นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย (ทีเอ็มบี) เปิดเผยว่า ธนาคารมีแผนลดสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 57 ตั้งเป้าหมายลดเอ็นพีแอลจาก 3.6% ให้เหลือไม่เกิน 3% ของสินเชื่อ แม้ช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจชะลอตัวอย่างมาก เนื่องจากผลกระทบทางการเมือง เมื่อเทียบกับปี 51 ที่มีเอ็นพีแอลสูงถึง 16%ทั้งนี้เอ็นพีแอลของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบอยู่ในระดับต่ำ 2% ของสินเชื่อทั้งหมด เนื่องจากทุกธนาคารระมัดระวังเรื่องหนี้เสียอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวเป็นเวลานาน ทำให้ผู้ประกอบการมีรายได้ลดลงปีปัญหาสภาพคล่อง ทำให้มีปัญหาชำระหนี้กับธนาคารพาณิชย์อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการประกาศกฎอัยการศึก น่าจะส่งผลดีกับเศรษฐกิจ เพราะที่ผ่านมาเศรษฐกิจมีปัญหาจากความไม่แน่นอนทางการเมืองที่มีแนวโน้มเกิดความรุนแรง ทำให้นักลงทุนและผู้บริโภคไม่มีความเชื่อมั่น แต่เมื่อมีกฎอัยการศึกความรุนแรงก็ยุติลง ทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจมากขึ้นด้านนายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ปัจจุบันยังไม่มีนักลงทุนรายไหนเข้ามาติดต่อซื้อหุ้นธนาคารทหารไทย ซึ่งกระทรวงการคลังยังมีนโยบายถือหุ้นธนาคารทหารไทยต่อไป เพราะเป็นธนาคารที่มีฐานะดีและแข็งแรง รวมทั้ง ยังไม่มีความจำเป็นใช้เงิน จึงไม่จำเป็นต้องขายหุ้นธนาคารทหารไทยให้กับนักลงทุนรายใหม่สำหรับธนาคารทหารไทย มีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 26.02% และธนาคารไอเอ็นจี กรุ๊ป ถือหุ้นใหญ่เป็นอันดับ 2 อยู่ที่ 25.12% ซึ่งกระทรวงการคลังมีเงื่อนไขกับไอเอ็นจีหากต้องการขายหุ้นจะต้องให้สิทธิไอเอ็นจีเป็นผู้ซื้อรายแรก หากไอเอ็นจีไม่สนใจถึงจะให้ผู้สนใจรายอื่นเข้ามาเสนอซื้อได้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทหารไทยเร่งคุมเอ็นพีแอล
เดือน: พฤษภาคม 2014
-

ทหารไทยเร่งคุมเอ็นพีแอล
-

แนะโชว์พาสปอร์ต มาสนามบินช่วงเคอร์ฟิว
นางระวีวรรณ เนตระคะเวสนะผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (ทอท.) กล่าวว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ประสานงานร่วมคสช.แล้วโดยท่าอากาศยานยังให้บริการตามปกติ แต่มีข้อกำหนดสำหรับผู้โดยสารขาออกที่ต้องเดินทางในช่วงเวลาเคอร์ฟิว22.00-05.00 น.ต้องแสดงพาสปอร์ต หรือแสดงกำหนดการเดินทางต่อเจ้าหน้าที่ทหารที่ประจำจุดตรวจต่างๆส่วนผู้โดยสารขาเข้าจะต้องแสดงบอร์ดดิ้งพาสให้เจ้าหน้าที่ดูซึ่งการปฏิบัติดังกล่าวจะใช้กับผู้โดยสารในทุกท่าอากาศยาน นอกจากนี้ ทอท. ยังได้จดบริการเดินทางโดยรถชัทเทิลบัสระหว่าง2 สนามบิน สุวรรณภูมิ-ดอนเมืองไว้ตามปกติ ส่วนรถแท็กซี่ติดสติกเกอร์สีส้มที่วิ่งให้บริการเฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิยังสามารถให้บริการได้ตามปกติ ขณะเดียวกันจะมีการตั้งศูนย์ชี้แจงข้อปฏิบัติแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่งเดินทางมาถึงด้วย นายเมฆินทร์เพร็ชพลาย กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. กล่าวว่า สำหรับผู้ที่มีอาการป่วยนั้นทางทอท.จะทำหนังสือรับรองการเดินทางผ่านท่าอากาศยานให้เพื่อให้สามารถส่งตัวผู้โดยสารไปยังโรงพยาบาลหรือกลับบ้านได้ตามปกตินอกจากนี้ ได้สั่งการให้ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมืองดูแลผู้โดยสารที่ไม่สามารถเดินทางในช่วงเวลาเคอร์ฟิวให้อยู่ภายในอาคารผู้โดยสารโดยทั้ง 2 สนามบินจะต้องจัดพื้นที่ให้ผู้โดยสารพักรอได้อย่างสะดวกด้วย ขณะที่ท่าอากาศยานดอนเมือง แจ้งว่าผู้โดยสารขาออกท่าอากาศยานดอนเมือง ขอให้เผื่อเวลาการเดินทางไปท่าอากาศยานสำหรับผู้โดยสารที่จะเดินทางออกโดยเที่ยวบินตั้งแต่เวลา 22.00 – 05.00 น.สามารถพักรอได้ที่ห้อง ซีไอพี 1-7 อาคาร 1 ท่าอากาศยานดอนเมืองซึ่งจะเปิดห้องให้บริการ 24 ช.ม. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ศูนย์ประสานงาน ด้าน บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ แจ้งว่า การให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงค์ ทุกสายวันที่ 22 พ.ค.57 จะเปิดให้บริการถึงเวลา21.00 น.เท่านั้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แนะโชว์พาสปอร์ต มาสนามบินช่วงเคอร์ฟิว -

ท่องเที่ยวเมินจ้างงาน เด็กจบใหม่ส่อเตะฝุ่น
นางพรทิพย์ หิรัญเกตุ รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยว่า นิสิตนักศึกษาที่จบใหม่ด้านสายท่องเที่ยวกว่า 50,000 คน โดยเฉพาะด้านการบริการโรงแรมอาจประสบปัญหาการว่างงาน หลังจากเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในประเทศชะลอตัวอย่างหนัก จนทำให้ธุรกิจโรงแรม และท่องเที่ยวต้องหันมาลดต้นทุน และลดการจ้างงานใหม่ ประกอบกับช่วงนี้ตรงกับนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) จึงมีการชะลอการจ้างงาน และรอไปจนกว่าจะถึงช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว(ไฮซีซั่น) ในปลายปีนี้ “ต้องยอมรับว่า กลยุทธ์หลักๆ ของเราที่จะช่วยบริหารธุรกิจในช่วงที่บ้านเมืองประสบปัญหา และเศรษฐกิจไม่ดี ก็คือ การบริหารจากภายใน ซึ่งปัจจัยที่จะทำได้ก็คือ การตัดงบประมาณในส่วนของฝ่ายบุคลากรลงไป โดยในกลุ่มสายอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ทั้ง อาชีพมัคคุเทศก์(ไกด์) คนขับรถทัวร์ และ พนักงานบริการในโรงแรม บอกได้เลยว่าอาจลำบากโดยเฉพาะพนักงานโรงแรมจะเป็นกลุ่มที่ไม่จ้างพนักงานเลย หรือหากจะมีการจ้างก็คงเป็นกลุ่มโรงแรมเปิดใหม่ แต่ก็คงไม่เลือกเปิดในช่วงนี้” สำหรับแรงงานในภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีประมาณ 3 ล้านคน โดยปีที่ผ่านมา มีปัญหาเรื่องแรงงานขาดแคลนกว่า 300,000 คน แต่ในปีนี้เมื่อเกิดเหตุการณ์ทางการเมืองที่ยังไม่มีความแน่นอนและทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว ผู้ประกอบการจึงหยุดนโยบายการรับคนเพิ่มทันที
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ท่องเที่ยวเมินจ้างงาน เด็กจบใหม่ส่อเตะฝุ่น