เมื่อวันที่ 31พ.ค.57รายงานข่าวจากผู้ค้าส่งสลากกินแบ่งรัฐบาล(ล็อตเตอรี่)เปิดเผยว่า บรรยากาศการซื้อขายล็อตเตอรี่งวดวันที่ 1มิ.ย.นี้ไม่ค่อยคึกคักเท่าที่ควรเนื่องจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้าล็อตเตอรี่ได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัยทั้งการเปิดเทอมของนักเรียนทำให้ผู้ปกครองไม่เกิดการใช้จ่ายรวมทั้ง สถานการณ์ทางการเมืองที่ปิดการจราจรในหลายพื้นที่ก่อนจะประกาศยึดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)เมื่อวันที่ 22พ.ค.ที่ผ่านมาและการประกาศเคอร์ฟิวส่งผลให้เหล่าบรรดาเซียนหวยที่ต้องการเสี่ยงโชคออกมาเลือกซื้อล็อตเตอรี่ค่อนข้างลำบากและบางตาทำให้ราคาขายส่งเปิดอยู่ที่ใบละ89 บาทแต่พอใกล้วันออกรางวัลราคาปรับลดลงอยู่ที่ใบละ87 บาททำให้ราคาขายปลีกเฉลี่ยอยู่ที่ใบละ90-95 บาท”แม้คสช.จะมีคำสั่งให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยกระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพิ่มมาตรการและความเข้มข้นในการกำกับดูแลมิให้มีการเล่นการพนันที่ผิดกฎหมายทุกประการในพื้นที่รับผิดชอบโดยเฉพาะบ่อนการพนัน ตู้ม้าสลากกินรวบ ฯลฯแต่ก็ไม่ได้ช่วยให้เกิดการซื้อขายล็อตเตอรี่มากนักเพราะการออกรางวัลสลากฯวันที่ 1มิ.ย.ตรงกับวันอาทิตย์ทำให้เหล่าเซียนหวยไม่มีการเดินทางออกมาซื้อ”สำหรับเลขเด็ดงวดวันที่1 มิ.ย.นี้บรรดาเซียนหวยนิยมซื้อกันมากและขายดีเป็นพิเศษส่วนกลุ่มเลขมงคลที่เกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระชนมายุ 87และการราชาภิเษกสมรสครบ64 ปี และ 2493ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถรวมถึงเลขทะเบียนรถยนต์พระที่นั่งพระราชพิธีฉัตรมงคล3901, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี พระชนมายุ59 และปีพ.ศ.2498,พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ29 เม.ย.2548นอกจากนี้ยังมีเลขที่เกี่ยวข้องกับวันครบรอบและเหตุการณ์สำคัญทั้งเลขอายุหลวงปู่สุภา119 เลขอายุงานของน.ส.ยิ่งลักษณ์ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม292 โดยเฉพาะเลขวันรัฐประหาร522 และ 100ปี ปฏิวัติ 2457ที่ขายดีเป็นพิเศษเพราะเหล่าบรรดาเซียนหวยเชื่อว่าจะออกในตัวเลขดังกล่าวทำให้ถูกเลือกซื้อจากแผงล็อตเตอรี่จนหมดเกลี้ยงรวมถึงเลขเบิ้ล 11,33, 44, 77 มีราคาเฉลี่ยสูงอยู่ที่ใบละ130-140 บาททั้งนี้การออกรางวัลสัญจรของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลวันที่ 1 มิ.ย.นี้จะเดินทางไปออกรางวัลที่จ.กาญจนบุรีโดยประชาชนเข้าร่วมชมการออกรางวัลเพื่อพิสูจน์ความโปร่งใสด้วยตัวเองณ ห้องไพลิน คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์โรงแรมเฟลิกซ์ ริเวอร์แควรีสอร์ท กาญจนบุรี ตั้งแต่เวลา14.30 น.เป็นต้นไปโดยต้องนำบัตรประจำตัวประชาชนไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ด้วยหรือสามารถติดตามชมการถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยเอ็นบีที ตั้งแต่เวลา15.00-16.00 น.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บรรยากาศซื้อล็อตเตอรี่เงียบเหงา
เดือน: พฤษภาคม 2014
-

บรรยากาศซื้อล็อตเตอรี่เงียบเหงา
-

เล็งเสนอแผนสร้างรถไฟทางคู่-รถไฟฟ้าหลากสี
นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า การประชุมร่วมกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในวันที่ 31 พ.ค.นี้จะขอความชัดเจนเรื่องการปรับแบบก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต เพื่อรองรับรถไฟความเร็วสูง(ไฮสปีดเทรน) เพราะปัจจุบันผู้รับเหมาก่อสร้างยังไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างได้อย่างเต็มที่ เพราะต้องรอให้มีการอนุมัติปรับแบบให้แล้วเสร็จก่อน หากดำเนินการล่าช้าก็จะส่งผลกระทบถึงระยะเวลาการแล้วเสร็จที่กำหนดไว้ในสัญญาการก่อสร้างด้วย ส่วน คสช.จะดำเนินโครงการการก่อสร้างรถไฟทางคู่ถือเป็นเรื่องดี เพราะช่วยพัฒนาประสิทธิภาพบริการประชาชนให้ดียิ่งขึ้น หลังจากรถไฟไทยไม่ได้พัฒนามานาน และไม่สามารถนำเงินจาก พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทมาพัฒนาโครงการต่อไปได้ ส่วนแนวทางจะมีความชัดเจนแค่ไหนคงต้องรอฟังการประชุมร่วมระหว่างหัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจกับ คสช. นายประภัสร์กล่าวว่า ที่ผ่านมาการกำหนดแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของไทยยังขาดความเข้าใจอยู่ โดยเฉพาะสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) เช่น กรณีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ที่นำเรื่องของการจัดหาระบบรถไฟฟ้าไปผูกไว้กับช่วงบางซื่อ-รังสิต ดังนั้นเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจึงไม่สามารถเปิดให้บริการได้ เพราะต้องรอให้ช่วงบางซื่อ-รังสิตก่อสร้างเสร็จก่อน ซึ่งอาจต้องใช้เวลาอีก 4-5 ปี จึงสามารถเปิดให้บริการได้ ทำให้ ร.ฟ.ท.ต้องสูญเสียงบประมาณบำรุงรักษาโครงสร้างช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน มูลค่ามหาศาล “การนำระบบของช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ไปผูกไว้กับช่วงบางซื่อ-รังสิต ถือว่าตลกมาก และเป็นการมองระบบราชไทยที่ดีเกินไปทำให้ต้องมีค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมากในการบำรุงรักษาโครงสร้างที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว และยังไม่แน่ว่าเมื่อช่วงบางซื่อ-รังสิตก่อสร้างเสร็จจะต้องใช้งบประมาณอีกเท่าไรสำหรับซ่อมบำรุงช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชันให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์เหมือนในปัจจุบัน” นายพีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล รองผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) กล่าวว่า รฟม.ขอรอดูการประชุมร่วมกับ คสช.ก่อนว่าจะเป็นไปในแนวทางไหน จากนั้นจึงเสนอโครงการเร่งด่วนให้พิจารณา คือ รถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี วงเงินประมาณ 5.8 หมื่นล้านบาท รถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี วงเงินประมาณ 8.5 หมื่นล้านบาท รวมถึงรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต วงเงินประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท ที่ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนประกวดราคาก็จะต้องเสนอขออนุมัติในขั้นตอนต่อไปด้วย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เล็งเสนอแผนสร้างรถไฟทางคู่-รถไฟฟ้าหลากสี -

เลือกซื้อเครื่องทำนํ้าอุ่น อย่าลืมสังเกตฉลาก – ไขปัญหาผู้บริโภค
การอาบนํ้าอุ่นสามารถช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายและสร้างความสดชื่นกระปรี้ กระเปร่าได้เป็นอย่างดี ประโยชน์ของการอาบ นํ้าอุ่นนั้นช่วยลดอาการปวดตะคริวและการเกร็งของกล้ามเนื้อ บรรเทาความปวดเมื่อยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต นํ้าอุ่นที่มีอุณหภูมิเหมาะสมซึ่งอยู่ในช่วงระหว่าง 35-45 องศาเซลเซียส จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตให้สูบฉีดไปทั่วร่างกาย โดยอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จะช่วยทำนํ้าเย็น ๆ ให้กลายเป็นนํ้าอุ่นอาบสบายก็คือเครื่องทำนํ้าอุ่นนั่นเอง สำหรับการใช้เครื่องทำนํ้าอุ่นอย่างถูกวิธีเพื่อความปลอดภัยและประหยัดพลังงานมีขั้นตอนดังนี้ 1. เลือกเครื่องทำนํ้าอุ่นให้เหมาะสมกับการใช้งานเป็นหลัก สำหรับบ้านทั่วไปเครื่องทำนํ้าอุ่นขนาดไม่เกิด 4,500 วัตต์ ก็จะช่วยให้ประหยัดไฟฟ้าได้ 2. เลือกใช้ฝักบัวชนิดประหยัดนํ้าเพราะสามารถประหยัดนํ้าได้ถึงร้อยละ 25-75 3. ไม่ตั้งอุณหภูมินํ้าให้สูงจนเกินไป (ปกติอยู่ในช่วง 35-45 องศาเซลเซียส) 4. เลือกใช้เครื่องทำนํ้าอุ่นที่มีถังนํ้าภายในตัวเครื่องและมีฉนวนหุ้ม เพราะสามารถลดการใช้พลังงานได้ร้อยละ 10-20 5. ปิดวาล์วนํ้าและสวิตช์ทันทีเมื่อเลิกใช้งาน 6. ควรหมั่นตรวจสอบการทำงานของเครื่องให้มีสภาพดีอยู่เสมอ 7. ติดตั้งสายดินเพื่อป้องกันอันตรายจากไฟรั่ว ไฟดูด ทั้งนี้ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากจึงออกประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลากเรื่องให้เครื่องทำนํ้าอุ่นไฟฟ้าและเครื่องทำนํ้าร้อนไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก โดยต้องระบุข้อความบนฉลาก ดังนี้…ชนิดที่มีเครื่องป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่วชนิดที่มีสายดินจะต้องระบุข้อแนะนำในการใช้ว่า “ต้องติดตั้งสายดินพร้อมติดตั้งเครื่องทำนํ้าอุ่นไฟฟ้าและเครื่องทำนํ้าร้อนไฟฟ้า” ส่วนชนิดที่ไม่มีเครื่องป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่วชนิดที่มีสายดินให้ระบุข้อแนะนำว่า “ต้องติดตั้งเครื่องป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่วชนิดที่มีสายดินและติดตั้งสาย ดินพร้อมติดตั้งเครื่องทำนํ้าอุ่นไฟฟ้าและเครื่องทำนํ้าร้อนไฟฟ้า” คำเตือนต้องติดไว้ด้านหน้าของตัวสินค้า โดยใช้เป็นตัวอักษรสีแดงที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวอักษรอื่น ชนิดที่มีเครื่องป้องกันอันตราย จากไฟฟ้ารั่วชนิดที่มีสายดินให้ระบุคำเตือนว่า “อันตรายถึงชีวิต ถ้าไม่ติดตั้งสายดิน” ขณะที่ชนิดที่ไม่มีเครื่องป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่วชนิดที่มีสายดินให้ระบุคำเตือนว่า “อันตรายถึงชีวิต ถ้าไม่ติดตั้งเครื่องป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่วชนิดที่มีสายดินและไม่ติดตั้งสายดิน” หากผู้ประกอบธุรกิจฝ่าฝืนไม่จัดทำฉลากดังกล่าวให้ถูกต้องตามกฎหมาย กรณีเป็นผู้จำหน่าย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีที่เป็นผู้ผลิต ผู้สั่ง หรือผู้นำเข้า ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากเป็นผู้บริโภค ถ้าเลือกซื้อสินค้าที่ไม่มีคุณภาพก็จะทำให้เกิดอันตรายกับตัวเองและครอบครัวได้เช่นกัน…
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เลือกซื้อเครื่องทำนํ้าอุ่น อย่าลืมสังเกตฉลาก – ไขปัญหาผู้บริโภค