เดือน: มิถุนายน 2014

  • สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยชงตั้งไรซ์ บอร์ด

    สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยชงตั้งไรซ์ บอร์ด

    นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)พิจารณาจัดตั้งคณะกรรมการข้าวภาคเอกชน (ไรซ์ บอร์ด) ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนเกษตรกร โรงสี ผู้ค้าข้าวในประเทศและผู้ส่งออกข้าว รวมถึงกระทรวงพาณิชย์ และ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นต้น เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีสิทธิ์กำหนดนโยบายพัฒนาข้าว การตลาด และเพิ่มศักยภาพการทำนาให้เป็นทิศทางที่ถูกต้อง และปลอดจากนักการเมืองเมื่อรัฐบาลไหนเข้ามาบริหารประเทศจะต้องดำเนินการตามนโยบายที่ถูกกำหนดจากไรซ์บอร์ด“ที่ผ่านมาประเทศคู่แข่งขันมีการพัฒนาข้าวทั้งการผลิตและการตลาดสวนทางกับประเทศไทยที่ระยะหลังค่อนข้างย่ำแย่ เพราะเมื่อรัฐบาลใดเข้ามาบริหารก็จะเปลี่ยนนโยบายรัฐบาลก่อนๆ เพียงพอต้องการหาเสียงกับชาวนา ส่งผลให้แนวทางการในการพัฒนาของไทยต้องชะงักลง ดังนั้นไรซ์ บอร์ด ที่จะเข้ามากำหนดนโยบายก็จะคล้ายกับแผนการพัฒนาของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)”สำหรับไรซ์ บอร์ด นั้นจะเป็นรูปแบบใดก็ได้ โดยภาครัฐอาจจัดทำด้วยการออก พ.ร.บ. หรือ เป็นองค์กรมหาชน ที่มีกฎหมายรองรับตามรัฐธรรมนูญ เป็นต้นนายชูเกียรติ กล่าวว่า การส่งออกข้าวไทยปีนี้ ที่คาดว่าจะส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 9 ล้านตัน จะทำให้ไทยกลับมาเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับ 1 ของโลก แซงอินเดียที่คาดว่าจะส่งออกได้แค่ 8.5 ล้านตัน เนื่องจากราคาข้าวไทยปัจจุบันมีราคาต่ำกว่าประเทศคู่แข่ง เอื้ออำนวยต่อการส่งออก โดยราคาข้าวขาว 5% ไทยอยู่ที่ตันละ 390 ดอลลาร์สหรัฐ อินเดีย 430 ดอลลาร์สหรัฐ และเวียดนาม 400-410 ดอลลาร์สหรัฐ“ราคาข้าวปัจจุบันทำให้ไทยส่งออกข้าวได้ดีขึ้น ปีนี้ก็คาดว่าไทยจะแซงอินเดียขึ้นไป ส่วนปี 58 กระทรวงเกษตรของสหรัฐฯคาดว่าไทยจะส่งออกข้าวได้ 10 ล้านตัน อินเดีย 9 ล้านตัน เวียดนาม 6.7 ล้านตัน แต่ต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงคือสต๊อกข้าวไทยที่ยังมีปริมาณมากกว่า 10 ล้านตัน ทำให้ผู้นำเข้าไม่จำเป็นต้องซื้อข้าวในปริมาณมากมาสต๊อกไว้ และทำให้ราคาส่งออกข้าวไม่สามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นได้มากนัก ซึ่งอาจจะปรับขึ้นแค่ตันละ 20-30 เหรียญสหรัฐ”สำหรับการส่งออกข้าวไทยช่วง 5 เดือนแรก ตั้งแต่ 1 ม.ค.-20พ.ค. 57 ไทยส่งออกข้าวเป็นอันดับ1 ของโลก ปริมาณ 3.93 ล้านตัน ตามด้วยอินเดีย 3.74 ล้านตัน และเวียดนาม 2.4 ล้านตัน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยชงตั้งไรซ์ บอร์ด

  • นักท่องเที่ยวรัสเซียงดเที่ยวไทย

    นักท่องเที่ยวรัสเซียงดเที่ยวไทย

    นายนรินทร์ ทิจะยัง ผู้ช่วยผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานมอสโก ประเทศรัสเซีย เปิดเผยว่า ในปีนี้จำนวนนักท่องเที่ยวจากรัสเซียที่เดินทางมาไทย จะเติบโตต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจากปัญหาความขัดแย้งภายในประเทศรัสเซียเอง ทำให้ค่าเงินอ่อนตัวลง กระทบต่อราคาแพ็กเกจทัวร์ที่ขึ้นราคา 30% ดังนั้นชาวรัสเซียจึงชะลอการวางแผนท่องเที่ยวออกไป เพื่อรอความชัดเจนเรื่องเศรษฐกิจให้กลับมาฟื้นตัว ประกอบกับปัญหาการเมืองในประเทศไทยที่มีการประกาศเคอร์ฟิว จึงทำให้กลุ่มนักท่องเที่ยวไม่มั่นใจที่จะเดินทางมา และบางส่วนได้ยกเลิกการเดินทาง โดยจากตัวเลขล่าสุดจำนวนนักท่องเที่ยวรัสเซียในไทยช่วง เดือน เม.ย.-พ.ค.ลดลงไปถึง 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน“ต้องยอมรับว่าปีนี้ นักท่องเที่ยวจากรัสเซียที่เดินทางมาไทยคงจะไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้มากกว่าปีที่ผ่านมา เต็มที่ก็คงจะเท่าๆกัน คือ 1,746,565 คน เพราะปัจจัยที่ส่งผลกระทบให้นักท่องเที่ยวไม่นิยมเดินทางมามีมาก โดยเฉพาะปัญหาภายในประเทศ ส่งผลกระทบมาถึงกลุ่มข้าราชการต่างๆ ที่ถือเป็นกลุ่มใช้จ่ายสูง ก็ไม่สามารถมาท่องเที่ยวได้ อีกทั้ง บางกลุ่มที่อยากเดินทางมาก็กังวลเกี่ยวกับปัญหาเรื่องกฎหมายการส่งผู้ร้ายข้ามแดน จึงต้องระวัดระวังตัวเป็นพิเศษ”อย่างไรก็ดี ททท.จะเร่งวางแผนกระตุ้นตลาด โดยใช้กลยุทธ์ต่างๆ จากงบประมาณปกติของปี 57 ได้แก่ การร่วมกับบริษัททัวร์รายใหญ่ในรัสเซีย 5 บริษัท รวมถึง บริษัทท่องเที่ยวรายย่อยที่มีเป็นระบบเชื่อมโยง มีเครือข่ายกว่า 6,000 ราย และจัดทำแอฟพลิเคชั่นในรูปแบบการแนะนำแหล่งท่องเที่ยวและ ข้อปฏิบัติต่างๆเมื่อมาประเทศไทย เพื่อให้จำนวนนักท่องเที่ยวคงที่ไม่ตกลงต่ำกว่าปีที่ผ่านมาด้านนายสรรเพชร ศุภบวรเสถียร นายกสมาคมโรงแรม (ทีเอชเอ) ภาคตะวันออก กล่าวว่า ขณะนี้ตลาดนักท่องเที่ยวจากรัสเซียที่เดินทางมาพัทยา กว่า 50% เริ่มปรับเปลี่ยนการเข้าพักในโรงแรม ที่จากเดิมจะนิยมพักระดับ 4-5 ดาว แต่ปัจจุบันจะลดเหลือเพียง 3 ดาวเท่านั้น รวมถึงเปลี่ยนนิยมเช่าห้องพักแบบเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์แทน เนี่องจากมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่า จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในช่วงที่เศรษฐกิจในรัสเซียกำลังมีปัญหา

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : นักท่องเที่ยวรัสเซียงดเที่ยวไทย

  • คุมเข้มลูกค้าใหม่รูดปื๊ดสกัดหนี้เน่า

    คุมเข้มลูกค้าใหม่รูดปื๊ดสกัดหนี้เน่า

    นายชาติชายพยุหนาวีชัย รองกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่าได้เข้มงวดสินเชื่อบัตรเครดิตกับลูกค้าใหม่ เพื่อต้องการบริหารคุณภาพหนี้ให้ดีขึ้นโดยเห็นว่าลูกค้าที่ถือบัตรเครดิต 4 ใบ และก่อหนี้เกินสัดส่วน 40% ของรายได้ธนาคารจะไม่ให้สินเชื่อเพิ่มเพราะอาจทำให้เกิดปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งยอมรับว่าต้นปีเศรษฐกิจชะลอตัวเอ็นพีแอลได้ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ1.72% จากเดิมอยู่ที่ระดับ 1.4% ขณะที่ตลาดไตรมาส1/57 (ม.ค.-มี.ค.) เอ็นพีแอลอยู่ที่2.72% จากเดิมอยู่ที่ 2.29% และสิ้นปีธนาคารจะคุมเอ็นพีแอลให้อยู่ที่ระดับ1.5% จากเดิมในปี 56 ที่ผ่านมาอยู่ที่ 1.72% ส่วนระยะเวลาการเข้มงวดให้สินเชื่อบัตรเครดิตจะนานแค่ไหนขึ้นกับสถานการณ์เศรษฐกิจเป็นหลัก ทั้งนี้ ได้เปิดตัวบัตรเครดิตเคเวฟเอ็นเอฟซี สติ๊กเกอร์ ซึ่งเป็นบัตรเครดิตรูปแบบสติ๊กเกอร์บัตรแรกในไทยลูกค้าสามารถนำสติ๊กเกอร์ติดบนโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์อื่น ๆ ได้ทันที โดยกรณีที่ลูกค้าจะชำระค่าสินค้าและบริการให้นำบัตรมาแตะบนเครื่องชำระเงินไม่จำเป็นต้องเซ็นชื่อกำกับสามารถใช้กับร้านค้าที่มีสัญลักษณ์วีซ่าเพย์เวฟทั่วโลก และปีนี้ตั้งเป้ายอดผู้ใช้บัตรในปีนี้200,000บัตร คาดว่ามียอดใช้จ่ายผ่านบัตรประมาณ 2,700ล้านบาท พร้อมทั้งเพิ่มร้านค้ารับบัตรเคเวฟจากปัจจุบันมี3,500 เครื่อง เป็น 10,000 เครื่องภายในปีนี้และในปี 58 จะขยายการให้บริการชำระเงินไปที่กลุ่มคมนาคม เช่น ทางด่วน รถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟใต้ดินสำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจเริ่มปรับตัวดีขึ้นหลังจากมีคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือคสช. เพราะทำให้เกิดความเชื่อมั่นและมีหลายโครงการจากโครงการลงทุน2 ล้านล้านบาทที่คสช. จะนำมาลงทุนซึ่งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจนอกเหนือจากการจ่ายเงินให้กับชาวนาในโครงการรับจำนำข้าว

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คุมเข้มลูกค้าใหม่รูดปื๊ดสกัดหนี้เน่า