นายวัฒนา พัทรชนม์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมเตรียมที่เพิ่มมาตรการลงโทษผู้ขับขี่รถยนต์โดยสารสาธารณะ ที่ฝ่าฝืนและมีการกระทำความผิดซ้ำซาก ตามพ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ2522 โดยเตรียมออกระเบียบว่าด้วยการพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาติขับรถ เพื่อนำมาบังคับใช้นำร่องกับรถ3กลุ่มหลัก คือ กลุ่มรถหมวด 10 หรือรถขนส่งประจำทางทั้งรถตู้และ รถบัส , กลุ่มรถหมวด30 หรือรถโดยสารไม่ประจำทางทั้งรถตู้และรถบัสแบบเช่าเหมา และกลุ่มรถบรรทุกวัตถุอันตราย“ภายใน2 เดือนนี้ น่าจะบังคับใช้ระเบียบดังกล่าวได้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำระบบจัดเก็บฐานความผิดผู้ขับขี่รถสาธารณะ ซึ่งมาตรการเพิกถอนและพักใช้ใบขับขี่ครั้งนี้ถือเป็นมาตรการใหม่ที่เราจะนำมาใช้ควบคู่ไปกับมาตรการจับและปรับในปัจจุบัน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนให้มากขึ้น ซึ่งจากสถิติอุบัติเหตุที่ผ่านมาพบว่ารถสาธารณะเป็นกลุ่มรถที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยและเกิดความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และเศรษฐกิจรุนแรงมากที่สุด จึงเชื่อว่ามาตรการนี้จะช่วยลดจำนนอุบัติเหตุบนถนนได้มาก เพราะผู้ขับขี่จะเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นจากการมีบทลงโทษที่รุนแรงมากขึ้น ”สำหรับบทลงโทษตามระเบียบดังกล่าว นั้นกรมฯ จะมีการจัดเก็บสถิติความผิดของผู้ขับขี่แต่ละรายไว้ในฐานข้อมูลกลาง โดยจะพิจารณาความผิดเป็นรอบๆ รอบละ2 ปี ซึ่งจะแบ่งกลุ่มความผิดออกเป็น 3 ประเภท คือ ประเภทแรกความผิดทั่วไป หรือความผิดไม่ร้ายแรง เช่น ขับรถขณะร่างกายไม่มีความพร้อม เช่น อดนอน หรือขับขี่รถเกินชั่วโมงตามที่กฎหมายกำหนด หากตรวจพบกระทำผิดครั้งที่1และซ้ำเป็นครั้งที่2 จะลงโทษปรับเป็นเงิน ครั้งที่3 พักใช้ใบอนุญาต 7 วัน ครั้งที่ 4 พักใช้ใบอนุญาต 15 วัน ครั้งที่5 พักใช้ใบอนุญาต 30 วัน โดยความผิดประเภทนี้จะไม่มีโทษเพิกถอนใบอนุญาตส่วนความผิดที่กระทบต่อความปลอดภัยสาธารณะในระดับกลาง เช่น รถตู้โดยสารสาธารณะ กรณีตรวจพบว่ามีการบรรทุกผู้โดยสารเกิน หรือขับรถเร็วเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด หากตรวจพบทำผิดครั้งที่1และซ้ำเป็นครั้งที่ 2จะลงโทษปรับเป็นเงิน ครั้งที่3 พักใช้ใบอนุญาติ15 วัน ครั้งที่ 4 พักใช้ใบอนุญาติ 30 วัน และครั้งที่ 5 จะถูกเพิกถอนใบอนุญาติทันที สำหรับกรณีความผิดร้ายแรง เช่น เสพยาเสพติดทุกชนิด ดื่มสุรา หรือของมึนเมาแล้วขับรถ หากตรวจพบครั้งที่ 1 จะถูกพักใช้ใบอนุญาติ 30 วัน ครั้งที่ 2 ถูกพักใช้ใบอนุญาติ 60 วัน และครั้งที่3 จะถูกเพิกถอนใบอนุญาติทันที
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ขนส่งออกมาตรการคุมผู้กระทำผิด
เดือน: มิถุนายน 2014
-

ขนส่งออกมาตรการคุมผู้กระทำผิด
-

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 25 มิถุนายน 2557 ปิดบวก 7.57 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 25 มิ.ย. ดัชนีปรับตัวขึ้นทันทีที่เปิดตลาด และเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดภาคเช้า จากนั้นเปิดตลาดช่วงบ่ายปรับตัวลดลงในแดนลบระยะสั้น ก่อนปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้งในช่วงท้ายตลาด เนื่องจากได้รับแรงซื้อเก็งกำไรจากหุ้นในกลุ่มสื่อสารและธนาคารค่อนข้างมาก หลังการดันราคาหุ้นปิดสูงก่อนจบไตรมาส 2 ในขณะที่แรงกดดันจากปัจจัยต่างประเทศเริ่มเบาบางลง ระหว่างที่ตลาดรอปัจจัยใหม่เข้าหนุนเพิ่มเติม ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุด 1,469.48 จุด และลดลงต่ำสุด 1,459.89 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,468.49 จุด เพิ่มขึ้น 7.57 จุด หรือ 0.52% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 37,138.11 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1.เซปเป้ ปิดที่ 27.75 บาท 14.25 บาท 2.จัสมิน ปิดที่ 8.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท 3.เอไอเอส ปิดที่ 215.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท 4.ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 204.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท 5.ธ.กรุงไทย ปิดที่ 21.20 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 25 มิถุนายน 2557 ปิดบวก 7.57 จุด -

อาเซียนเดินหน้าลดภาษี 0%
นายสมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเทศในกลุ่มสมาชิกอาเซียนทุกประเทศได้รายงานความคืบหน้าในการลดภาษีสินค้าในอาเซียนเหลือ0% เกือบทั้งหมดแล้วต่อที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานการดำเนินการภายใต้ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียนครั้งที่ 15 โดยสมาชิกเก่าของอาเซียน 6 ประเทศได้ลดภาษีเหลือ 0%แล้วตั้งแต่ปี 53 และอาเซียนใหม่ 4 ประเทศมีกำหนดต้องลดภาษีเหลือ 0%ภายในปี 58“ตอนนี้ เหลือเพียงสินค้าบางรายการที่เป็นสินค้าที่มีความอ่อนไหวของแต่ละประเทศเช่น ข้าว น้ำตาล ผักและผลไม้บางชนิด เนื้อสัตว์บางชนิด กาแฟ และยาสูบ เป็นต้นที่ภาษียังไม่ลดเหลือ 0%ซึ่งจะต้องมีการผลักดันให้มีการลดภาษีต่อไป”นายสมเกียรติ กล่าวว่า อาเซียนได้มีการหารือถึงการใช้มาตรการกีดกันทางการค้าที่กระทบต่อการส่งออกและการนำเข้าสินค้าภายในอาเซียนซึ่งไทยได้หยิบยกและติดตามการแก้ไขปัญหามาตรการควบคุมนำเข้าพืชสวนของอินโดนีเซียที่มีผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าเกษตรของไทย ขณะที่อินโดนีเซียได้หยิบยกประเด็นการลอกเลียนแบบสินค้ากาแฟของอินโดนีเซียในมาเลเซียส่วนกัมพูชาและลาวได้หยิบยกประเด็นมาตรการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของไทยโดยอ้างว่าไทยกีดกันการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากอาเซียนทำให้เกษตรกรลาวและกัมพูชาไม่สามารถส่งออกสินค้าดังกล่าวมายังไทยได้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อาเซียนเดินหน้าลดภาษี 0%