ร.ต.ไพโรจน์ คนึงทรัพย์ ผู้อำนวยการกองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สคบ.ได้หารือกับตัวแทนผู้จำหน่ายอิสระของธุรกิจขายตรงทุกประเภท โดยได้รับแจ้งว่า ขณะนี้ผู้แทนอิสระอยู่ระหว่างการยื่นจดทะเบียนเป็นสมาคมผู้จำหน่ายอิสระขายตรงและตลาดแบบตรง ซึ่งหากดำเนินการได้เสร็จ จะช่วยยกระดับของผู้จำหน่ายอิสระให้มีมาตรฐานมากขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยตรวจสอบต้นทุนราคาสินค้าของบริษัทที่ผลิตสินค้าได้ชัดเจนขึ้น เพราะปัจจุบันราคาสินค้าของบางบริษัทมีราคาสูงทำให้ผู้จำหน่ายอิสระไม่สามารถนำสินค้ามาจำหน่ายให้กับผู้บริโภคได้ จึงมีรายได้ลดลงเป็นอย่างมาก “สินค้าของบางบริษัทที่นำมาขาย จริงๆดูแล้วต้นทุนน่าจะไม่สูงมาก แต่พอนำมาขายราคากลับสูงขึ้นหลายเท่าตัว ผู้จำหน่ายอิสระจึงได้รับผลกระทบ รวมถึงการถูกเอาเปรียบจากบริษัทต้นสังกัดของสินค้า จึงได้ชี้แจงปัญหาให้สคบ.รับทราบ โดยวิธีการแก้ไขเบื้องต้นจะตั้งเป็นสมาคมก่อน เพราะก่อนหน้านี้ผู้จำหน่ายอิสระถือเป็นผู้ที่ไม่มีตัวตน เวลาจะทำอะไรต่อรองอะไรก็ลำบาก ซึ่งคาดว่าในช่วง 2 เดือนจากนี้คงตั้งได้เสร็จ ทำให้ต่อไปอาจมีข่าวดีว่า ผู้บริโภคจะได้ซื้อสินค้าที่มีราคาถูกลง เพราะสมาคมดังกล่าวจะไปร่วมมือกับภาครัฐช่วยแก้ไขปัญหาที่มีอยู่ในปัจจุบันได้ เช่น การตรวจสอบต้นทุนสินค้า แก้ไขการถูกเอาเปรียบจากผู้ประกอบการ และอบรมส่งเสริมความรู้ให้กับผู้แทนอิสระด้วย” ร.ต.ไพโรจน์ กล่าวว่า การจัดตั้งสมาคมผู้แทนอิสระนั้น เบื้องต้นได้กำหนดวัตถุประสงค์ของการทำงานไว้ประมาณ 7 เรื่อง คือ ส่งเสริมแนวทางการดำเนินธุรกิจของผู้จำหน่ายอิสระอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ปกป้องการดำเนินธุรกิจให้กับผู้จำหน่ายอิสระ ยกระดับวิชาชีพของผู้จำหน่ายอิสระให้มีมาตรฐานโดยเฉพาะเพื่อเตรียมตัวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนในปี 58 สามารถตรวจสอบบริษัทสินค้าที่นำมาจำหน่ายได้ การป้องกันผู้จำหน่ายอิสระถูกเอาเปรียบจากบริษัทที่จำหน่ายสินค้า อบรมผู้จำหน่ายอิสระ และสร้างจริยธรรมในการประกอบอาชีพ ทั้งนี้ผู้จำหน่ายอิสระยังได้ขอให้สคบ. เข้ามาช่วยเหลือเรื่องของการถูกเอาเปรียบกรณีการถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ว่าบริษัทได้ดำถูกต้องหรือไม่ ขณะเดียวกันยังมีเรื่องการถูกบังคับจากบริษัทไม่ให้ผู้จำหน่ายอิสระไปขายสินค้าของบริษัทอื่น ซึ่งเรื่องดังกล่าว ผู้จำหน่ายอิสระมองว่า เป็นการลิดรอนสิทธิเพราะการทำธุรกิจดังกล่าวถือว่ามีความเป็นอิสระ สามารถจำหน่ายสินค้าของบริษัทใดก็ได้ อย่างไรก็ตามสคบ.ยังได้ชี้แจงแนวทางการจัดตั้งองค์กรวิชาชีพขายตรงและตลาดแบบตรงไทย โดยผู้แทนอิสระส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการจัดตั้งองค์กรดังกล่าว เพราะจะช่วยควบคุมธุรกิจขายตรง และช่วยดูแลผู้บริโภค ขณะเดียวกันองค์กรนี้ยังเป็นการตรวจสอบกลไลของธุรกิจระหว่างเอกชนกับเอกชนด้วยกัน จึงเชื่อว่า การควบคุมธุรกิจที่ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค รวมทั้งบริษัทที่แฝงมิจฉาชีพ เช่น บริษัทแชร์ลูกโซ่จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ โดยในวันที่ 3 มิ.ย.นี้ คณะอนุกรรมการที่ดูแลเรื่องการจัดตั้งองค์กรดังกล่าว จะประชุมเพื่อพิจารณาแนวทางการผลักดันองค์กรนี้โดยเร็ว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ลุ้นซื้อสินค้าขายตรงราคาถูก
เดือน: มิถุนายน 2014
-

ลุ้นซื้อสินค้าขายตรงราคาถูก
-

เสนอร่างสปา-โยคะไอเอสโอ
ว่าที่ร้อยตรีอานุภาพ เกษรสุวรรณ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า เตรียมเสนอร่างมาตรฐานการบริการสปาเพื่อสุขภาพ กับองค์การมาตรฐานระหว่างประเทศ (ไอเอสโอ) รวมถึงจะผลักดันให้ครอบคลุมไปถึง โยคะและควบคุมอาหารเพื่อสุขภาพด้วย เนื่องจากต้องการสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นความสนใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติมาใช้บริการ และเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของไทยเพื่อให้ต่างประเทศยอมรับ “ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่ต่างชาตินิยมมาท่องเที่ยว และ ใช้บริการด้านความงามรวมถึงด้านสุขภาพเป็นจำนวนมากทั้งการหาหมอ และการบริการนวด สปาต่างๆ จากนี้กรมฯจะพัฒนามาตรฐานเกี่ยวกับโยคะต่อไป เพราะเริ่มมีกระแสความนิยมมากขึ้น อีกทั้งจะยกระดับคุณภาพทั้งสถานประกอบการและผู้ประกอบการที่ให้บริการต่างๆด้วย” ทั้งนี้กรมมีกำหนดจะเข้าร่วมการประชุมคณะทำงานจัดทำมาตรฐานสปาอีกครั้ง ระหว่างวันที่19-23 พ.ค. ที่ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยมีผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ร่วมคณะเป็นผู้แทนจากประเทศไทยด้วย นอกจากนี้ยังได้เสนอวาระเร่งด่วนระหว่าวงการประชุมท่องเที่ยวสมัยพิเศษที่ประเทศสิงคโปร์ ในหัวข้อ การอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยวทางบก เพื่อให้นักท่องเที่ยวในอาเซียน โดยเฉพาะเมื่อมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจเสรีอาเซียน (เออีซี) ได้เดินทางข้ามประเทศได้สะดวกมากขึ้น ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวข้ามประเทศด้วย ขณะเดียวกันอาเซียนจะต้องเป็นปลายทางสำหรับการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและเด่นชัดในเรื่องของภาพลักษณ์โดยเฉพาะการนำนักท่องเที่ยว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เสนอร่างสปา-โยคะไอเอสโอ -

ธุรกิจหวยครองแชมป์เจ๊งสูงสุด
นายปฏิมาจีระแพทย์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)เปิดเผยว่า สถานการณ์การดำเนินกิจการของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ระหว่างเดือน ม.ค. –เม.ย. ปี 57 มียอดเลิกกิจการ 3,731 ราย เพิ่มขึ้น 9.9 % เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยธุรกิจที่ยกเลิกสูงสุด คือหมวดกิจการขายสลากกินแบ่ง จำนวน 482 รายมีทุนจดทะเบียนมูลค่า 246 ล้านบาทเนื่องจากธุรกิจกลุ่มนี้ มีการแข่งขันสูง รวมทั้งยอดขายสลากกินแบ่งรัฐบาลลดลงจากภาวะเศรษฐกิจชะลอ และเป็นธุรกิจที่เปิด – ปิดง่ายรองลงมาเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพื่อที่พักอาศัยและหมวดอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่พักอาศัย เพราะผู้รับเหมารายเล็กส่วนใหญ่จะเปิดรับงานเป็นกรณีๆ เมื่อเสร็จงานก็จะยกเลิกเลย สำหรับยอดการตั้งกิจการในช่วง 4 เดือน มีจำนวน 19,684 ราย ลดลง 19.5 % เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนโดยธุรกิจที่จัดตั้งใหม่สูงสุด คือ หมวดการก่อสร้างที่ไม่ใช่ที่พักอาศัย มีจำนวน 2,069 ราย ทุนจดทะเบียน 5,569 ล้านบาท รองลงมาเป็นหมวดอสังหาริมทรัพย์ เพื่อที่พักอาศัยและหมวดขายส่งเครื่องจักร ส่วนแนวโน้มยอดการจัดตั้งและยกเลิกกิจการในช่วงครึ่งปีหลัง (มิ.ย. – ธ.ค.) เชื่อว่า จะมีแนวโน้มดีขึ้นยอดการจัดตั้งกิจการจะเพิ่มขึ้น และยอดยกเลิกกิจการจะลดลงเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวม จะปรับตัวดีขึ้น หลังจากเริ่มมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้นโดยทั้งปีเชื่อว่า จะไม่แตกต่างจากปีที่ผ่านมามากนัก คือ ยอดจัดตั้งกิจการ ประมาณ 50,000 – 60,000 ราย ยอดยกเลิกกิจการ ประมาณ 15,000 – 20,000 ราย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธุรกิจหวยครองแชมป์เจ๊งสูงสุด