เนคเทค สวทช. จับมือกรมควบคุมโรคพัฒนาโปรแกรมสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคไข้เลือดออกเชิงรุก นำร่องใช้งานที่นนทบุรีก่อนขยายไปทั่วประเทศ ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวย การสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดเผยว่า สวทช. ได้ลงนามความร่วมมือกับกรม ควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสร้างความเข้มแข็งด้านงานระบาดวิทยาและการเฝ้าระวังควบคุมโรคติดต่อที่สำคัญ โดยนำร่องด้วย “โครงการพัฒนาระบบสาร สนเทศ เพื่อสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคไข้เลือดออกเชิงรุก” ซึ่งดําเนินการร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค สวทช. ทั้งนี้โครงการนำร่องดังกล่าวประกอบด้วยระบบสำรวจลูกน้ำยุงลายด้วยแท็บเล็ตระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ หรือโปรแกรม DMLS เพื่ออำนวยความสะดวกในการบันทึกข้อมูลการสำรวจฯ และได้ มาซึ่งดัชนีทางกีฏวิทยาทันทีหลังเสร็จสิ้นการสำรวจฯ มีระบบติดตามและแจ้งเตือนสถานการณ์การระบาดของโรคไข้เลือดออก หรือ DMAS เพื่อรายงานสถานการณ์และกระจายข่าวสารแก่ผู้รับผิดชอบในลักษณะใกล้เคียงกับเวลาปัจจุบัน และระบบรายงาน โรคไข้เลือดออก และการสำรวจลูกน้ำยุงลายเชิงวิเคราะห์ หรือ DMAR เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจในมุมมองต่าง ๆ สำหรับโปรแกรม DMLS ระยะที่ 1 ปัจจุบันเริ่มดําเนินการไปแล้วประมาณ 70 % โดยทดสอบภาคสนามที่จังหวัดนนทบุรี พบว่าใช้ประโยชน์ได้จริง และจะขยายผลโดยความร่วมมือกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี ที่เป็นจังหวัดแรกในการใช้ระบบสำรวจนี้ ส่วนการดําเนินงานในระยะต่อไป จะมีการนำข้อมูลไปสู่ระบบการแจ้งเตือน วิเคราะห์และทำนายการเกิดโรคได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำขึ้น คาดว่าภายในปี 2558 จะสามารถใช้งานทั้ง 3 โปรแกรมนี้ได้ ในจังหวัดนำร่องคือนนทบุรี ก่อนขยายไปสู่กรุงเทพฯ ปทุมธานี และพระนครศรีอยุธา รวมถึงพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศต่อไป.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เนคเทคพัฒนาโปรแกรม หนุนเฝ้าระวังไข้เลือดออก
เดือน: พฤษภาคม 2014
-

เนคเทคพัฒนาโปรแกรม หนุนเฝ้าระวังไข้เลือดออก
-

เมื่อวินโดว์สหมดอายุ – 1001
สวัสดีครับทราบไหมครับว่าซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ก็มีวันหมดอายุเหมือนกับอาหารหรือยาเช่นกัน คำว่าหมดอายุของซอฟต์แวร์ไม่ได้แปลว่าซอฟต์แวร์ดังกล่าวนั้นเสียแล้วนะครับแต่จะหมายถึงการที่ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ดังกล่าวหยุดให้บริการบำรุงรักษาหรือให้คำแนะนำหรือการช่วยเหลือต่าง ๆ เกี่ยวกับซอฟต์แวร์นั้นและจะไม่มีการปรับปรุงซอฟต์แวร์ดังกล่าวเพิ่ม เติมอีกต่อไป ฟังดูอาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ใช่ไหมครับ ? อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมามีซอฟต์แวร์ที่สำคัญมากตัวหนึ่งได้หมดอายุลง ซอฟต์แวร์ดังกล่าวก็คือวินโดว์สเอ็กซ์พี (Windows XP) นั่นเอง ใช่แล้วครับวินโดว์สที่มีฉากหลังเป็นทุ่งหญ้าสีเขียวที่เราคุ้นเคยกันมานานและผมเชื่อว่ายังมีหลาย ๆ ท่านที่ใช้วินโดว์สดังกล่าวอยู่ ณ ปัจจุบัน การบำรุงรักษาซอฟต์แวร์นั้นประกอบด้วย 2 ส่วนหลักส่วนแรกก็คือ การให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการใช้งานหรือการติดตั้งซึ่งรวมถึงบริการแบบพิเศษที่บริษัทคิดค่าบริการและบริการทั่วไปที่มาพร้อมกับซอฟต์แวร์อยู่แล้ว อีกส่วนก็คือการแก้ไขปรับปรุงซอฟต์แวร์ทั้งส่วนที่เป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดของซอฟต์แวร์หรือการปรับปรุงเพิ่มความสามารถต่าง ๆ ของซอฟต์แวร์ สำหรับวินโดว์สเอ็กซ์พีนั้น การบำรุงรักษาของวินโดว์สเอ็กซ์พีที่เราใช้กันประจำก็คือการอัพเดทวินโดว์สนั่นเอง หลาย ๆ ท่านคงจำได้กับการที่เราสั่งปิดเครื่องที่ใช้วินโดว์สเอ็กซ์พีแล้วมันร้องบอกเราว่า มีการอัพเดทและให้เรารอจนกระทั่งการอัพเดทนั้นเสร็จสิ้นเสียก่อนถึงจะยอมปิดเครื่องให้เรา นั่นแหละครับคือ การบำรุงรักษาซอฟต์แวร์วินโดว์สเอ็กซ์พีและการที่วินโดว์สเอ็กซ์พีหมดอายุลงนั้นมันก็หมายความว่าบริษัทไมโครซอฟท์ตั้งใจที่จะไม่บำรุงรักษาหรือปล่อยอัพเดทใหม่ ๆ อีก บริษัทไมโครซอฟท์นั้นได้เริ่มขายวิน โดว์สเอ็กซ์พีมาตั้งแต่ปลายปี 2544 จนถึงวันนี้ก็เกือบจะ 13 ปีแล้ว โดยบริษัทได้หยุดขายวินโดว์สเอ็กซ์พีทั้งหมดเมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว ในช่วงที่ผ่านมาไมโครซอฟท์ได้สร้างวินโดว์สรุ่นใหม่ขึ้นมาอีกหลายรุ่น (เช่น วินโดว์สวิสต้า, วินโดว์ส 7 และ วินโดว์ส 8) โดยที่ไมโครซอฟท์เองนั้นก็ได้ให้คำแนะนำว่าควรจะเลิกใช้วินโดว์สเอ็กซ์พีและเปลี่ยนไปใช้วินโดว์สรุ่นที่ใหม่กว่าแทน พร้อมทั้งได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้ทราบมากว่าหลายปีแล้ว ตรงนี้ต้องแจ้งไว้ก่อนว่า บริษัทไมโครซอฟท์นั้นสร้างกำไรจากการขายซอฟต์แวร์วินโดว์สนั่นเอง การให้ผู้ใช้เปลี่ยนรุ่นของวินโดว์สนั้นก็จะเป็นการสร้างรายได้เพิ่มให้กับบริษัทอีกทางหนึ่ง และการที่บริษัทไมโครซอฟท์นั้นต้องทำการบำรุงรักษาซอฟต์แวร์ที่สร้างขึ้นเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วซึ่งออกแบบมาสำหรับเทคโนโลยีและสภาพแวดล้อมของอดีตนั้นก็เป็นรายจ่ายที่มากพอควรอยู่ ดังนั้นการหยุดให้บริการดังกล่าวก็ฟังดูเป็นเรื่องปกติธรรมดาของบริษัท ปัญหาอยู่ที่ว่า ยังมีคนอีกหลายคนที่จำเป็นต้องใช้วินโดว์สเอ็กซ์พีนั่นเองครับ ตรงนี้รวมถึงผู้ที่ไม่ต้องการที่จะเปลี่ยนไปใช้วินโดว์สรุ่นอื่นด้วยเหตุผลต่าง ๆ กันไป สำหรับตัวผมเองนั้นก็มีปัญหาอยู่ที่ว่ามีซอฟต์แวร์หลาย ๆ ตัวที่ยังต้องใช้อยู่ที่ไม่สามารถทำงานได้บนวินโดว์สเอ็กซ์พีเท่านั้น นอกจากนี้ต้องบอกว่าวินโดว์สเอ็กซ์พีนั้นเป็นวินโดว์สที่ได้รับความนิยมมากและได้มีการนำไปใช้สร้างเป็นอุปกรณ์ต่าง ๆ มากมาย ตัวอย่างเช่น เครื่องเอทีเอ็ม ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ หลาย ๆ เครื่องก็ใช้วินโดว์สเอ็กซ์พี การหมดอายุของวินโดว์สเอ็กซ์พีนั้น ส่งผลกระทบหลักต่อผู้ที่ยังใช้วินโดว์สเอ็กซ์พี อยู่มากครับ ถึงแม้ว่าเราอาจจะรู้สึกว่าวินโดว์สอัพเดทนั้นไม่ได้ทำอะไรให้เราเลย แต่จริง ๆ แล้วมันมีความสำคัญมาก ซอฟต์แวร์ต่าง ๆ นั้นย่อมที่จะมีความผิดพลาดหรือที่เรียกกันว่าบั๊กอยู่มากมาย บั๊กต่าง ๆ เหล่านี้บางอันก็เป็นแค่เรื่องกวนใจหรือแค่ทำให้ซอฟต์แวร์ของเราทำงาน ผิดพลาดบ้างในบางครั้ง แต่บั๊กบางตัวนั้นมีผลต่อความปลอดภัยของระบบและอาจจะเป็นช่องโหว่ให้ผู้ไม่ประสงค์ดีเข้ามาล้วงเอาข้อมูลหรือแอบฝังโปรแกรมต่าง ๆ มาในเครื่องเราก็เป็นได้ โดยปกติแล้วบั๊กเหล่านี้จะถูกค้นพบอยู่เรื่อย ๆและผู้สร้างซอฟต์แวร์ก็จะทำการออกอัพเดทมาเพื่อปิดรูรั่วต่าง ๆ เหล่านั้น และนี่ก็คือสิ่งที่วินโดว์สอัพเดททำให้เราอยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อวินโดว์สเอ็กซ์พีนั้นหมดอายุลงแล้ววินโดว์สเอ็กซ์พีก็จะไม่ได้รับการอัพเดทอีกต่อไป จุดที่น่ากังวลเป็นพิเศษตรงนี้ก็คือวินโดว์สรุ่นที่ใหม่กว่านั้นยังคงมีการอัพเดทอยู่ซึ่งทุกครั้งที่มีการอัพเดทวินโดว์สรุ่นที่ใหม่กว่านั้นผู้ไม่ประสงค์ดีก็จะพยายามศึกษาว่าการอัพเดทนั้นซ่อมแซมปิดช่องโหว่ใดบ้างและนำช่องโหว่ดังกล่าวไปทดลองใช้ดูในวินโดว์สเอ็กซ์พีซึ่งไม่ได้รับการอัพเดท บางครั้งช่องโหว่ดังกล่าวนั้นก็จะมีอยู่เช่นกันในวินโดว์สเอ็กซ์พีปัญหาสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือเมื่อวินโดว์สเอ็กซ์พีหมดอายุลง ซอฟต์แวร์หลาย ๆ ตัวก็เลิกที่จะให้บริการรุ่นสำหรับวินโดวส์เอ็กซ์พีด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยต่าง ๆ แล้วเราจะทำอย่างไรดี? สิ่งแรกที่ต้องคิดก็คือ เราสามารถเปลี่ยนไปใช้วินโดว์สรุ่นใหม่ได้หรือไม่ หรือเปลี่ยนไปใช้ระบบปฏิบัติการอื่น ๆ ไปเลย ถ้าทำไม่ได้ สิ่งที่ต้องทำถัดมาก็คือ การที่เราต้องระแวดระวังการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ดังกล่าวให้มากขึ้น การใช้อินเทอร์เน็ตต้องทำด้วยความระมัดระวัง ไม่เข้าเว็บไซต์แปลก ๆ หรือเปิดโปรแกรมที่ไม่เคยใช้งานมาก่อน หรือถ้าให้ดีก็คือการแยกเครื่องดังกล่าวออกจากระบบเครือข่าย ไปเลยและทำการติดตั้งซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยที่ยังคงรองรับวินโดว์สเอ็กซ์พีอยู่สำหรับผมเองนั้น เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ยังลงวินโดว์สเอ็กซ์พีเพื่อใช้งานซอฟต์แวร์บางตัวนั้นถูกแยกออกมาไม่ให้ใช้อินเทอร์เน็ตแล้วและไม่ได้ทำงานอื่นใดบนเครื่องดังกล่าว นอกจากนี้สำหรับองค์กรที่มีขนาดใหญ่นั้นยังมีทางเลือกอีกทางก็คือ การขอซื้อบริการเพิ่มเติมพิเศษจากไมโครซอฟท์โดยตรงซึ่งจะมีราคาสูงมากแต่ก็มีบริษัทใหญ่หลายบริษัทที่จำเป็นต้องใช้วินโดว์สเอ็กซ์พีอยู่ได้เลือกไป อย่างไรก็ตาม ทางออกระยะยาวก็คือการวางแผนการปรับปรุงเกี่ยวกับการหมดอายุของระบบปฏิบัติการต่าง ๆ ที่ใช้อยู่นั่นเอง เพราะถึงแม้เราเปลี่ยนไปใช้วินโดว์สรุ่นใหม่ ๆ หรือเปลี่ยนไปใช้ระบบปฏิบัติการอื่น อย่างไรก็ตามในอนาคตระบบปฏิบัติการนั้นก็จะหมดอายุลงแน่นอน สำหรับวินโดว์สนั้นเราสามารถตรวจสอบวัน หมดอายุของรุ่นต่าง ๆ ได้ที่ http://windows.microsoft.com/en-us/windows/lifecycle แล้วพบกันใหม่ครับ นัทที นิภานันท์ (nattee.n@chula.ac.th) ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เมื่อวินโดว์สหมดอายุ – 1001 -

สศค.จัดเก็บรายได้ปี 57 ต่ำเป้าแสนล้าน
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ การเก็บรายได้ปีงบประมาณ 57 ที่ สศค. คาดว่าจะต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 100,000 ล้านบาท จากเป้าหมายตามเอกสารงบประมาณ 2.27 ล้านล้านบาทนั้น เชื่อว่าไม่กระทบกับการเบิกจ่ายของประเทศ เพราะการใช้จ่ายของประเทศทั้งหมด 2.52 ล้านล้านบาท เมื่อคิดว่าเบิกจ่ายได้เต็มที่เหมือนทุกปีที่ผ่านอยู่ที่ 90% เท่ากับว่า มีงบประมาณรายจ่ายอีก 10% หรือ 252,000 ล้านบาท ที่เบิกจ่ายไม่ทัน ซึ่งมากกว่ารายได้ที่เก็บได้ต่ำกว่าเป้าหมายอยู่มาก รวมถึงการเบิกจ่ายงบประมาณปี 57 คาดว่าจะได้ต่ำกว่าทุกปีที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นรัฐบาลรักษาการ ทำให้โครงลงทุนหลายโครงการเบิกจ่ายไม่ได้ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เศรษฐกิจของประเทศชะลอตัวอย่างรุนแรง “การเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าหมายไม่น่าเป็นห่วง เพราะไม่ได้มาจากปัญหาประสิทธิภาพการจัดเก็บของหน่วยงานต่างๆ แต่มาจากปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นพิเศษ ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ต่ำกว่าเป้าหมายที่คาดไว้ ซึ่งตอนทำงบประมาณปี 57 เมื่อตอนต้นปี 56 ยังไม่มีปัญหาการเมือง หน่วยงานทางเศรษฐกิจ ทั้งกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประเมินว่าเศรษฐกิจปี 57 จะขยายตัวได้ไม่น้อยกว่า 4.5% ต่อปี แต่ตอนนี้มีการประมาณการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวได้ 2-3% ต่อปีเท่านั้น” อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ของ สศค. ติดตามภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศ และภายนอกประเทศ โดยเฉพาะเศรษฐกิจของประเทศจีน ที่จะมีนโยบายให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจเป็นไปอย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น และอาจจะส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจไทยเพิ่มขึ้น ทำให้การเก็บรายได้ของประเทศต่ำกว่าเป้าหมายเพิ่มขึ้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สศค.จัดเก็บรายได้ปี 57 ต่ำเป้าแสนล้าน