธุรกิจ  รัฐศาสตร์นิติศาสตร์ นิเทศศาสตร์ หรือ ที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันยังมีความรู้ความสามารถในงานบริหารงานทั่วไปโดยปฏิบัติงานเกี่ยวกับ การวิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจ   การค้าการจัดท ารายงานวิเคราะห์ตลาด สินค้า บริการตอบข้อสอบถามทางการค้า และอำนวยความสะดวกแขกพิเศษจากต่างประเทศ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ดำเนินงานด้านการเงินและบัญชี  1 อัตรา และเจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล และธุรการ จำ นวน 2 อัตรา     ทั้งนี้หากสนใจสามารถ Download ใบสมัครได้ที www.ditp.go.th และส่งใบสมัครด้วยตนเองได้ที กลุ่มงานการเจ้าหน้าทีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ  ชั้น 6 อาคาร 1 ( อาคารริมน้ำ) สอบถามรายละเอียด โทร 0 2507 8115 , 8118 ตั้งแต่วันที 17 – 31 มีนาคม 57 ทั้งนี้จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบที่ www.ditp.go.th วันที่ 2  เม.ย. 57 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์รับเจ้าหน้าที่เพิ่ม 13 อัตรา