วันที่ 6 มิ.ย. บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ได้ทำหนังสือถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยแจ้งการลาออกของกรรมการ ทอท. ดังนี้ น.ต.ศิธา ธิวารี พล.ต.อ.กฤษณะ ผลอนันต์ พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล และนายวัฒนา เตียงกูล โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 6 มิ.ย. 57 เป็นต้นไปทั้งนี้ น.ต.ศิธา เป็นประธานบอร์ด ทอท. ส่วนอีก 3 คนเป็นกรรมการ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ศิธา” ไขก๊อกประธานบอร์ด ทอท. พร้อมกรรมการอีก 3 คน
เดือน: มิถุนายน 2014
-

“ศิธา” ไขก๊อกประธานบอร์ด ทอท. พร้อมกรรมการอีก 3 คน
-

กสทช.กำหนดเกณฑ์วิทยุชุมชุนรองรับกรณีคสช.ให้กลับมาออกอากาศ
วันนี้ (6มิ.ย.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ พ.อ.ดร. นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช.และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กสท.เห็นชอบแนวทางกำหนดเงื่อนไขการออกอากาศวิทยุชุมชนที่ถูกระงับตามคำสั่งประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งหากมีประกาศให้นำกลับมาออกอากาศได้ วิทยุชุมชนต้องรับอนุญาตทดลองออกอากาศ ซึ่งมีจำนวน 4,700 สถานี โดยวิทยุประเภทบริการธุรกิจสามารถออกได้1 สถานี ต่อ 1นิติบุคคล ส่วนวิทยุชุมชนประเภทบริการสาธารณะและชุมชนก็เช่นเดียวกันสามารถออกได้ 1 สถานี ต่อ 1 นิติบุคล ต่อ 1 จังหวัด ซึ่งคาดว่าจะเหลือวิทยุชุมชนเพียง 3,500 สถานีนอกจากนี้ต้องมีใบอนุญาตนำเข้าอุปกรณ์โทรคมนาคม กำลังส่ง 500 วัตต์ เสาส่งสัญญาณจากภาคพื้นดินสูงไม่เกิน 60 เมตร รัศมี 20 กิโลเมตร ผ่านการรับรองจัดตั้งสถานีและที่สำคัญห้ามฝ่าฝืนตามประกาศของ คสช. ส่วนวิทยุชุมชนอีกจำนวน 3,000 สถานี ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ทดลองก็จะไม่สามารถออกอากาศได้เลยนอกจากนี้ กสท.ยังอนุญาตให้ช่องรายการแบบบอกรับสมาชิก(เพย์ทีวี) จำนวน 10 ช่องรายการ และโครงข่ายแบบบอกรับสมาชิก 3 โครงข่าย สามารถออกอากาศได้รวมแล้วในปัจจุบันมีช่องรายการเพย์ทีวีที่ออกอากาศได้แล้วจำนวน 360 ช่อง“เมื่อใดที่ทาง คสช.ออกประกาศให้สถานีวิทยุชุมชนกลับมาออกอากาศได้จากนั้นทางสำนักงานเขต 14 เขตทั่วประเทศเรียกวิทยุชุมชนเข้ามาดำเนินการรับฟังคำชี้แจ้งให้ปฎิบัติตามเงื่อนไข ส่วนวิทยุรายใดที่ยังไม่ได้ผ่านการรับรองให้เข้ามาตรวจที่ห้องทดลอง ซึ่งมีทั่วประเทศจำนวน 25 แห่ง แต่ละแห่งมีเครื่องตรวจประมาณ 10 -15 เครื่อง ซึ่งปัจจุบันมีวิทยุที่ผ่านมารับรองแล้วจำนวน 600 สถานี ” พ.อ.ดร. นที กล่าว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.กำหนดเกณฑ์วิทยุชุมชุนรองรับกรณีคสช.ให้กลับมาออกอากาศ -

“เอไอเอส”เปิดโรงหนังสุดหรูระดับ 6 ดาวครั้งแรกในไทย
วันนี้ (6 มิ.ย.) ที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ นางวิลาสินี พุทธิการันต์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านงานบริการและบริหารลูกค้า บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่า จากการเปิดบริการคืนสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าเอไอเอสที่ร่วมกับพาร์ทเนอร์ตลอดการให้บริการมากว่า 25 ปี พบว่า ลูกค้าเอไอเอสมีการตอบรับที่ดี โดยเฉพาะสิทธิพิเศษที่เกี่ยวกับการกิน เที่ยว ดื่ม นอกจากนี้ ยังพบว่าการใช้สิทธ์ชมภาพยนต์ในราคาพิเศษได้รับการตอบรับที่ดีมาก โดยแต่ละปีมียอดลูกค้าใช้สิทธิ์กว่า 5 แสนรายล่าสุดเอไอเอสร่วมกับเอ็กซ์เซกคิวทีฟ ซีนิม่า เปิดตัว โรงภาพยนตร์ที่หรูที่สุดในโลกระดับ 6 ดาว ครั้งแรกในประเทศไทยชื่อ ‘เอ็มบาสซี่ ดิโพลแมทสกรีน " ซึ่งเป็นการรับชมภาพยนตร์ ที่สะดวกสบายและหรูหราเป็นพิเศษ โดยมอบส่วนลดให้ลูกค้าเอไอเอสสูงสุดถึง 25% และเปิดบริการ AIS Lounge ให้แก่ลูกค้า เอไอเอส 3จี ด้วยนายไบรอัน ฮอลล์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็กซ์เซกคิวทีฟ ซีนิม่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ได้ลงทุนไปกว่า 120 ล้านบาท ในการสร้าง เอ็มบาสซี่ ดิโพลแมทสกรีน ส่งผลให้ต้นทุนการลงทุนต่อที่นั่งสูงที่สุดในประเทศไทย หรืออาจจะสูงที่สุดในโลก โดยตั๋วชมภาพยนตร์เป็นราคาเหมาะสม โดย ราคาปกติเริ่มต้นที่ 900 บาทต่อที่นั่งและราคาโปรโมชั่น 720 บาทต่อที่นั่งทั้งนี้ ตั้งเป้ายอดผู้ชมในปีแรกที่ 130,000 คน และจะมีการเติบโตปีละ 10% ส่วนรายได้ในปีแรกจะอยู่ที่ประมาณ 140 ล้านบาท ซึ่งรายได้จะมาจากยอดขายตั๋วภาพยนตร์ 100 ล้านบาท ยอดขายที่คอนเซสชั่น 10 ล้านบาท และยอดขายโฆษณา 30 ล้านบาทสำหรับเอ็มบาสซี่ ดิโพลแมทสกรีน โดย เอไอเอส ถือเป็นสุดยอดโรงภาพยนตร์ที่ผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างคลับเอ็กซ์คลูซีฟ และโรงภาพยนตร์ส่วนตัวที่มีบริการส่วนตัวระดับ 6 ดาว จำนวน 5 โรงภาพยนตร์ รวม 203 ที่นั่ง โดยโรงภาพยนต์ที่ 1 จะเป็นคอนเซปต์ที่สุดของเอ็กซ์คลูซีฟ มีเลาน์และบาร์ส่วนตัวเสมือนอยู่ที่บ้าน ส่วนโรงภาพยนต์ที่ 2-5 เหมาะสำหรับการมาชมเป็นคู่ให้ลูกค้ารับชมภาพยนตร์ร่วมกับคนรู้ใจอย่างเป็นส่วนตัว ทั้งนี้ โรงภาพยนต์ดังกล่าวพร้อมเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.57 เป็นต้นไป ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “เอไอเอส”เปิดโรงหนังสุดหรูระดับ 6 ดาวครั้งแรกในไทย