วันที่ 30 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16:34 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 6 โดยเพิ่มขึ้นจากเดิม 50 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 19,950 บาท รับซื้อ 19,162.24 บาท ทองแท่งขายบาทละ 19,550 บาท รับซื้อ 19,450 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 6 ขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,950 บาท รับซื้อ 19,162.24 บาท ทองแท่งขาย 19,550 บาท รับซื้อ 19,450 บาท เวลา 16:34 น.ราคาทองคำปรับครั้งที่ 5 ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,900 บาท รับซื้อ 19,116.76 บาท ทองแท่งขาย 19,500 บาท รับซื้อ 19,400 บาท เวลา 16:17 น.ราคาทองคำปรับครั้งที่ 4 ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,950 บาท รับซื้อ 19,162.24 บาท ทองแท่งขาย 19,550 บาท รับซื้อ 19,450 บาท เวลา 15:13 น.ราคาทองคำปรับครั้งที่ 3 ขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,000 บาท รับซื้อ 19,222.88 บาท ทองแท่งขาย 19,600 บาท รับซื้อ 19,500 บาท เวลา 14:43 น.ราคาทองคำปรับครั้งที่ 2 ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,950 บาท รับซื้อ 19,162.24 บาท ทองแท่งขาย 19,550 บาท รับซื้อ 19,450 บาท เวลา 11:28 น.ราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 ขึ้น 100 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,000 บาท รับซื้อ 19,222.88 บาท ทองแท่งขาย 19,600 บาท รับซื้อ 19,500 บาท เวลา 09:30 น.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทอง30พ.ค.57 ปรับครั้งที่6 รูปพรรณขาย19,950บาท
เดือน: พฤษภาคม 2014
-

ราคาทอง30พ.ค.57 ปรับครั้งที่6 รูปพรรณขาย19,950บาท
-

ธปท.คาดเศรษฐกิจไทยครึ่งหลังฟื้น
นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. มั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังจะฟื้นตัวได้อย่างแน่นอน โดยมีแรงขับเคลื่อนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยเฉพาะมาตรการเร่งการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 57 ของภาครัฐ การเดินหน้าจ่ายเงินให้กับชาวนาในโครงการรับจำนำข้าว รวมทั้งการเดินหน้าอนุมัติโครงการของสำนักงานส่งเสริมกิจการลงทุน (บีโอไอ) ที่ค้างมาเป็นเวลานาน แต่ ธปท. ยอมรับว่า แม้จะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวนมาก แต่อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) คาดว่าจะยังต่ำกว่าประมาณการเดิมของ ธปท.ที่ระดับ 2.7% “โอกาสที่เศรษฐกิจจะกลับมาเติบโตที่ระดับ 2.7% จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ น่าจะเป็นไปได้ยาก เนื่องจากก่อนหน้านี้ ธปท.ได้ประมาณการไว้แล้วต่ำกว่าระดับ 2.7% ค่อนข้างมาก เพียงแต่เราไม่ได้ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ ดังนั้นทำให้เราประเมินว่ามันอาจจะยากที่จะกลับเข้าไปที่ระดับนั้น ประกอบกับระยะเวลาในการกระตุ้นยังมีค่อนข้างน้อยด้วย ทุกอย่างต้องใช้เวลาในการดำเนินการ จึงเชื่อว่าทุกอย่างน่าจะส่งผลดีกับภาพรวมของเศรษฐกิจในปีหน้ามากกว่า” สำหรับภาวะเศรษฐกิจในเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนชะลอตัว 8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการใช้จ่ายสินค้าคงทนที่ลดลง ประกอบกับหนี้สินภาคครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ประชาชนยังระมัดระวังในการใช้จ่ายด้วย ประกอบกับราคาสินค้าเกษตรยังตกต่ำยังส่งผลกระทบต่อรายได้ภาคครัวเรือนด้วย สำหรับดัชนีการลงทุนภาคเอกชนชะลอตัวลง 4.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากผู้ประกอบการชะลอการลงทุนออกไปก่อน เพื่อรอความชัดเจนทางเศรษฐกิจและการเมือง ส่งผลให้การลงทุนในหมวดเครื่องจักรและอุกปกรณ์ชะลอตัวลง โดยเฉพาะการลงทุนของอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ขณะที่การลงทุนในหมวดก่อสร้างชะลอตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่ภาคการส่งออกยังฟื้นตัวได้ช้า แม้การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมจะปรับตัวดีขึ้น แต่การส่งออกสินค้าเกษตรยังได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลง และความต้องการจากจีนลดลงด้วย ทำให้มูลค่าการส่งออกสินค้าลดลงจากเดือนก่อนเล็กน้อย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธปท.คาดเศรษฐกิจไทยครึ่งหลังฟื้น -

สสว.ชง“ประจิน”ของบ1.2หมื่นล้านบาท
นายปฏิมา จีระแพทย์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) เปิดเผยว่า สสว. เตรียมเสนอ 8 โครงการ วงเงินงบประมาณ 12,783.70 ล้านบาท ช่วยเหลือทั้งด้านการเงิน การตลาด และการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศ 2.8 ล้านราย ให้พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. ในฐานะรองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในโอกาสที่มาตรวจเยี่ยมกระทรวงอุตสาหกรรม ในวันที่ 2 มิ.ย. นี้ โดยเป็นการร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน สำหรับโครงการที่ต้องทำเร่งด่วน ภายใน 2 -3 เดือน มี 5 ข้อ เช่น โครงการชดเชยค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อบรรษัทค้ำประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ในอัตรา 1.75% ในปีแรก ให้กับผู้ประกอบการจำนวน 5,000 ราย วงเงิน 262.8 ล้านบาท , โครงการการเอสเอ็มอีรีสตาร์ท เพื่อเสริมสภาพคล่องและลดภาระค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจ่ายธนาคาร ชดเชยดอกเบี้ยให้ อัตรา 3% ต่อปี วงเงินไม่เกินรายละ 1 ล้านบาท น่าจะช่วยได้ 10,000 ราย วงเงินกู้ 10,000 ล้านบาท จะขอบกลางมาใช้จ่ายในโครงการนี้ 800 ล้านบาท , โครงการเชื่อมโยงการตลาดเอสเอ็มอีอย่างยั่งยืน จะร่วมกับหน่วยงานอื่น ส่งเสริมช่องทางการตลาดแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 500 ราย ผ่านโมเดิร์นเทรด วงเงิน 95 ล้านบาท ,โครงการส่งเสริมธุรกิจบริการเพื่อสุขภาพให้เป็นศูนย์กลางของอาเซียน และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง โดยร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ส่งเสริมผู้ประกอบการรวมกลุ่มเครือข่ายธุรกิจทั้งภายในประเทศ และระหว่างประเทศในอาเซียน ระยะเวลา 3 ปี วงเงินงบประมาณ 250 ล้านบาท รวมทั้งโครงการยกระดับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เพื่อการค้าชายแดน โดยร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย รวมถึงจังหวัดที่มีด่านการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการในพื้นที่ชายแดนและผู้ที่ดำเนินธุรกิจส่งออกกับประเทศเพื่อนบ้าน มีระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี รวม 4,500 ราย หรือปีละ 1,500 ราย และพัฒนาศูนย์กระจายสินค้าชายแดน 5 จุด ใช้งบประมาณ 225 ล้านบาท ส่วนอีก 3 โครงการ ก็มีสำคัญในการช่วยเหลือเอสเอ็มอี แต่ไม่เร่งด่วนมากคือ เช่น โครงการสนับสนุนการปรับปรุง ฟื้นฟู เครื่องจักร ให้แก่ เอสเอ็มอี เพื่อลดภาระดอกเบี้ยแก่เอสเอ็มอี โดยชดเชยดอกเบี้ยให้กับผู้ประกอบการจำนวน 1,000 ราย ในอัตรา 5% ต่อปี วงเงินสนับสนุนไม่เกินรายละ 3.5 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปีวงเงินงบประมาณ 3,100 ล้านบาท, โครงการจัดตั้งศูนย์ทดสอบและวิจัยพัฒนายานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ โดยร่วมกับสถาบันยานยนต์และสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม เน้นจัดทำสนามทดสอบการจำลองสถานการณ์การขับขี่เพื่อประเมินสมรรถนะสำหรับทดสอบรองรับมาตรฐานในประเทศ ระยะเวลา 3 ปีวงเงิน 8,050.9 ล้านบาท โดยจะของบประมาณจากรัฐบาลต่อไป , โครงการลงทุนในธุรกิจให้บริการสินเชื่อรายย่อยหรือไมโคร เครดิต เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยมาก อาทิ ร้านเสริมสวย ร้านก๋วยเตี๋ยว ที่ใช้ทุนตนเอง ไม่ได้ขอสินเชื่อจากธนาคาร สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนโดยไม่ต้องมมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และมีอัตราดอกเบี้ยไม่สูงเกินไป
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สสว.ชง“ประจิน”ของบ1.2หมื่นล้านบาท