เดือน: กรกฎาคม 2014

  • เร่งรัดเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ

    เร่งรัดเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ

    นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า สคร.ได้ส่งหนังสือแจ้งรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง เพื่อขอความร่วมมือในการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดในช่วงที่เหลือของปีงบประมาณ 57 เพื่อเป็นการเร่งอัดฉีดวงเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ สอดคล้องกับนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รวมถึงโครงการที่กำลังจัดซื้อจัดจ้างได้ขอให้รัฐวิสาหกิจเร่งและดำเนินการด้วยความโปร่งใส เนื่องจากช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจหลายแห่งที่ยังไม่สามารถดำเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมายได้ ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา สคร.ได้จัดประชุมเพื่อเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนร่วมกับรัฐวิสาหกิจที่มีงบลงทุนขนาดใหญ่และมีผลการเบิกจ่ายไม่เป็นไปตามเป้าหมายมาหารือ โดยมีรัฐวิสาหกิจเข้าร่วมทั้งสิ้น 7 แห่ง ประกอบด้วย การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนกรุงเทพ (รฟม.), บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.), โรงงานยาสูบ (รยส.) , บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย, องค์การเภสัชกรรม และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) อย่างไรก็ตาม รัฐวิสาหกิจทั้ง 7 แห่ง มีสัดส่วนงบลงทุนคิดเป็น 55% ของงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจทั้งหมด ซึ่งจะสามารถผลักดันให้เกิดการเบิกจ่ายงบลงทุนให้เป็นไปตามเป้าหมายได้ในช่วงระยะเวลาที่เหลือของปีงบประมาณ 57 ส่วนรัฐวิสาหกิจที่เหลืออีก 39 แห่ง สคร. ยังคงให้ความสำคัญและคาดหวังให้การเบิกจ่ายงบลงทุนเป็นไปตามเป้าหมายเช่นกัน  โดยผลการเบิกจ่ายงบลงทุนรอบ 9 เดือนสำหรับรัฐวิสาหกิจ ปีงบประมาณ 57 สามารถเบิกจ่ายงบลงทุนสะสม 107,071 ล้านบาท คิดเป็น 65.8% ของแผนเบิกจ่ายงบลงทุนสะสม นอกจากนี้ สคร. ได้ดำเนินการตามประกาศ คสช. โดยกำหนดหลักเกณฑ์การส่งข้อมูลเพื่อให้รัฐวิสาหกิจรายงาน พร้อมทั้งได้แจ้งเวียนให้รัฐวิสาหกิจถือปฏิบัติแล้ว ประกอบด้วย การลงทุนหรือริเริ่มโครงการใหม่ที่มีวงเงินเกิน 100 ล้านบาท เมื่อโครงการดังกล่าวผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ ควบคู่กับการขออนุมัติการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (หากต้องขออนุมัติ) และการทำธุรกรรมที่มีวงเงินเกิน 100 ล้านบาท ซึ่งไม่ใช่การดำเนินกิจการทั่วไปหรือเพื่อการดำเนินการตามปกติของรัฐวิสาหกิจซึ่งทำให้ได้มาซึ่งสินค้าและบริการตามวัตถุประสงค์การดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจเมื่อผู้มีอำนาจอนุมัติการทำธุรกรรมนั้นๆ พิจารณาอนุมัติแล้ว ภายในวันที่ 5 ของเดือนถัดไปโดยให้เริ่มรายงานข้อมูลตั้งแต่เดือนก.ค.57

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เร่งรัดเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ

  • กรุงไทยแจงบัตรเดบิตวัดธรรมกาย

    กรุงไทยแจงบัตรเดบิตวัดธรรมกาย

    นายเวทย์ นุชเจริญ  รองกรรมการผู้จัดการใหญ่  ธนาคารกรุงไทย  เปิดเผยถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าธนาคารกรุงไทยออกบัตรเดบิตวีซ่าให้กับวัดพระธรรมกายว่า  ได้ออกมานานแล้วตั้งแต่ 55  เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งบัตรเคทีบี 072 เป็นบัตรเดบิตที่ธนาคารออกให้กับลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์นิยมการทำบุญ  โดยสามารถถอนเงินสดและซื้อสินค้ารวมถึงการสะสมแต้มคะแนนการใช้จ่ายผ่านบัตรเหมือนบัตรเดบิตทั่วไป แต่สิทธิประโยชน์จากคะแนนสะสมจะแตกต่างกันตามชนิดบัตร โดยบัตรเดบิตดังกล่าวสามารถแลกเป็นเงินบริจาคแทนสิทธิ์ประโยชน์อื่น เช่น การรับแลกของที่ระลึก บัตรกำนัลต่าง ๆ  ซึ่งหากสะสมได้ถึง 3,000 แต้มธนาคารจะบริจาคเงินให้วัด 300 บาท  ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกทำบัตรเดบิตชนิดต่าง ๆ ได้ตามที่ต้องการ   “บัตรเดบิตเหมือนกับเอทีเอ็มแตกต่างตรงที่บัตรเดบิตสามารถรูดซื้อสินค้าได้ และการเอาบัตรไปซื้อสินค้าจะต้องมีเงินในบัญชีออมทรัพย์  ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับคนทำบุญแทนการถือเงินสด โดยลูกค้าจะต้องมีเงินในบัญชีถึงและแตกต่างจากบัตรเครดิตที่ใช้บัตรซื้อสินค้าและบริการไปล่วงหน้าและนำเงินมาจ่ายทีหลัง” 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กรุงไทยแจงบัตรเดบิตวัดธรรมกาย

  • ราคาทอง25ก.ค.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย19,950บาท

    ราคาทอง25ก.ค.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย19,950บาท

    วันที่ 25 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09:31 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 1 โดยลดลงจากเดิม 100 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 19,950 บาท รับซื้อ 19,162.24 บาท ทองแท่งขายบาทละ 19,550 บาท รับซื้อ 19,450 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 ลด 100 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,950 บาท รับซื้อ 19,162.24 บาท ทองแท่งขาย 19,550 บาท รับซื้อ 19,450 บาท เวลา 09:31 น.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทอง25ก.ค.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย19,950บาท