รายงานข่าวจากธนาคารกรุงไทยแจ้งว่า เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมาได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ได้รับหนังสือแจ้งขอลาออกจากการเป็นประธานกรรมการและกรรมการธนาคาร จากนายวรวิทย์ จำปีรัตน์แล้ว โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย.นี้ เป็นต้นไป เพื่อเป็นไปตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่มีนโยบายปรับเปลี่ยนคณะกรรมการบอร์ดของรัฐวิสาหกิจทั้งหมด ส่วนกรรมการคนอื่นยังไม่ได้มีการยื่นหนังสือลาออก ทั้งนี้กระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของธนาคารกรุงไทย ได้ส่งนายวรวิทย์ จำปีรัตน์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานกรรมการธนาคารกรุงไทย เมื่อวันที่ 25 ก.ค.56 ต่อจากนางเบญจา หลุยเจริญ ที่ลาออกไปดำรงตำแหน่งรมช.คลัง ซึ่งตามปกติแล้วตำแหน่งประธานกรรมการและกรรมการผู้ดำรงตำแหน่งต้องเป็นปลัดกระทรวงการคลัง แต่ช่วงนางเบญจาดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมศุลกากรนั้น ได้มีความใกล้ชิดกับตระกูลชินวัตรทำให้เกณฑ์การตั้งประธานกรรมการฯได้ปรับเปลี่ยนใหม่ โดยขึ้นอยู่กับพรรคเพื่อไทยว่าจะให้ใครเข้ามาดำรงตำแหน่ง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : วรวิทย์ยื่นใบลาออกปธ.บอร์ดกรุงไทย
เดือน: มิถุนายน 2014
-

วรวิทย์ยื่นใบลาออกปธ.บอร์ดกรุงไทย
-

รฟท.พร้อมให้ตรวจสอบ
นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวว่าร.ฟ.ท.พร้อมให้คณะกรรมการ คตร.ตรวจการดำเนินโครงการจัดหารถรุ่นใหม่สำหรับบริการเชิงพาณิชย์115 คัน และโครงการจัดหารถจักร 126 คัน โดยขณะนี้ทั้ง 2โครงการเพิ่งมีการลงนามสัญญาไปเพียงสัญญาเดียว คือ การจัดซื้อหัวรถจักรดีเซลไฟฟ้าน้ำหนักกดเพลา20 ตันต่อเพลา จำนวน 20 คัน พร้อมอะไหล่ วงเงิน 2,130 ล้านบาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งได้ลงนามกับบริษัทป่าไม้สันติ จำกัด ไปเมื่อเดือนมิ.ย.56ที่ผ่านมา และเริ่มทยอยรับมอบหัวรถจักรรอบแรก1-2 หัว ในเดือนก.ค.จนถึงสิ้นปี เพื่อนำไปใช้บริการรับขนส่งสินค้า ส่วนโครงการที่เหลือ จะมีการประกวดราคาจัดซื้อหัวรถจักรใหม่อีก50 คัน โดยขณะนี้กำลังตรวจสอบคุณสมบัติผู้เข้าร่วมประกวดอยู่ ซึ่งถือเป็นการเปิดประกวดราคารอบสองหลังจากรอบแรกผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่ไม่ผ่านการคัดเลือกด้านคุณสมบัติ ส่วนโครงการจัดหารถรุ่นใหม่สำหรับบริการเชิงพาณิชย์115 คัน ที่ผ่านมา ร.ฟ.ท.ได้มีการเปิดประมูลด้วยระบบอีออคชั่นและได้ผู้ชนะแล้ว แต่ยังไม่สามารถลงนามอย่างเป็นทางการเพราะต้องรอการตรวจสอบรายละเอียดเอกสาร และระเบียบต่างๆ อีกครั้งก่อนลงนาม “ยืนยันว่าการเข้ามาตรวจสอบไม่ได้เป็นโครงการที่น่าสงสัยแต่เป็นเพราะเป็นโครงการที่มีงบประมาณสูงเกิน 1 พันล้าน ทาง คตร.จึงเข้ามาช่วยดูรวมถึงหากติดปัญหาอุปสรรคใดก็จะช่วยมาทำให้เร็วขึ้น” นายประภัสร์กล่าวต่อว่า ร.ฟ.ท.ยังเสนอที่ประชุมคณะกรรมการรักษาความสงบแห่งชาติพิจารณาอนุมัติกรอบเงินกู้8,800 ล้านบาท โดยเป็นการกู้ขอ ร.ฟ.ท.เพื่อนำใช้เป็นสภาพคล่องหมุนเวียนสำหรับใช้เป็นค่าจ้างเงินเดือน การจ่ายให้ผู้รับเหมา เป็นต้น ซึ่งอยู่ในส่วนของงบประมาณประจำปี 57
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รฟท.พร้อมให้ตรวจสอบ -

ตลาดอสังหาริมทรัพย์สะท้านหนัก
นายวิทการจันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานกลยุทธ์การตลาด บริษัทเอพี (ไทยแลนด์)จำกัด(มหาชน)เปิดเผยว่าในช่วงที่มีกระแสข่าวว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)จะกวาดล้างปัญหาแรงงานต่างด้าวนั้นได้ส่งผลกระทบต่อการก่อสร้างโครงการที่อยู่อาศัยของบริษัทพอสมควรเช่นกันเพราะทำให้แรงงานต่างด้าวของบริษัทตื่นตกใจอพยพกลับบ้านจำนวนมากซึ่งขณะนี้กำลังวางแผนเตรียมแก้ปัญหาดังกล่าวโดยคงต้องทำความเข้าใจกันรวมทั้งวางแผนการบริหารจัดการด้านแรงงานให้ดีขึ้นเช่น ไม่เปิดงานหน้ากว้างที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมากพร้อมกันแต่จะเน้นการก่อสร้างทีละจุดเป็นต้น “พอข่าวออกมาแรงงานในไซด์งานตื่นตระหนกมากบริษัทก็ใจหายตามไปด้วยแม้ว่าแรงงานส่วนใหญ่จะเป็นของผู้รับเหมาก็ตามและคาดว่าสัปดาห์หน้าจะเห็นผลกระทบที่ชัดเจนเพราะต้องยอมรับว่าปัจจุบันนี้ประเทศไทยต้องอาศัยแรงงานต่างด้าวเป็นหลักเนื่องจากแรงงานไทยมีไม่พอแล้วทั้งนี้เห็นว่ารัฐบาลต้องกำหนดนโยบายที่ชัดเจนออกมาว่าจะให้ดำเนินการอย่างไร” อย่างไรก็ดีตั้งแต่หลังมีการรัฐประหารปรากฎว่ามีผู้สนใจซื้อบ้านเข้ามาดูโครงการต่างๆ มากขึ้นกว่าเดิม หลังจากช่วง6เดือนที่ผ่านมาตลาดหดตัวไปกว่า 40%นับเป็นสัญญาณที่ดีว่าผู้บริโภคเริ่มมีความมั่นใจแล้วจากนี้ไปหากสถานการณ์ทางการเมืองไม่มีความวุ่นวายเดือนก.ย.มีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศเชื่อว่าจะยิ่งทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์เติบโตขึ้นแน่นอน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ตลาดอสังหาริมทรัพย์สะท้านหนัก