นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบรถตู้โดยสารสาธารณะตามจุดต่างๆ อย่างเข้มงวด พร้อมกับทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการขนส่ง เจ้าของรถ และพนักงานขับรถตามคิวรถตู้ทั้งในส่วนกลางและต่างจังหวัดให้ขับรถตามระเบียบอย่างเคร่งครัด หลังจากที่ผ่านมาได้รับร้องเรียนจำนวนมากเกี่ยวกับพฤติกรรมขับรถประมาท-หวาดเสียวเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และยังบริการไม่สุภาพอีกด้วย ซึ่งต่อไปหากพบกระทำผิดจะมีการลงโทษอย่างเด็ดขาด มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท และหากพบกระทำผิดซ้ำซากจะสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับรถ “ที่ผ่านมากรมได้ดำเนินแก้ปัญหาการขับรถเร็วอย่างต่อเนื่อง ทั้งได้จัดทำสติ๊กเกอร์ประชาสัมพันธ์ไว้ภายในตัวรถ เพื่อให้ผู้โดยสารมีความรู้เกี่ยวกับใช้รถโดยสารฯ ที่มีมาตรฐาน และรณรงค์ให้ประชาชนเลือกใช้บริการรถตู้โดยสารสาธารณะที่จดทะเบียนถูกต้อง เช่น สังเกตแผ่นป้ายทะเบียนรถต้องเป็นทะเบียน สีเหลือง ตัวเลขและตัวอักษรสีดำ ด้านข้างมีเครื่องหมายแสดงการเข้าร่วมกับ ขสมก. หรือ บขส. ชื่อเส้นทาง พร้อมระบุจำนวนที่นั่งให้ชัดเจน” นายอัฌษไธค์กล่าวว่า ล่าสุด กรมฯ ได้สั่งพักใช้ใบอนุญาตขับรถของคนขับรถตู้โดยสารสาธารณะ กรณีเกิดเหตุผู้ขับรถด้วยความประมาทหวาดเสียว และทำร้ายร่างกายผู้โดยสารที่ทำการทักท้วงแล้ว โดยรถตู้โดยสารประจำทางคันที่เกิดเหตุ เป็นรถโดยสารประจำทางร่วมบริการของบริษัท ขนส่ง จำกัด สายที่ 978 กรุงเทพฯ – หัวหิน (ข) หมายเลขทะเบียน 14-5570 กทม. ผู้ขับรถชื่อนายบุญสม เก่งกาจ อยู่บ้านเลขที่ 40 ถนนเพชรพลี ตำบลท่าราบ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี ได้รับอนุญาตเป็นผู้ขับรถทุกประเภท ชนิดที่ 2 เลขที่ 1 กจ.00082/56 ซึ่งใบอนุญาตขับรถจะสิ้นอายุในวันที่ 10 พ.ค.59 จึงได้สั่งการให้ขนส่งจังหวัดกาญจนบุรี ไปติดตามตัวมาลงโทษอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้หากประชาชน พบเห็นรถตู้โดยสารสาธารณะไม่ปลอดภัย เอาเปรียบผู้โดยสาร แจ้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสาร รถสาธารณะ 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยขอให้ระบุรายละเอียดของรถตู้โดยสารสาธารณะให้ชัดเจน เช่น หมายเลขทะเบียนรถ ชื่อ-สกุล ผู้ขับรถ วัน เวลา สถานที่ใช้ในการใช้บริการ เป็นต้น เพื่อให้สามารถติดตามผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้ต่อไป
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ขนส่งยึดใบอนุญาตคนขับรถตู้ทำร้ายผู้โดยสาร
เดือน: มีนาคม 2014
-

ขนส่งยึดใบอนุญาตคนขับรถตู้ทำร้ายผู้โดยสาร
-

ดัชนีหุ้นไทย 12 มีนาคม 2557 ปิดลบ7.86จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 12 มี.ค. ดัชนีแกว่งตัวผันผวน โดยส่วนใหญ่ยืนอยู่ในแดนลบ ตามกระแสตลาดหุ้นต่างประเทศที่แดงทั้งกระดาน หลังได้รับแรงกดดันจากตัวเลขเศรษฐกิจทั้งในจีนและญี่ปุ่น ที่ออกมาน้อยกว่าที่คาดไว้ ขณะที่การไม่รับร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท รวมถึง การปรับลดดอกเบี้ยของ กนง. นั้นเป็นไปตามคาดการณ์ จึงไม่ส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาการลงทุนมากนัก ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยลดลงต่ำสุด 1,356.41จุด และทะยานขึ้นสูงสุด 1,364.92 จุด จนมาปิดตลาด 1,356.42 จุด ลดลง 7.86 จุด หรือ 0.58 % ด้วยมูลค่าซื้อขาย 30,287.76 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1. เอไอเอส ปิดที่ 210.00 บาท ลดลง 3.00 บาท 2. ทอท. ปิดที่ 193.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง 3. ซีพีเอฟ ปิดที่ 29.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท 4. ซีพีออลล์ ปิดที่ 41.75 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง 5. พีทีพีจีซี ปิดที่ 72.00 บาท ลดลง 1.50 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทย 12 มีนาคม 2557 ปิดลบ7.86จุด -

หวั่นลักลอบถังแก๊สเติมปั๊มแก๊ส
นายชิษณุพงศ์ รุ่งโรจน์งามเจริญ นายกสมาคมผู้ค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว(แอลพีจี) เปิดเผยว่า เตรียมหารือร่วมกับกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) เพื่อสรุปภาพรวมการปรับขึ้นราคาแอลพีจีครัวเรือนในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงจะเสนอให้ธพ.หามาตรการคุมการลักลอบใช้แอลพีจีผิดประเภท เนื่องจากแอลพีจีครัวเรือนที่จะปรับขึ้นเดือนละ 50 สตางค์ต่อกิโลกรัม (กก.) จนถึง 24.82 บาทต่อกก. ส่งผลให้ส่วนต่างราคาสูงขึ้นมาก เมื่อเทียบกับแอลพีจีขนส่งที่ตรึงไว้ระดับ 21.38 บาทต่อกก. เกรงว่า จะทำให้เกิดการนำถังแอลพีจีครัวเรือนไปเติมตามปั๊มแก๊สได้ ซึ่งจะส่งผลอันตรายมาก “ เราพยายามทำหนังสือติดต่อขอหารือกับธพ.อยู่ เพราะเดือนมี.ค.นี้ แอลพีจีครัวเรือนอยู่ที่ 21.63 บาทต่อกก. แอลพีจีขนส่งตรึงไว้ที่ 21.38 บาทต่อกก. แต่จากนี้ไปแอลพีจีครัวเรือนยังคงต้องทยอยขึ้นอีกเดือนละ 50 สตางค์ต่อกก.ก็จะยิ่งทำให้แอลพีจีครัวเรือนสูงกว่าขนส่งมากขึ้นซึ่งเห็นว่าระดับ 1 บาทต่อกก.อาจจะเห็นการลักลอบนำถังครัวเรือนไปเติมที่ปั๊มแก๊สได้เพราะจะเติมเท่าใดก็ได้ไม่ต้องซื้อเต็มถังเหมือนที่ร้าน จึงเห็นว่า แนวทางการปรับราคาให้เท่ากันจะเป็นทางที่ดีสุด” นอกจากนี้จะหารือถึงปัญหาที่ร้านค้าหลายแห่งที่เข้าร่วมโครงการลดผลกระทบต่อผู้ใช้แอลพีจีที่มีรายได้น้อย 7.7 ล้านรายให้ได้ใช้สิทธิ์ซื้อแอลพีจีเดิมร้องเรียนว่าธพ.จัดระเบียบการรับเงินชดเชยไม่ตรงกับความต้องการของร้านค้า กล่าวคือ ร้านค้าที่ซื้อก๊าซจากผู้ค้ามาตรา 7 รายหนึ่ง แต่กลับต้องไปรับเงินชดเชยจากอีกรายหนึ่งดังนั้นจึงจะขอให้ช่วยดูแลปัญหาดังกล่าวด้วย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หวั่นลักลอบถังแก๊สเติมปั๊มแก๊ส