ตลาดหุ้นไทยวันที่ 20 มี.ค. ดัชนีไหลลงทันทีที่เปิดตลาด และเคลื่อนไหวอ่อนตัวในแดนลบตลอดวัน ซึ่งเป็นไปตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศที่แดงเถือกหลังได้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศเตรียมลดมาตราการผ่อนปรนทางการเงิน(คิวอี) พร้อมปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยในช่วง6 เดือนต่อจากนั้น ซึ่งเกินการความคาดหมายของนักลงทุนส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุด 1,361.47 จุด และลดลงต่ำสุด 1,351.36 จุดจนมาปิดตลาด 1,361.47 จุด ลดลง 2.80 จุด หรือ 0.21 % ด้วยมูลค่าซื้อขาย 35,665.82 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1. ซีพีเอฟ ปิดที่ 28.00 บาท ลดลง 1.50 บาท 2. เอไอเอส ปิดที่ 225.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท 3. ธ.กรุงเทพปิดที่ 178.00 บาท ลดลง3.50 บาท 4. ทรูปิดที่ 7.05 บาท ลดลง 0.10 บาท 5.ปตท. ปิดที่ 293.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 20 มีนาคม 2557 ปิดลบ 2.80 จุด
เดือน: มีนาคม 2014
-

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 20 มีนาคม 2557 ปิดลบ 2.80 จุด
-

“วรวิทย์” อำลาเก้าอี้เอ็มดีออมสิน
นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยภายหลังทำงานวันสุดท้าย ว่า ช่วงที่เข้ารับตำแหน่งตั้งแต่ปลายปี 55 ถือเป็นะเวลากว่า 1 ปี 3 เดือน ได้บริหารจัดการงานของออมสินให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น โดยสิ้นปี 56 ที่ผ่านมา ธนาคารมีสินทรัพย์เติบโตขึ้น 215 ,000 ล้านบาท จาก1.96 ล้านล้านบาท เป็น 2.18 ล้านล้านบาท ขณะที่ยอดเงินฝากเพิ่มขึ้น 200,000 ล้านบาท เป็น 1.87 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 11-12% จากเป้าหมายที่ 118,000 ล้านบาท หรือ 7% ส่วนสินเชื่อรวมเติบโตเพิ่มขึ้น 93,000 ล้านบาทจาก 1.58 ล้านล้านบาท เป็น 1.67 ล้านล้านบาท สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เพิ่มขึ้นเล็กน้อย จาก 1.06% มาเป็น 1.14% และมีกำไรสุทธิ 21,900 ล้านบาท ขณะนี้ สภาพคล่องของธนาคารลับมาเป็นบวกได้มากขึ้นแล้ว โดยมียอดเงินฝากเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยวันละ 2 ,000-3,000 ล้านบาท หลังจากได้ออกผลิตภัณฑ์เงินฝากต่าง ๆ ส่งผลให้มีสภาพคล่อง 150,000-170,000 ล้านบาท คิดเป็น 10% ของสินทรัพย์รวม จากก่อนหน้านี้มี 230,000 ล้านบาท หรือ 20% ของสินทรัพย์รวม โดยระดับสภาพคล่องปัจจุบัน ยังเป็นไปตามเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดไว้ 6% “สภาพคล่องปัจจุบัน ถือว่าเป็นเหมาะสมมากกว่าช่วงก่อนหน้านี้ เพราะหากมีสภาพคล่องมากเกินไป จะส่งผลให้มีต้นทุนในการดูแลส่วนนี้มากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารได้พยายามนำวงเงินสภาพคล่องส่วนเกินไปหาประโยชน์ ทั้งการปล่อยกู้แบบอินเตอร์แบงก์ และอื่น ๆ ส่วนผลงานอื่น ๆ ก็เป็นที่น่าพอใจ ทั้งการพยายามปรับปรุงระบบการทำงานต่าง ๆ การขยายสาขา ที่ปัจจุบันมี 1,012 แห่งทั่วประเทศ อีกทั้งคะแนนจากตัวชี้วัดการทำงาน (เคพีไอ) ของผมก็ได้คะแนนเต็มมาโดยตลอด ถือว่าเป็นความภาคภูมิใจ” อย่างไรก็ตาม การลาออกครั้งนี้ เป็นไปด้วยความสมัครใจ ซึ่งหลังจากยื่นใบลาออกแล้ว ก็พบว่าสถานการณ์ความตึงเครียดภายในธนาคารทั้งหมด คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น ทุกฝ่ายสบายใจมากขึ้น และขณะนี้ธนาคารก็กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมแล้ว แม้ว่าปัจจุบันจะยังไม่มีผู้อำนวยการเข้ามาบริหารงาน แต่ก็ไม่รู้สึกห่วงหรือกังวลใด ๆ เพราะมั่นใจในระบบการทำงานของออมสิน ที่ได้ปรับปรุงและพัฒนาให้มีประสิทธิภาพ มากขึ้นตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา นายวรวิทย์ กล่าวยอมรับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความสัมพันธ์และความใกล้ชิดจากฝั่งการเมืองว่า ไม่ปฏิเสธว่าใกล้ชิดกับฝ่ายการเมือง เพราะการทำงานระดับนี้ ต้องติดต่อกันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่อยากให้มองกันที่การทำงานมากกว่า เพราะที่ผ่านมาตนไม่เคยมีข้อบกพร่องเกี่ยวกับการทำงานเลย ทั้งนี้ยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นบทเรียนที่ดี และพร้อมจะนำไปใช้ประกอบเป็นแนวคิดในการทำงานบทบาทอื่น ๆ ต่อไปว่า การทำงานจะยึดกฎ ระเบียบอย่างเดียวไม่ได้ ต้องคำนึงถึงผลหลาย ๆ เรื่องที่จะเกิดขึ้นตามมาด้วย ทั้งนี้ นายวรวิทย์ ได้ยื่นใบลาออก เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ที่ผ่านมา เพื่อแสดงรับผิดชอบ กรณีการปล่อยกู้แบบอินเตอร์แบงก์ให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) วงเงิน 20,000 ล้านบาท ในโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้ทั้งลูกค้าและพนักงาน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “วรวิทย์” อำลาเก้าอี้เอ็มดีออมสิน -

ไตรมาศแรกปี 57 ต่างด้าวลงทุนไทย 4,815 ล้านบาท
นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ในฐานะประธานคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิด เผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการฯได้อนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจในประเทศไทยเดือน มี.ค. จำนวน 26 ราย ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 26% มีเงินลงทุน 2,229 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% สาเหตุที่มีปริมาณนักธุรกิจต่างชาติมายื่นขออนุญาตลดลงมาจากมีสถานการณ์การชุมนุมในประเทศไทย เมื่อรวมในไตรมาสแรกของปี57 (ม.ค.- มี.ค.) ได้อนุญาตให้คนต่างด้าวแล้ว 86ราย ลดลง 13% เงินลงทุน 4,815 ล้านบาทเพิ่ม 32% สำหรับการอนุมัติในเดือนมี.ค. 26 ราย เช่น ธุรกิจบริการ จำนวน 16 ราย เงินลงทุน 1,945 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นบริการให้แก่บริษัทเกี่ยวกับการให้กู้ยืมเงิน บริการทางบัญชีและให้คำปรึกษาแนะนำด้านการบริหารจัดการ เป็นต้น ประเทศที่ได้รับอนุญาตได้แก่ จีน ฟินแลนด์ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฮ่องกงเนเธอร์แลนด์ และสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังมีธุรกิจสำนักงานผู้แทนหรือสำนักงานภูมิภาค 8 ราย มีเงินลงทุน 30ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการรายงานความเคลื่อนไหวทางธุรกิจเกี่ยวกับสภาวะเศรษฐกิจ การผลิต การตลาดการลงทุน ตลอดจนความต้องการใช้สินค้าและบริการต่างๆในประเทศไทยให้สำนักงานใหญ่ทราบ ประเทศที่ได้รับอนุญาต ได้แก่ ญี่ปุ่น ออสเตรเลียเกาหลี สิงคโปร์ และสหราชอาณาจักร “ยังมีกลุ่มที่เกี่ยวกับคู่สัญญากับภาครัฐหรือรัฐวิสาหกิจ 2 ราย เงินลงทุน 254 ล้านบาท ได้แก่ บริการด้านวิศวกรรม จัดหาวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างและติดตั้งแท่นขุดเจาะน้ำมัน และบริการให้คำปรึกษาแนะนำ ควบคุมและบริหารจัดการโครงการก่อสร้างสถานีรับจ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว ประเทศที่ได้รับอนุญาตคือญี่ปุ่น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไตรมาศแรกปี 57 ต่างด้าวลงทุนไทย 4,815 ล้านบาท