ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่ากรณีที่มีการตรวจสอบสต๊อกข้าวของรัฐแล้วพบว่าในบางโกดังข้าวของรัฐหายไปหรือเสื่อมคุณภาพจำนวนมากนั้น ไม่อยากให้มีการโยนความผิดแก่องค์การคลังสินค้า(อคส.) หน่วยงานเดียว แต่ผู้ที่รับผิดชอบเรื่องนี้ด้วยคือเจ้าของโกดังบริษัทเซอร์เวย์ เซอร์เวเยอร์ รวมถึงคณะกรรมการจังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัดด้วย “ตามสัญญาในปี56/57 เมื่อมีข้าวหาย หรือข้าวเสื่อมคุณภาพ ผู้รับผิดชอบต้องเป็นเจ้าของโกดังเจ้าของคลังสินค้า และเจ้าของไซโล รวมถึงบริษัทตรวจสอบคุณภาพข้าว(บริษัทเซอร์เวย์) เพราะสัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาแบบรับฝากเก็บข้าวที่กำหนดให้เจ้าของโกดัง และบริษัทเซอร์เวย์ ต้องรับผิดชอบร่วมกัน หากเป็นสัญญาปี 56/57 ผู้รับผิดชอบต้องเป็นเซอร์เวเยอร์เพราะเป็นสัญญาแบบเช่า ที่กำหนดให้เซอร์ เวเยอร์ ต้องรับผิดชอบเจ้าของโกดังไม่มีส่วนร่วมรับผิดชอบแต่อย่างใด” สำหรับสต๊อกข้าวรัฐบาลก่อนที่ทหารจะเข้ามาตรวจสอบนั้นผู้ที่เกี่ยวข้อง มีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว โดยคณะกรรมการจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ซึ่งโดยทั่วไปจะตรวจสอบเดือนละ 1 ครั้ง นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ของกรมการค้าต่างประเทศ และกรมการค้าภายใน สุ่มตรวจอย่างต่อเนื่องส่วนกุญแจโกดังข้าว จะมี 3 ดอก และผู้ถือ 3 คนคือ 1.เจ้าหน้าที่จังหวัด 2.เจ้าหน้าที่อคส. หรือเจ้าหน้าที่อ.ต.ก. และ3.บริษัทเซอร์เวย์ ซึ่งที่ผ่านมา การตรวจสอบของทั้ง3 หน่วยงานมีการรายงานว่าไม่พบว่ามีข้าวหาย หรือข้าวเสื่อมคุณภาพ แต่เหตุใดเมื่อทหารเข้าตรวจสอบกลับพบว่าข้าวหายไปจำนวนมากอย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบพบข้าวหายแล้วอคส.ได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว และก่อนหน้านี้ผู้อำนวยการอคส.ได้สั่งโยกย้ายเจ้าหน้าที่คลังสินค้าที่ประจำในจังหวัดต่างๆไปแล้วเเกือบ 30 คน ซึ่งบางรายโยกย้ายด้วยเหตุผลมีความเสี่ยงจะเกิดการทุจริตและเพื่อสลายอิทธิพลในพื้นที่ เพราะอยู่ในพื้นที่มานานแล้ว ทั้งนี้การตรวจสอบข้าวครั้งนี้ต้องขอขอบคุณทหารที่เข้ามาดำเนินการเพื่อให้เกิดความโปร่งใส และต้องหาตัวคนผิดมาลงโทษด้วย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อคส.วอนข้าวหายหน่วยงานอื่นต้องรับผิดชอบด้วย
เดือน: กรกฎาคม 2014
-

อคส.วอนข้าวหายหน่วยงานอื่นต้องรับผิดชอบด้วย
-

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 7 กรกฎาคม 2557 ปิดบวก 7.38 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่7 ก.ค. ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นทันทีที่เปิดตลาด จากนั้นเคลื่อนไหวในแดนบวกเหนือระดับ1,500 จุด เกือบตลอดวัน ซึ่งสอดคล้องทิศทางเดียวกันกับตลาดภูมิภาค โดยมีแรงผลักดันมาจากหุ้นในกลุ่มพลังงานสมทบกับแรงซื้อเก็งกำไรผลประกอบการในไตรมาส 2 ที่จะประกาศช่วงปลายสัปดาห์นี้และต้นสัปดาห์หน้าส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุด 1,507.02 จุด และลดลงต่ำสุด 1,498.83 จุดจนมาปิดตลาดที่ 1,503.21 จุด เพิ่มขึ้น 7.38 จุดหรือ 0.49% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 37,333.21 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1.ปตท. ปิดที่ 326.00 บาท เพิ่มขึ้น 7.00 บาท 2.อิตาเลียนไทย ปิดที่ 5.40 บาท ปิดไม่เปลี่ยนแปลง 3.เอไอเอส ปิดที่ 219.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท 4.ธ.ไทยพาณิชย์ ปิดที่ 177.50 บาท ลดลง 1.00 บาท 5.ซิโน-ไทย ปิดที่ 24.20 บาท เพิ่มขึ้น 0.30บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 7 กรกฎาคม 2557 ปิดบวก 7.38 จุด -

สรรพากรล้มแผนสอบภาษีคนซื้อรถ3ล้าน-บ้าน4ล้าบ
นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายให้ผู้บริหารกรมสรรพากรทั่วประเทศ ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ ว่า กรมสรรพากรจากนี้ไปไม่มีนโยบายตรวจสอบและเก็บภาษีจากคนที่ซื้อรถคันละ 3 ล้านบาท และซื้อบ้านหลังละ 4 ล้านบาท เนื่องจากการซื้อรถและบ้านในราคาดังกล่าวคนที่มีเงินเดือนพอสมควร ก็สามารถอยู่แล้วไม่ได้ราคาสูงจนเกินไป และไม่มีความจำเป็นต้องเข้าไปตรวจว่าบุคคลดังกล่าวมีการเสียภาษีถูกต้องหรือไม่ “ได้มอบนโยบายให้ผู้บริหารกรมสรรพากรทั่วประเทศแล้ว ว่า กรมสรรพากรไม่มีมาตรการไปไล่ตรวจเก็บภาษีจากคนซื้อรถและบ้าน นโยบายดังกล่าวเป็นของอธิบดีสรรพากรคนเก่า ไม่ใช่ของอธิบดีคนใหม่” ทั้งนี้ ได้ให้นโยบายสรรพากรทั่วประเทศในเก็บภาษีในช่วงที่เหลือของปีงบประมาณ 57 อีก 2 เดือนครึ่ง อย่างเต็มที่และเก็บจากรายได้และผลการดำเนินจริง ไม่ใช่เป็นไปเก็บภาษีจากการขอภาษีเพิ่มจากผู้ประกอบการ แต่ต้องเข้มงวดจากผู้เสียภาษีไม่ครบต้องทำให้เสียให้ครบ สำหรับการเก็บภาษีของกรมสรรพากรล่าสุดสิ้นเดือน มิ.ย.57 ต่ำกว่าเป้าหมายอยู่ 90,000 ล้านบาท เนื่องจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่ำกว่าที่ประมาณการไว้มาก จากที่ตอนทำประมาณการเก็บภาษีของกรมสรรพากรปีงบ 57 อยู่บนสมุติฐานเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ 4.6% ต่อปี แต่ขณะนี้มีการประเมินกันว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ 1.5% ต่อปี ต่อมาเมื่อมีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยทั้งปีไม่ต่ำกว่า 2% ต่อปี อย่างไรก็ตาม การขยายตัวทางเศรษฐกิจดังกล่าว ทำให้การเก็บภาษีของกรมสรรพากรทั้งปีไม่ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่เชื่อว่าการเก็บภาษีอย่างเต็มที่ในช่วงที่เหลืออีก 2 เดือนครึ่งที่เหลือ จะทำให้การเก็บภาษีของกรมสรรพากรทั้งปีต่ำกว่าเป้าหมายน้อยกว่า 90,000 ล้านบาท ที่้เป็นอยู่ในปัจจุบันอย่างแน่นอน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สรรพากรล้มแผนสอบภาษีคนซื้อรถ3ล้าน-บ้าน4ล้าบ