รืออากาศโทสุรพล อิศรางกูร ณ อยุธยา รักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์ บริษัทการบินไทย จำกัด(มหาชน) เปิดเผยหลังเปิดให้บริการสายการบินไทยสมายล์ที่สนามบินดอนเมืองว่า ในสัปดาห์หน้าการบินไทย ไทยสมายล์ และนกแอร์ จะหารือจัดทำแผนการบินที่สนามบินดอนเมืองร่วมกัน เพื่อกำหนดตารางการบิน แนวทางการจำหน่ายตั๋วโดยสาร ของนกแอร์และไทยสมายล์ไม่ให้ซ้ำซ้อนและแย่งลูกค้า รวมถึงเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งผู้โดยสารจากสายการบินอื่น อย่างไรก็ตามไทยสมายล์จะไม่ลดราคาแข่งกับสายการบินต้นทุนต่ำ โดยราคาเฉลี่ยจะแพงกว่า 15-20% แต่จะเน้นจัดกิจกรรมกระตุ้นยอดผู้โดยสารแทน เช่น การให้ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น เป็นช่องทางขายตั๋ว รวมถึงการทำโปรโมชันร่วมกับบัตรเครดิต สำหรับการย้ายสายการบินไทยสมายล์มาดอนเมือง ขณะนี้นำร่องย้ายมาที่ดอนเมืองแล้ว 3 เส้นทาง 8 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ พร้อมกับให้ผู้โดยสารเปลี่ยนเที่ยวบินได้ฟรี และมั่นใจว่าแผนครั้งนี้การบินไทยซึ่งถือหุ้นใหญ่ในไทยสมายล์มาถูกทางแล้ว เพราะล่าสุดยอดใช้บริการไทยสมายล์ที่ดอนเมืองเพิ่มไปถึง 90% มากกว่าเที่ยวบินที่สุวรรณภูมิที่ 70% และในสิ้นเดือนต.ค.นี้ ไทยสมายล์มีแผนจะย้ายมาให้บริการที่ดอนเมืองแทนสุวรรณภูมิทั้งหมด โดยจะเป็นเที่ยวบินที่ไม่มีผู้โดยสารต่อเครื่อง รวมถึงเที่ยวบินต่างประเทศ เช่น มาเก๊า และจีน ส่วนแผนปีหน้าจะเปิดเส้นทางบินใหม่ทั้งไทยและต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 15 จุด เรืออากาศโทสุรพลกล่าวว่า แนวโน้มผลดำเนินการของการบินไทยทั้งปี 57 คาดจะขาดทุน 10,000 ล้านบาท น้อยกว่าปีก่อนที่ขาดทุน 12,000 ล้านบาท ขณะที่ครึ่งปีแรกขาดทุนไปมากกว่า 10,000 ล้านบาท อย่างไรก็ดีใน 4 เดือนที่เหลือ คาดมีรายได้เพิ่ม 3,000 ล้านบาท เพราะสถานการณ์การเมืองเริ่มคลี่คลาย และเดือนส.ค.ยอดผู้โดยสารก็เพิ่มขึ้นเป็น 70% มากกว่าเดือนมิ.ย.-ก.ค.ที่เคยตกไป 60% ขณะเดียวกันการบินไทยจะเน้นขยายตลาดที่มีกำไร เช่น จีน ญี่ปุ่น สแกนดิเนเวีย รวมถึงปากีสถาน และยกเลิกเที่ยวบินที่ขาดทุน เช่น เซนได ประเทศญี่ปุ่น “ผมมั่นใจว่าไตรมาสสุดท้ายปีนี้ การบินไทยจะทำรายได้กลับมาใกล้เคียงกับเป้าหมายเดิม ซึ่งไม่มีปัจจัยลบจากการเมือง แม้อาจยังไม่มีกำไรแต่จะเป็นไตรมาสเห็นการฟื้นตัวชัด นอกจากนี้ในปีนี้การบินไทยจะมีกลยุทธ์ใหม่ออกมาต่อเนื่อง ทั้งการมอบส่วนลด 10% สำหรับผู้โดยสารที่ซื้อสินค้าที่คิงส์ พาวเวอร์ สุวรรภูมิ เริ่ม 1 ก.ย.นี้ รวมถึงให้ส่วนลดพิเศษสำหรับตั๋วโดยสารแบบแพ็คเกจ หรือซื้อแบบเหมาจ่ายรายปี” ด้านอ.อ.ศิวเกียรติ์ ชเยมะ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินไทย กล่าวว่า ขณะนี้การบินไทยได้รับมอบเครื่องบินรุ่นใหม่โบอิ้ง 787-8 ดรีมไลเนอร์มาแล้ว 1 ลำ และหลังจากนี้จะทยอยรับเพิ่มรวม ลำ ซึ่งจะช่วยประหยัดน้ำมันได้มาก และมีความสะดวกสบายมากขึ้น โดยได้เริ่มเปิดให้บริการแล้วเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และหลังจากนี้จะเปิดให้บริการเพิ่มในเส้นทางกรุงเทพฯ-โตเกียว และกรุงเทพฯ-เพิร์ธ นายวรเนติ หล้าพระบาง รักษาการหัวหน้าฝ่ายบริหาร บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด กล่าวว่า หลังจากที่ไทยสมายล์แอร์เวย์มาให้บริการใน 3 เส้นทาง ที่ดอนเมืองมีผู้โดยสารมาแล้วถึง 90 % และตั้งแต่วันที่ 26 ต.ค.57 ไทยสมายล์แอร์เวย์ จะเปิดให้บริการเส้นทางบินในประเทศทุกเส้นทางบิน ที่สนามบินดอนเมือง ส่วนเที่ยวบินต่างประเทศเบื้องต้นจะให้บริการที่สนามบินสุวรรณภูมิไปก่อนเนื่องจากจะมีเที่ยวบินที่จะต้องเชื่อมต่อกับสายการบินไทย แต่ระยะยาวเส้นทางบินต่างประเทศก็จะมาเปิดที่สนามบินดอนเมืองด้วยเช่นกัน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ผนึกกำลัง3สายการบินชิงเค้กบินไทยปีนี้ขาดทุนยับ
เดือน: สิงหาคม 2014
-

ผนึกกำลัง3สายการบินชิงเค้กบินไทยปีนี้ขาดทุนยับ
-

“ฉันตรชัย” รับตั้งราคากลางประมูลข้าวสูงเพราะคุณภาพดี
พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เปิดเผยถึงกรณีที่เอกชนที่ร่วมประมูลข้าว 167,000 ตันเสนอราคาซื้อต่ำกว่าราคากลางว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรับรายงานการยื่นซองประมูลข้าวสารในสต็อกรัฐบาลจากกรมการค้าต่างประเทศ เบื้องต้นยอมรับว่าราคากลางที่ตั้งเป็นราคาที่สูงกว่าการประมูลที่ผ่านมา เพราะข้าวในสต๊อกยังเป็นข้าวที่มีคุณภาพ และอยากให้ประเทศได้รับประโยชน์สูงสุดจากการประมูลข้าวในครั้งนี้ ส่วนความคืบหน้าการตรวจสต็อกข้าวในโครงการรับจำนำข้าวล่าสุดตรวจสอบไปแล้วกว่า 90% และจะตรวจได้ครบในเดือน ส.ค. นี้ นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า หลังจากมี่เปิดประมูลข้าวในโกดังของรัฐล็อตแรก 167,000 ตัน แต่ผู้ประกอบการเสนอราคาต่ำกว่า ราคากลางที่รัฐตั้งไว้ทั้งหมด ทำให้ไม่สามารถขายข้าวให้ได้ ดังนั้นจึงจะนำราคาสูงสุดหลังจากที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเสนออีกครั้ง เสนอต่อ พลเอก ฉัตรชัย เพื่อให้พิจารณาว่าสามารถที่จะยืดหยุ่นราคากลางให้กับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมประมูลในราคาดังกล่าวได้หรือไม่ เพราะเดิมนั้น ราคากลาง กำหนดไว้ตายตัวที่ราคาเดียว ทำให้ขาดความยืดหยุ่น จึงจะเสนอให้มีการกำหนดเป็นกรอบให้ยืดหยุ่นราคาได้ โดยคาดว่าจะสามารถรู้ผลได้ในสัปดาห์หน้า “ยอมรับว่า รัฐต้องการชี้นำให้ราคาข้าวปรับเพิ่มสูงขึ้น แต่ก็ต้องเป็นราคาที่เหมาะสมด้วย เพื่อให้ข้าวไทยมีราคาดี และผู้ประกอบการก็เสนอราคามาในระดับที่น่าพอใจ แม้ว่าจะต่ำกว่าราคากลางบ้างเล็กน้อย ส่วนที่ผู้ประกอบการเสนอราคาประมูลมาต่ำกว่าราคากลางทั้งหมดนั้น เป็นเพราะอาจจะมีวิธีการคำนวณราคาที่เหมาะแตกต่างกัน ซึ่งกรมก็จะนำมาพิจารณาประกอบในการประมูลครั้งถัดไปด้วย แต่สำหรับการประมูลล็อตแรกนี้ จะไม่ปรับสูตรการคำนวณ และราคากลางใหม่อย่างแน่นอน” ด้านนางสาวชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานผลสรุปการประมูลข้าว ซึ่งขั้นตอนต่อจากนี้จะเสนอให้คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) พิจารณา โดยคาด กรมการค้าต่างประเทศจะยายามรวบรวมและสรุปให้เร็ว ส่วนการจะพิจารณาขายข้าวหรือไหมนั้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ นบข. ต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมา กรมการค้าต่างประเทศ ได้เปิดประมูลข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลจำนวน 167,000 จากคลังต่างๆทั่วประเทศ 27 แห่ง โดยมีเอกชนเข้าร่วมยื่นซองประมูล 49 ราย แต่ผ่านหลักเกณฑ์ 46 ราย ซึ่งการประมูลครั้งนี้ถือว่ามีเอกชนมาร่วมประมูลข้าวสต๊อกรัฐบาลสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อย่างไรก็ตามผลการเปิดซองประมูลเสนอราคาพบว่าเอกชนเสนอต่ำกว่าราคากลางทั้งหมด โดยข้าวขาว 5% เฉลี่ยตันละ 10,000 – 11,000 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ฉันตรชัย” รับตั้งราคากลางประมูลข้าวสูงเพราะคุณภาพดี -

รฟท.มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวน้องแก้ม
นายประเสริฐ อัตตะนันทน์รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้นายวิโรจน์ เตรียมพงศ์พันธ์รองผู้ว่าการฯ กลุ่มยุทธศาสตร์และอำนวยการ นำเงินสงเคราะห์ตามระเบียบ ฉบับที่ 3.2กรณีผู้โดยสารเสียชีวิตจากเหตุอันตราย, เงินช่วยเหลือค่าสินไหมทดแทนที่ยังเหลืออีก 260,000 บาท ไปมอบให้มารดาเด็กหญิง วัย 13 ปีที่ถูกฆ่าและข่มขืนบนรถไฟที่บ้านพักย่านนนทบุรี เมื่อวันที่ 7 ส.ค.57 ที่ผ่านมา โดยทั้ง 2 ฝ่ายได้เห็นพ้องกันว่าไม่ต้องการนำเรื่องไปสู่การฟ้องร้องและถึงขณะนี้การรถไฟฯ ได้มอบเงินช่วยเหลือขั้นต้นรวมค่าใช้จ่ายในงานฌาปนกิจไปแล้วเป็นเงิน1,060,000 บาท ด้านนายทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ ผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถ ร.ฟ.ท. กล่าวถึงกรณีเกิดเหตุโจรกรรมโทรศัพท์แบบพกพาของผู้โดยสารบนขบวนรถด่วนที่37 (กรุงเทพ–สุไหงโก-ลก) ในรถนั่งและนอนปรับอากาศ เมื่อวันที่5 ส.ค.57ว่า ขอปฏิเสธว่าการรถไฟฯ ไม่ได้มีคำสั่งพักงาน แก่พนักงานบนขบวนรถที่เกิดเหตุคือพนักงานรักษารถ พนักงานห้ามล้อ แต่อย่างใด เพราะยังไม่ได้พบความผิดแต่เพื่อความโปร่งใสจึงให้หยุดการปฏิบัติงานเท่านั้น และขณะนี้ได้ไปให้การต่อพนักงานสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รฟท.มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวน้องแก้ม