นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ขณะนี้ กรมสรรพสามิต ประเมินว่า ในช่วงเทศกาลแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ครั้งที่ 20 ที่จัดขึ้นที่ประเทศบราซิล ระหว่างวันที่ 12 มิ.ย.–13 ก.ค.57 จะส่งผลให้ประชาชนเกิดการบริโภคสินค้า ที่มีแอลกอฮอล์ และไม่มีแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น เนื่องจากเทศกาลดังกล่าว ประชาชนส่วนใหญ่จะให้ความสนใจที่จะรวมกลุ่มสังสรรค์ในการดูกีฬา โดยกรมฯ คาดว่าสามารถจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 1,000 ล้านบาทนอกจากนี้ กรมฯ ยังได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ เตรียมพร้อมกวดขันสินค้าที่หลีกเลี่ยงภาษี ตามแหล่งสถานบริการ เช่น ผับ บาร์ รวมทั้ง แหล่งชุมชนและพื้นที่เป้าหมายอื่นๆ โดยเฉพาะสุราและยาสูบเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันและปราบปรามสุราเถื่อน บุหรี่เถื่อน เนื่องจากใกล้เข้าเทศกาลดังกล่าว ประชาชนส่วนใหญ่จะมีแนวโน้มการบริโภคสุรายาสูบเพิ่มขึ้น ถือเป็นมาตรการเชิงรุกในการปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตและจูงใจผู้ที่อยู่นอกระบบให้เข้ามาสู่ระบบภาษี รวมถึง เป็นมาตรการเสริมในการดูแลสุขภาพของผู้บริโภคให้บริโภคสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากการบริโภคบุหรี่และสุราที่หลีกเลี่ยงภาษีจะเป็นอันตรายและส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าบุหรี่และสุราโดยทั่วไป“ที่ผ่านมา กรมสรรพสามิตได้จัดทำแผนเฉพาะกิจปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตช่วงที่มีเทศกาลสำคัญ ๆ โดยสั่งการให้สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ทั่วประเทศกวดขันร้านค้าที่จำหน่ายสุราให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากฝ่าฝืนให้ดำเนินการอย่างเฉียบขาดในการเปรียบเทียบปรับหรือพักใช้ใบอนุญาตทันที ส่วนกรณีที่เป็นเอเย่นต์หรือตัวแทนจำหน่ายเมื่อกระทำผิด สรรพสามิตพื้นที่จะดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาต และแจ้งการเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าวให้โรงงานยาสูบทราบเพื่อดำเนินการเพิกถอนการเป็นเอเย่นต์หรือตัวแทนจำหน่ายต่อไป”อย่างไรก็ตาม หากประชาชนท่านใดทราบเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับสินค้าที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต สามารถแจ้งโดยตรงได้ที่กรมสรรพสามิต หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ทุกแห่งทั่วประเทศ หรือ คอลเซ็นเตอร์ 1713 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือที่ www.excise.go.th หรือแจ้งที่ตู้ ป.ณ. 10 เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300 ซึ่งกรมสรรพสามิตจะปกปิดข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสเป็นความลับ และมอบสินบนนำจับให้ภายหลังจากคดีเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อานิสงส์บอลโลกดันเก็บรายได้ 1,000 ล้านบาท
เดือน: พฤษภาคม 2014
-

อานิสงส์บอลโลกดันเก็บรายได้ 1,000 ล้านบาท
-

เอสเอ็มอีบุกลงทุนเพื่อนบ้าน
นายศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล ประธานสถาบันวิสาหกิจอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มไอ) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า เตรียมสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย รวมกลุ่มเพื่อไปหาพันธมิตรทางการค้า และการลงทุน กับกลุ่มผู้ประกอบการในอาเซียน เพื่อขยายตลาดการค้าให้ใหญ่ขึ้น รวมทั้งรองรับสินค้าไทยในภาวะที่ตลาดภายในประเทศหดตัว รวมทั้งจะส่งเสริมให้เอสเอ็มอีในกลุ่มคลัสเตอร์เดียวกันไปหารือกับผู้ประกอบการขนาดใหญ่ทั้ง 42 กลุ่ม ใน ส.อ.ท. เพื่อประสานความร่วมมือทางธุรกิจ ช่วยให้เอสเอ็มอีมีความเข้มแข็งมากขึ้น“ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ส่วนใหญ่ต่างคนต่างอยู่ขาดการร่วมมือทำงาน ทำให้ขาดความเข็มแข็ง และต่อสู้กับคู่แข่งในกลุ่มเออีซีได้ยาก ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เอสเอ็มอีในกลุ่มธุรกิจที่ใกล้เคียงกันจะต้องประสานความรร่วมมือในการผลิต และการตลาดให้มากขึ้น”ทั้งนี้ หลังจากตั้งคณะกรรมการสถาบันเอสเอ็มไอทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว จะไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเอสเอ็มอีทั้งหมด เช่น สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงแรงงาน เป็นต้น เพื่อร่วมกันจัดทำแผนในการส่งเสริมเอสเอ็มอีออกไปเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในประเทศเพื่อนบ้านนอกจากนี้ หากจัดตั้งรัฐบาลใหม่เสร็จ จะเข้าไปหารือเพื่อให้รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือด้านการเงิน ออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับเอสเอ็มอีเร็วที่สุด เพื่อเยียวยาเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการเมิองให้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งที่ผ่านมากลุ่มเอสเอ็มอีต้องจ่ายอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าผู้ประกอบการขนาดใหญ่ ทำให้ยิ่งเสียเปรียบด้านการแข่งขัน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอสเอ็มอีบุกลงทุนเพื่อนบ้าน -

นักท่องเที่ยวแซมบ้าเที่ยวไทยพุ่ง
นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มละตินอเมริกา โดยเฉพาะจากประเทศบราซิลและอาร์เจนตินา เริ่มมาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้น โดยเติบโต 20% จากปี 55 เนื่องจากมีพื้นฐานเศรษฐกิจดีขึ้น ขณะเดียวกันยังได้รับแรงหนุนจากการเป็นเจ้าภาพมหกรรมฟุตบอลโลก ในเดือน มิ.ย.นี้ ทำให้ประชากรมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น และสามารถไปเที่ยวต่างประเทศได้ ดังนั้นจึงคาดว่าภายในอีก 2 ปี กลุ่มนี้จะมาไทยแตะหลัก 100,000 คนได้อย่างแน่นอน จากปัจจุบันที่อยู่ที่ 57,000 คน ต่อปีทั้งนี้ เมื่อปลายเดือน เม.ย ททท.ได้เดินทางเข้าร่วมสังเกตการณ์ในงานเวิลด์ ทราเวล มาร์เก็ต ละตินอเมริกา ที่เมืองเซาเปาโล ในบราซิล เพื่อทำการวิเคราะห์ตลาด และ จับกลยุทธ์ดึงนักท่องเที่ยว โดยพบว่า กลุ่มนี้มีศักยภาพเนื่องจากเป็นกลุ่มไฮเอนด์ที่มีการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวสูง รวมถึงยังเป็นกลุ่มที่นิยมมาเที่ยวในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว(โลว์ซีซั่น) ของไทยด้วย จึงมองว่าจะเป็นตลาดเสริมในช่วงที่นักท่องเที่ยวจากตลาดหลักลดลงได้“ตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่ม ละตินอเมริกา ถือว่า การเดินทางจัดว่าอยู่ในเส้นทางระยะไกล จึงต้องใช้ระยะเวลาพำนักนานเพื่อให้คุ้มค่าการเดินทาง ดังนั้น คนที่จะเดินทางมาส่วนใหญ่จึงมีฐานะดีและมีเวลาท่องเที่ยว โดยการมาแต่ละครั้งก็จะเลือกจุดหมายที่หลากหลายทั้ง กรุงเทพฯ เชียงใหม่ เกาะสมุย กระบี่ เพราะแม้ว่าบราซิลจะมีชายทะเล แต่บางฤดูกาลเป็นทะเลน้ำเย็นไม่สามารถเล่นได้ทั้งปี ขณะที่ไทยมีชื่อเสียงเรื่องทะเลที่สวยงามและเล่นได้ตลอดปี”ด้านนางพรทิพย์ หิรัญเกตุ รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) และกรรมการผู้จัดการบริษัทเดสติเนชั่น เอเชีย ประเทศไทย กล่าวว่า จุดแข็งของตลาดละตินอเมริกาคือ ไม่หวั่นไหวต่อสถานการณ์การเมืองในประเทศไทย โดยในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ลูกค้าทัวร์ที่จองโปรแกรมเข้ามาแล้วไม่ได้ยกเลิกการเดินทางเลย และด้วยเทรนด์ที่เติบโตทำให้บริษัทเพิ่มเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลตลาดนี้โดยเฉพาะแล้ว คาดว่าในปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มไม่ต่ำกว่า 10-15% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มไฮเอนด์ เน้นการเดินทางและที่พักระดับหรูหรา 5 ดาวขึ้นไป อาทิ ที่ผ่านมาเคยมีชาวบราซิลเดินทางมาเป็นคู่และใช้จ่ายเงินเฉพาะจองโรงแรม 5 ดาวและทัวร์หลายแสนบาทต่อทริปนอกจากนี้ ด้วยระยะเวลาพำนักเฉลี่ย 10-14 วันต่อครั้ง ทำให้นักท่องเที่ยวละตินจะเลือกจุดหมายที่หลากหลาย ช่วยกระจายรายได้ด้านท่องเที่ยวให้อย่างทั่วถึง โดยรูปแบบที่นิยมคือมักจะเดินทางมาที่กรุงเทพฯ และต่อด้วยการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เชียงใหม่ และไปจบที่จุดหมายหาดทรายชายทะเลภาคใต้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : นักท่องเที่ยวแซมบ้าเที่ยวไทยพุ่ง