เดือน: กรกฎาคม 2014

  • เล็งขยับราคาหน้าสลากฯ

    เล็งขยับราคาหน้าสลากฯ

    นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร ในฐานะประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มอบหมายนโยบายให้คณะกรรมการสลากฯ เร่งศึกษาและดำเนินการกำหนดราคาขายให้เป็นไปตามราคาที่ระบุบนหน้าสลากฯ ไว้ ซึ่งอนาคตมีความเป็นไปได้ว่าจะปรับราคาหน้าสลากใหม่ ให้สอดคล้องความเป็นจริง เพื่อให้สลากฯมีราคาขายสลากฯ ที่เหมาะสม “นโยบายดังกล่าวจะกำหนดให้ผู้ค้าขายสลากฯตามราคาที่ระบุบนหน้าสลากฯ เพราะต้องการให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น โดยผู้ค้าต้องขายตามที่ราคาสลากฯระบุไว้เท่านั้น หากราคาบนหน้าสลากฯ กำหนดอยู่ที่ใบละ 80 บาท ก็ต้องขายในราคา 80 บาท หรือปรับราคาบนหน้าสลากฯ เป็น 90 บาท ก็ต้องขายในราคาที่ 90 บาท อย่าไปขี้โกงคนซื้อเหมือนที่ผ่านมา ที่ราคาหน้าสลากฯกำหนดไว้ 80 บาท แต่นำมาขายในราคา 90 บาท ซึ่งขอดูรายละเอียดและราคาให้มีความเหมาะสมอีกครั้ง” ทั้งนี้ ที่ผ่านมา คสช.มอบหมายให้ พล.อ.ฉัตรชัย เข้ามาดูแลสำนักงานสลากฯ โดยให้กำกับดูแลนโยบายสลากฯ และการคัดสรรตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯ เนื่องจากการที่ไม่มีตำแหน่งดังกล่าว ทำให้คณะกรรมการการสลากฯไม่สามารถเรียกประชุมได้ โดยคาดว่ากระบวนการสรรหาจะแล้วเสร็จภายใน 1 เดือน อย่างไรก็ตาม คาดว่าภายหลังจากการสรรหาตำแหน่งผู้อำนวยการสลากฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะเรียกคณะกรรมการสลากฯ เพื่อหารือและเดินหน้าเรื่องดังกล่าวทันที ซึ่งจะกำหนดราคาสลากฯให้มีความเหมาะสม โดยยืนยันว่าสามารถทำได้ทันที เพราะเป็นอำนาจของคณะกรรมการสลากฯ ตามที่ พ.ร.บ.สลาก 2517 ระบุไว้ ขณะเดียวกัน สำหรับสลากฯที่ครบอายุต่อสัญญาก็จะไม่ต่อสัญญา ส่งผลให้สัญญาดังกล่าวทยอยหมดลง ถือเป็นโอกาสดีที่ต้องไปดูว่าจะจัดสรรใหม่อย่างไร โดยระหว่างนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการจัดสรรโควตาสลากใหม่ แต่ยังไม่ฟันธงว่าจะยกเลิกโควตาหรือไม่ เนื่องจากการที่มีโควตา ถือว่าก็มีประโยชน์ เพราะการพิมพ์แต่ละงวดจะมีเบอร์ที่ไม่มีใครซื้อกว่า 7-10% เช่น 000000, 777777 เป็นต้น “ระบบโควตาที่มีอยู่เดิม ถือว่ามีประโยชน์ เพราะสลากฯ ที่พิมพ์ออกมาในแต่ละงวด สามารถขายได้หมด ซึ่งสำนักงานสลากฯไม่ต้องเข้าไปรับผิดชอบ อย่างไรก็ดี คณะกรรมการจะมีการพิจารณาในเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง เพื่อให้สามารถจัดสรรสลากฯ เข้าถึงมือผู้ที่ขายสลากฯ อย่างแท้จริง เพราะเชื่อว่าหากจัดสรรได้ถึงมือ ก็สามารถขายสลากฯตามราคาที่ระบุบนหน้าสลากฯ ได้อย่างแน่นอน” อย่างไรก็ตาม สำหรับนโยบายระยะสั้นที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้ สำนักงานสลากฯ ได้ดำเนินการให้การขายสลากฯลดลงจากเดิมที่มีราคาอยู่ที่ใบละ 100 บาท และทำให้ราคาสลากฯสามารถขายในราคาที่ผสมกันได้ ทั้งราคาขายใบละ 80-92 บาท ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวก็ช่วยให้ราคาสลากฯ เริ่มปรับราคาลดลงมาแล้ว รวมทั้ง จะเปิดขายจุดจำหน่ายสลากฯ ราคา 80 บาทเพิ่มขึ้นอีกด้วย  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เล็งขยับราคาหน้าสลากฯ

  • ราคาทอง9ก.ค.57 ปรับครั้งที่4 รูปพรรณขาย20,600บาท

    ราคาทอง9ก.ค.57 ปรับครั้งที่4 รูปพรรณขาย20,600บาท

    วันที่ 9 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16:14 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 4 โดยลดลงจากเดิม 50 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,600 บาท รับซื้อ 19,814.12 บาท ทองแท่งขายบาทละ 20,200 บาท รับซื้อ 20,100 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 4 ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,600 บาท รับซื้อ 19,814.12 บาท ทองแท่งขาย 20,200 บาท รับซื้อ 20,100 บาท เวลา 16:14 น.ราคาทองคำปรับครั้งที่ 3 ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,650 บาท รับซื้อ 19,859.60 บาท ทองแท่งขาย 20,250 บาท รับซื้อ 20,150 บาท เวลา 13:38 น.ราคาทองคำปรับครั้งที่ 2 ขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,700 บาท รับซื้อ 19,905.08 บาท ทองแท่งขาย 20,300 บาท รับซื้อ 20,200 บาท เวลา 12:02 น.ราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 คงที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,650 บาท รับซื้อ 19,859.60 บาท ทองแท่งขาย 20,250 บาท รับซื้อ 20,150 บาท เวลา 09:17 น.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทอง9ก.ค.57 ปรับครั้งที่4 รูปพรรณขาย20,600บาท

  • การศึกษาอเมริกัน (จบ) – โลกาภิวัตน์

    การศึกษาอเมริกัน (จบ) – โลกาภิวัตน์

    “การศึกษาอเมริกาจะต้องตอบโจทย์ด้านการจ้างงานเพื่อเลี้ยงพลเมืองให้อยู่ดีกินดีและสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศได้” ดร.แอนโทนี่ คาร์นีเวล์ กล่าว สหรัฐอเมริกาเริ่มประดิษฐ์เทคโนโลยีโดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และสารสนเทศในช่วงอุตสาหกรรมการผลิต ในช่วงปี 1970 และก็สามารถนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และสารสนเทศมาใช้ประโยชน์ด้านอุตสาหกรรมการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งเรื่องการบริหารธุรกิจและอุตสาหกรรมการผลิต มีการประดิษฐ์คิดค้นเครื่องจักรอัตโนมัติเพื่อให้มีผลิตภาพด้านอุตสาหกรรมมากขึ้น ซึ่งก็สามารถทำให้เศรษฐกิจได้รับการขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำเทคโนโลยีผนวกกับภาคการผลิตสินค้าให้เป็นที่ต้องการของลูกค้า มีทางเลือกในการบริโภคสินค้าให้เป็นที่ต้องการของลูกค้า มีทางเลือกในการบริโภคสินค้าที่ดีขึ้นและราคาถูกลง จึงทำให้ตั้งแต่ช่วงปี 1990 เป็นต้นมา เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาเริ่มกลับมาเข้มแข็งมากขึ้น การมีวิวัฒนาการการขับเคลื่อนขนานใหญ่ของเทคโนโลยีในสหรัฐอเมริกาเกิดจากผู้บริโภคที่ต้องการของดีราคาถูก และตรงนี้เองก็ทำให้ทักษะของผู้คนในสหรัฐอเมริกาเปลี่ยนไปมากและอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีทั้งหลายในภาคอุตสาหกรรมทุกชนิด จึงเป็นความท้าทายของภาคการศึกษา โดยเฉพาะการอุดมศึกษาจะต้องวิ่งไล่ตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีให้ทัน และจะต้องผลิตบัณฑิตที่มีทักษะฝีมือด้านเทคโนโลยี เพื่อไปตอบโจทย์การจ้างงานของภาคอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว มหาวิทยาลัยหลายแห่งจึงต้องปรับตัวขนานใหญ่เช่นกัน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมใหม่ที่มีเทคโนโลยีเข้าไปทุกๆอนู บัณฑิตจึงต้องมีทักษะด้านไอทีใหม่ๆ หลากหลายจำนวนมาก เพราะฉะนั้น แรงงานของบัณฑิตที่จบมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาคร่าวๆนั้น จะเป็นบัณฑิตด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 50% ด้านบริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์ประมาณ 25% และอีกประมาณ 8 ถึง 10 % จบด้านการศึกษาหรือคุรุศาสตร์ ในปัจจุบัน มหาวิทยาลัยจึงมีความสำคัญในการผลิตบัณฑิตที่มีทักษะตรงตามความต้องการของภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรม โดยเฉพาะปริญญาที่มีคุณภาพมาตรฐาน และสามารถสร้างงานสร้างอาชีพ ให้กับบัณฑิตที่จบออกไป มีทักษะตรงตามความต้องการภาคธุรกิจภาคอุตสาหกรรม โดยไม่ต้องให้ภาคอุตสาหกรรมเหล่านั้นมาฝึกอบรมบัณฑิตใหม่ซ้ำซาก เพื่อให้บัณฑิตสามารถทำงานได้ การเชื่อมต่อกับภาคธุรกิจอุตสาหกรรมอย่างแนบสนิท เพื่อสร้างการศึกษาของโลกจริง ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ จึงเป็นการตอบโจทย์ในการสร้างและพัฒนาทุนมนุษย์ที่ถูกทาง และสามารถสร้างความเป็นอยู่ดีกินดีให้กับพลเมืองของชาติสหรัฐอเมริกาได้ การสร้างและพัฒนาทุนมนุษย์ ที่สามารถผลิตบัณฑิตที่พร้อมทำงานภาคอุตสาหกรรม และธุรกิจได้เลยอย่างไร้รอยต่อ จึงเป็นคำตอบที่ถูกต้อง และสามารถสร้างชาติให้เข้มแข็ง และก็จะสามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจได้ และก็ทำให้การเมืองมั่นคง และเศรษฐกิจที่ดี ก็จะต้องส่งผลตอบแทนให้กับประชาชนและพลเมืองที่มีทักษะการทำงานในระดับสูง ให้มีงานและผลตอบแทนที่มั่นคง การอุดมศึกษาจึงเป็นการเรียนรู้โลกจริง พร้อมกับการมีทักษะแห่งการแก้ไขปัญหาวิกฤต ทัศนคติที่ดี จริยธรรม ศีลธรรมที่ถูกต้องในการดำรงชีวิต รศ.ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด boonmark@stammford.edu 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : การศึกษาอเมริกัน (จบ) – โลกาภิวัตน์