วันนี้(21มี.ค.)นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า จากกรณีการเปลี่ยนผ่านทีวีอะนาล็อกไปสู่ระบบดิจิทัลนั้น ทำให้ประชาชนเกิดการตื่นตัวในการหาซื้ออุปกรณ์อุปกรณ์ทีวี และกล่องรับสัญญาณ หรือ เซตทอป บ็อกซ์ โดยขอให้สังเกตสัญญลักษณ์ที่มีสติกเกอร์“ น้องดูดี ดิจิทัลทีวี ” และHalogramกสทช.ClassA Broadcast ซึ่งติดอยู่บริเวณหลังเครื่อง เพื่อเป็นการการันตีว่า อุปกรณ์รุ่นดังกล่าวได้ผ่านมาตรฐานการรับรองจากสทช. สามารถรับชมรายการทีวีดิจิทัลได้สำหรับผู้บริโภคที่ไม่ต้องการเปลี่ยนทีวีใหม่แต่ยังใช้ทีวีเครื่องเก่า ไม่ว่าจะเป็นจอโค้ง จอแบน สมาร์ททีวีที่ตัวเครื่องรับอะนาล็อก ต้องมีการใช้งานควบคู่กับกล่อง เซต ทอป บ็อกซ์ ระบบ ดีวีบี – ที2 เชื่อมต่อกับทีวีเพื่อรับชมทีวีดิจิทัลโดยมีเสาหนวดกุ้ง หรือเสาก้างปลาแบบรับคลื่นยูเอชเอฟ (UHF) เป็นตัวรับสัญญาณ ส่วนผู้บริโภคต้องการเปลี่ยนทีวีเครื่องใหม่ ซึ่งมีจูนเนอร์ระบบ ดีวีบี – ที2 หรือภาครับสัญญาณดิจิทัลทีวีได้ในตัว สามารถต่อเสาก้างปลาหรือหนวดกุ้งเข้ากับทีวีได้ทันที โดยไม่ต้องใช้กล่องเซตทอป บ็อกซ์ และสามารถรับชมทีวีดิจิทัลจำนวน24ช่องและในอนาคตได้ทั้งหมด48ช่องได้นอกจากนี้ผู้บริโภครับชมทีวีผ่าน ระบบจานดาวเทียมหรือผ่านเคเบิล สามารถรับชมทีวีดิจิทัลได้ แต่คุณภาพ ความคมชัดอาจจะไม่เทียบเท่ากับการต่อสัญญาณผ่านกล่อง เซต ทอป บ็อกซ์ และ ทีวี รุ่นที่มีดิจิทัล จูนเนอร์ในตัวเพราะเป็นการรับชมทีวีแบบในระบบดาวเทียม (DVB-S)และทีวีในระบบเคเบิล(DVB-C)ไม่ใช่การรับชมแบบทีวีภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล (DVB-T2) อีกทั้งระบบนี้จะสามารถรับชมได้สูงสุดเพียง36ช่อง จากทั้งหมด48ช่อง เพราะจะไม่นับรวมช่องบริการชุมชนอีก12ช่อง เนื่องจากระบบจานดาวเทียมและเคเบิลทีวีจะไม่สามารถดึงสัญญาณภาพช่องบริการแบบชุมชนไปให้บริการได้อย่างไรก็ตามสำนักงานกสทช.ได้อำนวยความสะดวกด้านข้อมูลให้กับผู้ชมที่สนใจตรวจสอบยี่ห้อและชื่อรุ่นของกล่องรับสัญญาณและทีวีที่รองรับระบบดิจิทัลที่ผ่านการรองรับจากกสทช.ได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงาน กสทช.www.nbtc.go.thหรือคอลเซ็นเตอร์ 1200
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.แนะวิธีเลือกซื้ออุปกรณ์ทีวีดิจิทัล
เดือน: มีนาคม 2014
-

กสทช.แนะวิธีเลือกซื้ออุปกรณ์ทีวีดิจิทัล
-

เอไอเอส-ทรูมูฟเอช เปิดจองซัมซุงกาแล็คซี่เอส 5
นายฐิติพงศ์ เขียวไพศาลผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส สายงานการตลาดและการขาย จับมือ ซัมซุง โดยนายวิชัย พรพระตั้ง รองประธานธุรกิจโทรคมนาคม เปิดให้จองซัมซุง กาแล็คซี่ เอส 5 สมาร์ทโฟนที่มีคุณสมบัติและฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ช่วยให้ลูกค้าหมดกังวลเรื่องโทรศัพท์เปียกน้ำหรือฝุ่นเข้าโทรศัพท์ เพราะเป็นรุ่นที่กันน้ำ กันฝุ่นได้ นอกจากนี้ยังมีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ต่อเนื่องอีก 24 ชั่วโมง แม้แบตฯเหลือเพียง 10% และเป็นสมาร์ทโฟนที่จับโฟกัสได้เร็วที่สุดทำให้ไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหว ปรับภาพได้สวย แม้จะถ่ายย้อนแสงหรือในที่มืด ในราคา23,800 บาท ลูกค้าเอไอเอส สามารถจองผ่านทาง www.ais.co.th/samsungs5 AISFacebook และ AIS Line Official ตั้งแต่วันที่24 มี.ค.57 เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป (รับสินค้าในวันที่ 11 เม.ย.นี้ที่เอไอเอสช็อป และร้านเทเลวิซ พลัส ทั่วประเทศ) ด้านทรูมูฟ เอช เปิดจองสมาร์ทโฟนซัมซุงกาแล็คซี่ เอส 5 ตั้งแต่ วันที่ 24มีนาคม – 9 เมษายน 2557 ราคาเพียง 23,800บาท พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับลูกค้าทรูมูฟ เอชที่จองสำเร็จ 1,000คนแรก รับฟรีเพาเวอร์แบงค์ ขนาด 6,200 มิลลิแอมป์ มูลค่า 1,390บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษสุดจากทารูมูฟ เอช กาแล็คซี่ แพคเกจ รับส่วนลดค่าบริการรายเดือน50% นาน 2 ปี เล่นเน็ต 4G ฟรีเพิ่ม 2 เท่า และโทรฟรีในเครือข่าย 24ชั่วโมง พร้อมรับเครื่องในวันที่ 11 – 12 เมษายน 2557
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอไอเอส-ทรูมูฟเอช เปิดจองซัมซุงกาแล็คซี่เอส 5 -

อุตุฯ เผย ปีนี้ ร้อนสุด 41 องศา ในเดือนเมษายน
วันนี้ (21 มี.ค.) ที่กรมอุตุนิยมวิทยา บางนา กนมอุตุฯ ได้จัดการปาฐกถาพิเศษเนื่องในโอกาส ครบรอบ 72 ปี วันสถาปนากรมอุตุนิยมวิทยา เนื่อง “ย้อนรำรึก 72 ปี ในแวดวงองค์การอุตุนิยมวิทยาโลกสู่ก้าวต่อไปที่ดีของกรมอุตุนิยมวิทยา” ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการมูลนิธิภัยพิบัติแห่งชาติ อดีตอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า ปีนี้มีความเป็นห่วงประชาชนในภาคอีสานถึงภาวะภัยแล้งที่กำลังเกิดขึ้น เนื่องจากอากาศที่ร้อนและฝนที่มาช้ากว่าปกติ จะทำให้การทำเกษตรกรรมที่ต้องใช้น้ำมากอย่างข้าวต้องประสบกับปัญหา ดังนั้น ควรงดการทำนาและให้ปลูกพืชผลที่ใช้น้ำน้อยแทน และยืนยันว่าปีนี้น้ำไม่ท่วมประเทศไทยอย่างแน่นอน ดร.สงกรานต์ อักษร รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ฝ่ายวิชาการ เปิดเผยว่า ช่วงนี้ประเทศไทยเข้าสู่หน้าร้อนและจะมีอุณภูมิสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอากาศจะร้อนสูงถึง 40-41 องศาในเวลากลางวันของเดือนเมษายนนี้ และจะร้อนต่อเนื่องไปถึงเดือนพฤษภาคม และต่อจากนั้น จะเริ่มเข้าสู่หน้าฝนซึ่งนับว่ามาช้ากว่าทุกปี แต่จะยังมีปริมาณฝนน้อยและมีฝนทิ้งช่วงสลับไปจนถึงปลายเดือนมิถุนายน สำหรับสภาพอากาศที่ร้อนตอนบนของประเทศจะร้อนกว่าตอนใต้เนื่องจากพื้นที่ภาคใต้มีลมทะเลพัดผ่าน อย่างไรก็ตาม อยากฝากไปยังประชาชนที่อาศัยนอกเขตชลประทานที่ประสบภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำจากฝนในขณะนี้ ให้ใช้น้ำอย่างประหยัดและเหมาะสม ต้องมีการบริหารจัดการน้ำที่ดีเพื่อให้มีน้ำใช้ในหน้าแล้งอย่างเพียงพอจนกว่าจะเข้าสู่ฤดูฝนในปีนี้ และให้ดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่อากาศร้อนโดยเฉพาะช่วงกลางวันที่อุณหภูมิสูงอาจจะมีผลกระทบต่อสุขภาพได้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อุตุฯ เผย ปีนี้ ร้อนสุด 41 องศา ในเดือนเมษายน